บทความ

เมร์เซเดส-เบนซ์ 300 เอสแอลเอส เอเอมจี


เมร์เซเดส-เบนซ์ เคยสร้างความฮือฮาด้วยการสร้างสปอร์ทประตูปีกนกนางนวลมาแล้วคือ รุ่น 300 เอสแอล คูเป ที่ผลิตขึ้นระหว่างปี 1954-1963 จนเมื่อเดือน กันยายนปีที่ผ่านมา ในงานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท เมร์เซเดส-เบนซ์ ตัดสินใจ “โคลนิง” มันขึ้นมาอีกครั้ง ในชื่อ เอสแอลเอส เอเอมจี ความเหมือนที่แตกต่าง จะถูกใจนักวิจารณ์มืออาชีพหรือไม่ ? ต้องติดตาม

ฟอร์มูลา : เอสแอลเอส เอเอมจี เริ่มโครงการออกแบบ และพัฒนามาตั้งแต่ปี 2005 ผู้รับผิดชอบ คือ สำนัก เอเอมจี (AMG) ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่เคยยุ่งกับการออกแบบรถทั้งคันที่ทำอยู่ประจำก็คือแต่งรถ และเครื่องยนต์เท่านั้น ?

ภัทรกิติ์ : คันนี้มีสัดส่วนที่เป็นแบบเดียวกับ เมร์เซเดส-เบนซ์ 300 เอสแอล กัลล์วิง ตัวเดิมเลยนะครับ

ฟอร์มูลา : แต่ถูกกว่าตัวเดิมนะ 300 เอสแอล ปี 1954 ตอนนั้นขาย 11,000 เหรียญสหรัฐ ฯ(ประมาณ 3 แสน 6 หมื่นบาท) ต่อมามันกลายเป็นรถคลาสสิคที่ผู้คนแสวงหา วันนี้เลยปั่นราคาขึ้นมาได้ถึง 1.3 ล้านเหรีญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 44 ล้านบาท) ส่วนตัวใหม่ขายที่เยอรมนีอยู่ที่ 177,310 ยูโร หรือประมาณ 8.8 ล้านบาท ?

ธีรวิทย์ : โดยส่วนตัวผมชอบรุ่นเก่ามากกว่าครับ

ภัทรกิติ์ : ทั้ง 2 รุ่นที่เอ่ยถึงมันดูเป็นเหมือนพ่อลูกกันก็จริง แต่มีที่มาแตกต่างกัน 300 เอสแอลไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเเฟชัน แต่เพราะเฟรมของรถที่นำมาจากรถแข่ง มันต้องหนา เพื่อรองรับแรงบิด เลยทำให้ประตูจำเป็นต้องออกแบบเป็นปีกนกนางนวล ไม่อย่างนั้นก็เข้ารถไม่ได้คนเห็นแล้วชอบ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ไป ส่วน เอสแอลเอส เป็นแฟชันที่เลียนแบบ 300เอสแอล เพื่อให้คนหวนระลึกถึงอดีต ซึ่ง เมร์เซเดส-เบนซ์ คิดว่ามันต้องขายได้

ธีรวิทย์ : คันนี้ตอนเป็นภาพร่างดูฉกาจฉกรรจ์มาก แต่คันจริง มันดูเรียบร้อยกว่าเดิมฉะนั้นจึงไม่ควรวิ่งปิดประตู เปิดประตูวิ่ง จะสวยงามมาก ?

คุณากร : ปิดประตูแล้วมันดูจืดไปเลย แต่ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจทำให้มันดูเรียบร้อยหรือเปล่า ดีไซจ์นแบบนี้มันจะอยู่ได้นานกว่าแบบแรงๆ

ภัทรกิติ์ : อันที่จริงดีไซจ์นตัวนี้แรงนะครับ เมื่อมองจากด้านหน้ามันดูแรง แต่มองด้านข้างธรรมดาๆ ?

ธีรวิทย์ : ด้านหน้าเยอะ ด้านหลังพอประมาณ ด้านข้างเงียบฉี่ ไม่มีอะไรเลย มีแค่ช่องลมด้านข้างเท่านั้นที่ดุ

ภัทรกิติ์ : รถคันนี้ผมว่าสวยบางมุม ถ้ามองผิดมุม ก็จบเห่ แต่มุมด้านหน้าสวยนะ ยอมรับเลย

ธีรวิทย์ : ครับ ผมว่า ด้านหน้านี่เป็นพระเอก ไฟกับกระจังหน้าเป็นสัดส่วนที่ลงตัวกันพอดี

คุณากร : เสาหลัง ถ้าปรับแต่งอีกหน่อย คงจะดูดี

ภัทรกิติ์ : เสาหลังมันหนา น่าจะมีปัญหาเวลามองกระจกหลัง

คุณากร : ซูเพอร์คาร์ เขาเดินหน้าอย่างเดียวไม่มีถอย ! ว่าแต่ถ้าเผลอขับรถหงายเก๋งจะออกจากรถยังไง เปิดประตูไม่ได้ ?

ภัทรกิติ์ : คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้ผลิตรถยนต์ไม่ค่อยมีใครทำประตูแบบนี้

ธีรวิทย์ : ดูจากหุ่นทรง คันนี้คงไม่พลิกง่ายๆ หรอกมั้งครับ

คมกฤช : ส่วนหน้ายังนำสไตล์ของรุ่นเดิมมาใช้อยู่ ปูดขึ้นมา 2 โหนก ซ้าย/ขวา แบบรถรุ่นเก่า

ภัทรกิติ์ : โหนกนี้ เป็นแนวดั้งเดิมของรุ่น เอสแอลอาร์ เสาหลังหนา ก็ด้วย แทบทุกอย่างในรถรุ่นเก่ามันไม่ได้ถูกสร้างมาเพราะแฟชัน แต่สร้างมาจากความจำเป็น พูดง่ายๆ คือ รถรุ่นเก่าที่สร้างมาแบบนี้ เพราะมีเหตุผล แต่รถรุ่นใหม่สร้างมาเพราะสไตล์เพียง
อย่างเดียว มันง่ายแล้วนี่ อยากได้อะไรก็จับใส่ลงไป

ธีรวิทย์ : อีกอย่าง ชายล่างช่วงท้ายแถวๆ ท่อไอเสีย ดูเชย ด้านหน้ายังดูมีลูกเล่นกว่า ?

ภัทรกิติ์ : แล้วสังเกตไหมครับ ยังเห็นสิว 4 เม็ดอยู่เลย (เซนเซอร์กะระยะ) รถแพงขนาดนี้ยังมีให้เห็น น่าจะทำให้เนียน กลืนหายไปเลยไม่ได้หรือ

คุณากร : เชื่อว่าขั้นตอนการการแปรสภาพ จากดีไซจ์นมาผลิตอาจจะยังไม่ดีพอ

ฟอร์มูลา : ช่วงนี้มีรถแนว “ย้อนให้หวนระลึกถึง” ออกมาเยอะ

ธีรวิทย์ : จนเกร่อ ผมเลยรู้สึกว่ามันไม่ค่อยตื่นเต้นเหมือนตอนที่ บีเทิล หรือ มีนี ออกมาใหม่ๆ

ภัทรกิติ์ : ยุคก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศตวรรษที่ 21 ยุคนั้นคนจะเกิดอาการกลัวการเปลี่ยนแปลงกลัวโลกอนาคต ทำให้มีงานต่างๆ ที่ใช้แนวคิด เรทโร (RETRO) ออกมาประคับประคองจิตใจคน เพื่อให้มีความสุขของยุคอดีตคาคั่งอยู่ในของใหม่ๆ บ้าง

คุณากร : ผมว่ามันไม่ เรทโร เท่าไรนะครับ ถ้าเทียบกับพวก บีเทิล หรือ มีนี ?

ภัทรกิติ์ : ยังไง ผมว่าโคตร เรทโร เลยคันนี้

ธีรวิทย์ : เฉพาะบางส่วน มันครึ่งๆ จะใหม่ก็ไม่ใหม่ จะเก่าก็ไม่เก่า

ภัทรกิติ์ : คุณอาจรู้จัก 300 เอสแอล ไม่มากพอเลยบอกว่าไม่ เรทโร ผมนี่พอมองหัวก็เดาตูดได้แล้ว

คมกฤช : สำหรับคนรู้จักดีอาจ เรทโร แต่บางทีถ้าใส่ของสมัยใหม่มากเกินไป อาจทำให้คนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่สามารถผสานของเก่ากับของใหม่เข้าไว้ด้วยกันได้

ภัทรกิติ์ : ฉะนั้นบางทีใช้คำว่า เรทโร อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว อาจต้องเรียกว่าเป็น โฮเมจ (HOMAGE) คือ เป็นการระลึกถึงจิตวิญญาณของ 300 เอสเเอล คูเป

ฟอร์มูลา : มาดูภายในกันบ้างดีกว่าครับ ?

คุณากร : รายละเอียดภายใน ดูลงตัวดีนะ

ภัทรกิติ์ : ที่มันดี เพราะยกมาจาก เมร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วไป ทั้งยวงมาเลย ยกเว้นหัวเกียร์ภายในมันดูอนุรักษนิยม ตรงไปตรงมาดีนะ

ธีรวิทย์ : แต่ผมไม่ชอบแผงหน้าปัด เมร์เซเดส-เบนซ์ ยุคนี้เลย ที่มีเส้นกลางแบ่งครึ่ง มันดูอึดอัดยังไงไม่รู้ ?

คุณากร : เหมือนรถ โอเพล ว่างั้นเถอะ

ภัทรกิติ์ : ช่องแอร์นี่ ได้แนวคิดมาจากปีกเครื่องบินเลย แต่ดูอีกทีเหมือนของ W123นี่แหละ

คมกฤช : ภายในน่าจะอึดอัดกว่ารุ่นเก่านะ ดูแคบๆ

ธีรวิทย์ : หน้ายาวขนาดนี้ ความรู้สึกคงเหมือนกับการขี่จักรยาน นั่งเบาะหลัง แล้วยื่นมือจับแฮนด์

ภัทรกิติ์ : ภายในสวย ลงตัวในแบบ เมร์เซเดส-เบนซ์

คุณากร : ผมชอบมากกว่าภายนอกนะครับ

ธีรวิทย์ : สวยกว่าเยอะมาก

คมกฤช : ปุ่มเยอะจัง ?

ธีรวิทย์ : คันเกียร์เขาทำแปลกๆ นะ เหมือนไม่มีระยะให้เลื่อนเลย แค่โยกเอา

คุณาการ : ถ้าเป็นวัยรุ่นยุคใหม่ ไม่ได้บ้าแมนวลที่เป็นช่องเกียร์ 6 ช่อง 7 ช่องน่าจะชอบแบบนี้

ธีรวิทย์ : นั่นไง ผมชอบ

คมกฤช : ผมด้วย

ฟอร์มูลา : อาจารย์ด้วยเหรอ !

ภัทรกิติ์ : ส่วนผมขอตอบอย่างนี้ละกันว่า ถ้าคุณขับ เอสแอลเอส โฉบไปในย่าน ชอง เอลิเซแล้วไม่สามารถชวนสาวปารีเซียนขึ้นรถได้ ให้ไปกระโดดน้ำตายซะ !



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการบทความและสารคดี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2553
คอลัมน์ : มุมมองนักออกแบบ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/gaVv8

บทความที่เกี่ยวข้อง

บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์ 5 รสชาติเดิม เพิ่มเติมความกลมกล่อม
เอาดี คิว 2 ผู้นำดีไซจ์น สไตล์ BAUHAUS
โวลโว เอส 90 รถสวีเดน สัญชาติจีน กลิ่นเยอรมัน
นิสสัน โนท ภายนอกสดใส ภายในเย็นชา
ฮอนดา ซีวิค แฮทช์แบค
เอมจี จีเอส
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th