บทความ

PICNIC


“PICNIC” เป็นภาพยนตร์ถ่ายทำในระบบซีเนมาสโคพเมื่อ 55 ปีที่แล้ว ความยาว 115 นาที สร้างจากบทภาพยนตร์โดย แดเนียล ทาราแดช ซึ่งดัดแปลงจากบทละครในชื่อเดียวกันของ วิลเลียม อินจ์บทละครดังกล่าวได้รับรางวัลพูลิทเซอร์ ผู้แสดงนำฝ่ายชายในภาพยนตร์ คือ วิลเลียม โฮลเดน ร่วมกับซูซาน สตราส์เบิร์ก, อาเธอร์ โอคอนเนลล์, คลิฟฟ์ โรเบิร์ทสัน, โรซาลินด์ รัสเซลล์ และคิม โนวัคผู้ได้รับการยอมรับว่าแจ้งเกิดเพราะหนังเรื่องนี้

 

ถ้าจำไม่ผิด หนังเรื่องนี้น่าจะเข้าฉายที่โรงภาพยนตร์ควีนส์ วังบูรพา รายได้จากการฉายในสหรัฐ ฯ 6,300,000 ดอลลาร์ ได้รางวัลออสการ์ 2 สาขา คือ กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม และลำดับภาพยอดเยี่ยม โดยอีก 4 สาขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง คือ ผู้แสดงสมทบฝ่ายชายยอดเยี่ยม (อาเธอร์ โอคอนเนลล์) ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (โจชัว โลแกน) ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (จอร์จ ดันนิง)และภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

 

เรื่องย่อได้ความบนบรรทัดเดียว คือ อดีตดาวฟุตบอลวิทยาลัยไปที่เมืองแคนซัสในวันแรงงาน เพื่อพบกับผู้หญิงคนหนึ่งผู้ถูกตีตราจอง วิลเลียม โฮลเดน รับบทเป็น ฮัล คาร์เตอร์ มีอดีตเป็นดาวฟุตบอลของวิทยาลัย ตกงานหลังจากฮอลลีวูดปฏิเสธการเป็นนักแสดง เขาเดินทางโดยขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าไปถึงแคนซัส ในวันแรงงาน 5 พฤศจิกายน 1955 พบกับ อลัน เบนสัน (คลิฟฟ์ โรเบิร์ทสัน) เพื่อนซี้ทายาทนักธุรกิจพันล้าน ด้วยความบังเอิญ ฮัล ได้เข้าช่วยเหลือ แมดจ์ โอเวนส์ (คิม โนวัค) ให้พ้นจากการลวนลามของ บอมเบอร์-เด็กส่งหนังสือพิมพ์ตามบ้าน แมดจ์ อยู่กับมารดาตามลำพัง มารดาประสงค์ให้เธอได้แต่งงานกับ อลัน-ทายาทอัครมหาเศรษฐี เพื่อเป็นการยกระดับความเป็นอยู่เทียบกลุ่มไฮโซ แต่ แมดจ์ ไม่มีความรักให้ เพราะไม่ชอบที่ผู้ชายเห็นแค่ความสวยของเธอ ฮัล เป็นผู้ชายที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเลิศ เข้ากับทุกคนได้เป็นอย่างดี และอลัน ก็มุ่งหมายให้เพื่อนรักได้มีงานทำกับธุรกิจของพ่อ

 

วันแรงงานถือเป็นวันพิคนิคของชาติ ฮัล กับอลัน ก็เข้าไปเที่ยวในเมือง และได้พบกับ มิลลี (ซูซาน สตราส์เบิร์ก) น้องสาว แมดจ์ ซึ่ง อลัน ต้องการให้เป็นแฟนกับ ฮัล ตลอดบ่ายวันนั้นทุกคนแฮพพี เว้นแต่ ฮัล เท่านั้นที่เผลอคุยเรื่องตัวเองมากไปหน่อย แมดจ์ ได้รับเลือกจากการประกวดเป็น “QUEEN OF NEEWOLLAH” (NEEWOLLAH มาจากคำย้อนกลับ HALLOWEEN)งานเดียวกันนี้ยังมีครูสาววัยกลางคน โรสแมรี (โรซาลินด์ รัสเซลล์) ซึ่งเจ้านาย โฮวาร์ด บีแวนส์ (อาเธอร์ โอคอนเนลล์) เจ้าของร้านสะดวกซื้อในเมือง เป็นคนพามาด้วย ในการเต้นรำตามประเพณีของงาน โฮวาร์ด ปฏิเสธไม่เต้นรำกับ โรสแมรี คุณครูสาวจึงจับคู่กับ มิลลี ในขณะที่ ฮัล จับคู่กับ โฮวาร์ด

 

ฮัล พยายามสอนให้ มิลลี เต้นรำในจังหวะลีลาที่มาจากลอสแองเจลิส แต่ มิลลี ตามไม่ทัน เป็นจังหวะที่แมดจ์ เข้ามาแก้หน้าได้ทัน ทั้ง 2 คนก็เลยเต้นรำด้วยกันอย่างสวยงาม โรสแมรี มีอาการมึนเมาด้วยสุราและเข้าขัดขวางการเต้นรำระหว่าง ฮัล กับแมดจ์ เพราะเกิดอารมณ์พิสมัย ฮัล และอ้างว่า ฮัล เหมือนทาสนักสู้ในสนามฆ่าคนของชาวโรมัน ความรุนแรงทางอารมณ์ถึงกับฉีกเสื้อ ฮัล ขาดกระจุย แต่ ฮัลไม่เล่นด้วย มิลลี ก็เมาสุรา อาละวาดว่าความสวยของ แมดจ์ เป็นต้นเหตุ โรสแมรี สมทบด้วยการแจ้งเท็จว่า ฮัล เป็นคนนำสุรามาให้ มิลลี ทั้งๆ ที่ โฮวาร์ด เปิดเผยว่าตนเป็นคนนำเหล้าเข้ามาเองแต่ไม่มีใครฟัง หมากเข้าตาจน ฮัล เดินหายไปกับความมืด

 

แมดจ์ ตามไปพบ ฮัล ที่รถของ อลัน ทั้ง 2 ขับรถออกไปจอดริมฝั่งแม่น้ำ ฮัล ขอให้ แมดจ์ กลับบ้านและเปิดเผยให้เธอรู้ว่า เขากำลังถูกส่งตัวไปอยู่โรงเรียนดัดสันดาน เพราะเมื่อตอนเป็นเด็กแอบขโมยมอเตอร์ไซค์ เขาคือคนที่ไม่มีอนาคต แมดจ์จูบฮัล และนัดพบกันตอน 6 โมงเย็นของวันรุ่งขึ้น หลังจากเธอเลิกงานแล้ว ฮัล นำรถกลับมาที่บ้าน อลัน พบว่า อลัน แจ้งความตำรวจ และต้องการให้ ฮัล ถูกจับกุม เป็นเหตุให้ ฮัลขับรถหนีตำรวจ ทิ้งรถไว้ที่ริมแม่น้ำ ตนเองว่ายน้ำไปค้างคืนกับ โฮวาร์ด ซึ่งกำลังปวดหัวกับเรื่องส่วนตัว เพราะ โรสแมรี ขอร้องให้เขาแต่งงานด้วย เรื่องราวระหว่าง โฮวาร์ด กับโรสแมรี จบลงด้วยความสุข ฮัล นัดพบกับ แมดจ์ ที่ทูลซา ก่อนที่เขาจะกระโจนขึ้นรถไฟบรรทุกสินค้าออกจากเมือง พร้อมกับตะโกนบอก แมดจ์

 

“คุณรักผมนะ…คุณรักผม…!”

 

มิลลี เป็นคนเตือนสติ แมดจ์ และแมดจ์ ก็ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าไม่สนใจน้ำตาอาบหน้าของมารดา ขึ้นรถโดยสารเพื่อไปทูลซา…!!

 

เจมส์ หว่อง โห เป็นมือกล้องของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเขาทำให้ระบบซีเนมาสโคพมีความหมายกับ เรื่องราวของภาพยนตร์ได้อย่างคมสัน สวยงาม เช่นเดียวกับบทบาทการแสดงของ คิม โนวัค ที่เล่นได้อย่างถึงบทแท้จริง

 

บทเพลง “PICNIC” กลายเป็นมนต์เสน่ห์สูงสุดของภาพยนตร์ ฮิทระเบิดในทศวรรษที่ 5’s ติดอันดับหนึ่งของ “บิลบอร์ด” ประจำปี 1956

 

จุดขายของภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะอยู่กับ คุณค่าของเรื่องราว และความนิยมเมื่อครั้งเป็นละคร โดย อาเธอร์ โอคอนเนลล์ เป็นผู้รับบท โฮวาร์ด ทั้งบนเวทีละคร และในรูปแบบภาพยนตร์



------------------------------
เรื่องโดย : จอสยาม
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2553
คอลัมน์ : ใส่สีใส่สัน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/J40lC

Follow autoinfo.co.th