บทความ

ย่ำหนาวบนดอยเหนือ ชมทิวลิพริมกก กุหลาบพันปี ที่เชียงราย


เชียงราย จังหวัดใหญ่ที่อดีตเคยอยู่ในอาณาจักรล้านนา ชายแดนติดพม่า เหนือสุดของประเทศ ด้วยความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ทำให้เมืองนี้มีจุดท่องเที่ยวที่เย้ายวน จากงานศิลปะรอบตัวที่ธรรมชาติเป็นผู้สรรค์สร้าง อากาศอันหนาวเหน็บกลับกลายเป็นเสน่ห์ ทั้งยังเชื้อชวนให้ผู้ชื่นชอบดอกไม้ และความโรแมนทิค มาย่ำเยือนอยู่ไม่ขาดสาย

หากใครจะเดินทางมาสัมผัสไอหนาวที่เชียงราย “ภูชี้ฟ้า” คงเป็นจุดมุ่งหมายหลักจากบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนทิค ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้น แต่ถ้าต้องการไปถึงคำว่า ”ที่สุด” ผมขอแนะนำสถานที่อีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน นั่นคือ “ดอยผาตั้ง”

ในอดีต “ดอยผาตั้ง” เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งนายพล หลี่ เหวิน ฟาน อดีตผู้นำทหารจีนแห่งกองพล 93 ได้อพยพเข้ามาตั้งรกรากเป็นกลุ่มแรก โดยใช้เป็นกองบัญชาการช่วยรัฐบาลไทยขับไล่พรรคคอมมิวนิสต์ตามตะเข็บชายแดน

ปัจจุบัน “ดอยผาตั้ง” เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเชียงราย นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญแทบไม่ต่างกับ ”ภูชี้ฟ้า” ด้วยยอดภูที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 1,635 ม. (สูงกว่าภูชี้ฟ้าถึง 7 ม.) ด้านบนมองเห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามาของเขตแดนทั้งฝั่งไทย และ ลาว สภาพอากาศและภูมิประเทศไม่ต้องพูดถึง ตามสุภาษิตโบราณที่ว่า ยิ่งสูงยิ่งหนาว ทิวทัศน์ข้างทางงดงามเกินบรรยาย ส่วนใหญ่จะมีไร่สวนพืชผักในรูปแบบของการเกษตรกรรมบนที่สูงของชาวเขาเผ่าต่างๆ ซึ่งหาดูได้ตลอดเส้นทาง

ช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะ และฤดูกาลกำลังเปลี่ยนผัน การเดินทางครั้งนี้ได้เริ่มต้นจากความกระสันส่วนตัว ที่อยากสัมผัสความหนาวเย็นแบบสุดขั้ว จุดหมายปลายทางจึงอยู่ที่สูงสุดของประเทศไทย นั่นคือ จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การได้สัมผัสอากาศหนาว และไม้ดอกเมืองหนาวที่จะผลิดอกในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น !

รุ่งอรุณ ณ ยอดผาตั้ง

หลังจากเชคสภาพความพร้อมทั้งรถและคน การเดินทางจึงเริ่มต้นขึ้น ผมใช้เส้นทางถนนหลวงพหลโยธิน ตัดผ่าน จังหวัดพะเยา-เชียงคำ-ภูซาง สภาพเส้นทางในช่วงนี้เป็นทางโค้งตัดไหล่เขา การขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวัง อย่าเพลินกับธรรมชาติจนลืมดูสภาพเส้นทาง เพราะนอกจากทางตรงยาว ยังจะมีทางขึ้นเขา และโค้งลาดชัน ซึ่งจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ต่อจากอำเภอภูซาง ก็จะเข้าไปถึงพื้นที่ของเขตจังหวัดเชียงราย แต่บอกไว้ก่อนว่าสภาพเส้นทางในช่วงนี้สวยงามมาก เพราะเป็นเส้นทางขนานกับสายน้ำทอดยาวไปถึงน้ำตกที่อุทยานแห่งชาติภูซาง

ระยะทางช่วงสุดท้ายก่อนถึง ดอยผาตั้ง เหลือไม่ถึง 200 กม. แต่เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบทิศทาง ความเร็วที่ใช้อยู่ประมาณ 60 กม./ชม. ถือว่ายังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เสียการควบคุมได้ทุกขณะ แต่ด้วยสติและความมุ่งมั่น จึงทำให้ถึงปลายทาง ”ดอยผาตั้ง” เกือบเที่ยงคืน รวมเวลาในการเดินทางทั้งหมดกว่า 13 ชม.

ก้าวแรกที่ลงจากรถ สภาพของอุณหภูมิเปลี่ยนไป ทำให้ต้องเอาเสื้อหนาวออกมาคลุมกาย จากนั้นก็แยกย้ายกันลำเลียงสัมภาระจำเป็น รวมถึงกางเทนท์ กว่าจะได้เข้านอนก็เสียเวลาไปร่วมๆ 1 ชม. ยังดีที่มีลูกหาบมาช่วย กว่าจะล้มตัวลงนอนเหลือบไปดูเธอร์โมมิเตอร์บริเวณใกล้ๆ กับเทนท์ เข็มอุณหภูมิชี้อยู่ราว 10 องศาเซลเซียส อากาศกำลังเย็นได้ใจ ยังดีที่ได้เทนท์จาก NORTH EAGLE ซึ่งผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ช่วยให้ภายในเทนท์อบอุ่นได้ในระดับหนึ่ง

ล้มตัวนอนได้ไม่นาน แถมยังไม่อยากตื่น ขณะนั้นอากาศภายนอกอยู่ที่ประมาณ 4 องศาเซลเซียส เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ สรุปว่าคืนแรก เราใช้เวลานอนทั้งหมดไม่ถึง 2 ชม. เหตุผลมาจากสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ ลูกหาบที่นัดไว้ก็เดินป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ รอเวลาพาเดินไปยังยอดดอย เพื่อชมทัศนียภาพ และให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของพื้นที่

แสงแห่งอรุณรุ่งโผล่ขึ้นจากขอบฟ้า นอกจากทัศนียภาพที่งดงามบนยอดดอยผาตั้ง ยังมี ต้นพระยาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย กำลังบานสะพรั่งสีชมพูระเรื่อ ผสานกับบรรยากาศโรแมนทิคอินเลิฟได้เป็นอย่างดี น่าอิจฉานักท่องเที่ยวหลายคนที่มากันเป็นคู่ คงจะหวานชื่นกันน่าดู ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าสาดแสงแดดอ่อนๆ มาไล่น้ำค้างที่เกาะเทนท์ รอเวลาให้เทนท์แห้งสนิท สัมภาระในการแคมพิงถูกเคลื่อนย้ายอีกครั้ง เตรียมห้อตะบึงไปจุดหมายใหม่ ที่อำเภอแม่สาย ซึ่งมีตลาดการค้าด่านชายแดนไทย-พม่า เป็นจุดมุ่งหมายต่อไป

ตลาดแม่สาย “ไม่ใจ” เลย

ระหว่างทางลงจากดอย มีร้านอาหารจีนยูนาน ตั้งอยู่ริมทางมากมาย อาหารเช้าของเราจึงเลือกเป็นอาหารท้องถิ่นอันเลื่องชื่อ นั่นคือ ขาหมูหมั่นโถ รวมถึงผักสดๆ ที่หวานกรอบ ถูกนำมาประกอบอาหารในรูปแบบของจีนยูนาน สูตรดั้งเดิม ต้องยอมรับว่าอร่อย และสดมากๆ

เติมพลังแล้วจึงเดินทางต่อ โดยเลือกใช้เส้นทางปางหัด-เวียงแก่น-สามเหลี่ยมทองคำ สาเหตุที่ใช้เส้นทางนี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางชนบทขนาบลำน้ำโขงเพื่อไปยังตลาดแม่สาย หวังเพื่อจะไปละลายทรัพย์ให้หนำใจ ฉลองเงินโบนัสที่ได้มา พอมาถึงด่าน ฯ ก็ต้องผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองเล็กน้อย สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างจะเข้มงวดในเรื่องการถ่ายภาพ กระเป๋ากล้องจึงถูกเก็บไว้ภายในรถอย่างดี ผมเสียเวลาไปกับตลาดแม่สายประมาณ 1 ชม. ไม่ได้อะไรติดมือมาสักชิ้น เพราะราคาที่ค่อนข้างสูง ทั้งยังมีแต่ของสุภาพสตรีเสียส่วนใหญ่ หากเทียบกับตลาดโรงเกลือฝั่งอรัญประเทศแล้ว ที่นั่นยังมีสินค้าหลากหลาย และราคาเย้ายวนชวนซื้อกว่าเยอะ

กุหลาบพันปี แม่ฟ้าหลวง

เริ่มเดินทางอีกครั้ง จุดหมายต่อไป คือ ”สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง” ด้วยระยะทางไม่ไกลนักเพียงประมาณ 30 กม. สภาพเส้นทางนั้นสาหัสเอาการ ต้องใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชม. จึงมาถึงด้านหน้าที่ทำการ เสียค่าบัตรผ่านประตูคนละ 50 บาท พระเอกของที่นี่ต้องยกให้กับ กุหลาบพันปี รูปลักษณ์นั้นแตกต่างจากกุหลาบทั่วไปอยู่พอควร และในปีหนึ่งมีให้ชมเพียงแค่ฤดูหนาวเท่านั้น หากมาผิดช่วง มีหวังได้กินแห้วไปตามๆ กัน สถานที่แห่งนี้ยังมีพันธุ์ไม้อีกมากมายซึ่งได้จัดภูมิทัศน์ให้น่าชม สำหรับพวกที่ชอบถ่ายภาพและบรรยากาศนั้น ผมขอเชียร์ที่นี่อย่างสุดใจ เพราะคิดว่าคงไม่ผิดหวังกับของสวยๆ งามๆ ซึ่งหาดูได้ยากแน่นอน

ชมเชียงราย บนดอยบ่อบ้านยะฟู

ถึงเวลาหาที่นอนกันอีกครั้ง เป้าหมายต่อไป คือ “ดอยบ่อบ้านยะฟู” ล้อเริ่มหมุนอีกครั้งโดยไปทางอำเภอแม่จัน ตัดเข้าทางหลวงพหลโยธิน แล้วไปต่อยังอำเภอเมือง เลี้ยวขึ้นไปตามน้ำตกแม่ยาว (ระหว่างทางจะมีป้ายบอก หรือถ้ากลัวหลงทาง ให้ลองถามจากชาวบ้านในละแวกนั้น จะรู้จักกันเป็นอย่างดี)

โชคยังดีที่มีแสงสว่างพอที่จะประกอบเทนท์ และทำอาหารได้อย่างไม่ลำบาก แต่ด้วยทิวทัศน์ที่มองเห็นอำเภอเมืองเชียงราย ได้เต็มตา ผมเลยเผลอเก็บอากาศดีๆ และวิวสวยๆ ไว้นาน จนลืมหุงหาอาหาร และเก็บฟืนมาก่อกองไฟ เพื่อไล่ความหนาวเหน็บ แต่ก็ยังดีเพราะนักท่องเที่ยวยังไม่มากนัก จึงขอปันฟืนมาจากเจ้าหน้าที่มาได้จำนวนหนึ่ง บนยอดดอยมีความสูงไม่ถึง 1,000 ม. จึงทำให้สภาพอากาศไม่หนาวมากนัก ค่ำคืนนี้จึงเป็นการนอนระดับเฟิร์สต์คลาสส์ เพราะหลับได้เต็มอิ่ม แต่ก็ไม่ลืมที่จะตื่นมาดูพระอาทิตย์สาดแสงของเช้าวันใหม่

ความสวยงามของ ”ดอยบ่อบ้านยะฟู” คือ ทิวทัศน์บนยอดดอย แต่จะสวยงามน้อยกว่ายอดดอยผาตั้ง เพราะทะเลหมอกที่มีน้อยกว่า เหตุจากธรรมชาติถูกทำลายไป จะมีก็แต่ภาพของเมืองเชียงรายในยามเช้า หลังจากดื่มด่ำธรรมชาติได้สักพักใหญ่ เป้าหมายสุดท้ายของทริพนี้ คือ การได้ไปดูดอกทิวลิพ ในงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม ในอำเภอเมือง ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันสักเท่าไร

ทิวลิพริมกก

จากบนดอยใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ก็จะมาถึงสถานที่จัดงานริมแม่น้ำกก ซึ่งถูกเนรมิตให้เป็นลานแสดงไม้ดอกขนาดใหญ่กว่า 100 ชนิด ไฮไลท์ของงานต้องยกให้ไม้ดอกนำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่รู้จักกันดีในชื่อ ดอกทิวลิพ หลายๆ คนคงเคยเห็นแต่ดอกที่ถูกตัดเพื่อนำไปจัดช่อดอกไม้ แต่ในงานนี้มีสวนทิวลิพขนาดย่อมๆ บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ สีสันมีหลากหลาย ทั้งส้ม แดง เหลือง และชมพู ความสูงของลำต้นอยู่ประมาณ 1 ม. น่าเสียดายว่าของแปลกหายากพวกนี้จะหาดูได้ยาก เนื่องจากสภาพอากาศบ้านเราที่ไม่เหมาะกับมันเลย

ถึงแม้ระยะทางจากกรุงเทพ ฯ-เชียงรายนั้นมีมากกว่า 800 กม. แต่ด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีมากมาย และหากได้ไปในช่วงของฤดูท่องเที่ยวที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นแล้ว ความเหน็ดเหนื่อยจากการขับขี่นั้นหายไปเป็นปลิดทิ้ง สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นการพักผ่อนที่โรแมนทิคสุดๆ ลองหาเวลาว่างๆ สัก 3-4 วัน แล้วจะย้อนรอยตามแบบฉบับของ “ชีวิตอิสระ” ดูสักครั้ง ก็ไม่ถือว่าเสียหาย จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ ยังรอคุณพิสูจน์อยู่เสมอ

ขอขอบคุณ

– บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อ มิตซูบิชิ ทไรทัน เมกาแคบ 4×2 เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง
– บริษัท อิตัลสยามมอเตอร์ จำกัด เอื้อเฟื้อ เทนท์ NORTH EAGLE ไว้ใช้พักแรมในยามค่ำคืน

การเดินทาง

มาเชียงรายใช้ได้ 3 เส้นทาง ได้แก่

1. เส้นทางนครสวรรค์-ลำปาง-พะเยา-เชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่อำเภอวังน้อย ผ่านพระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก เข้าสู่ลำปาง แล้วตรงไปพะเยา จนเข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 830 กม.

2. เส้นทางนครสวรรค์-พิษณุโลก-แพร่-เชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 เมื่อไปถึงนครสวรรค์ ให้แยกขวามือไปตามทางหลวงหมายเลข 117 (นครสวรรค์-พิษณุโลก) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 11 (พิษณุโลก-เด่นชัย) ผ่านอุตรดิตถ์ จนถึงอำเภอเด่นชัย ให้เลี้ยวไปทางแพร่ ตามทางหลวงหมายเลข 101 (แพร่-น่าน) จนถึงอำเภอร้องกวาง เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 103 เพื่อไปบรรจบกับถนนพหลโยธิน ที่อำเภองาว เข้าสู่พะเยา แล้วตรงไปจนถึงเชียงราย ระยะทางประมาณ 804 กม.

3. เส้นทางนครสวรรค์-ลำปาง-เชียงใหม่-เชียงราย ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางที่ 1 จนไปถึงลำปาง จึงเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 11 (ลำปาง-เชียงใหม่) ผ่านไปลำพูน แล้วเข้าสู่เชียงใหม่ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านดอยสะเก็ต แม่ขะจาน เวียงป่าเป้า เข้าสู่เชียงราย รวมระยะทาง 900 กม.

ที่กิน+ที่พัก

ในเชียงรายนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ แต่ละที่นั้นจะมีโรงแรมและรีสอร์ท ตั้งแต่ระดับ 2-5 ดาว กับสนนราคาตั้งแต่ 450-7,000 บาท แต่ถ้าต้องการนอนในรูปแบบแคมพิง ที่สำหรับกางเทนท์นั้นก็มีอยู่ทั่วทุกหนแห่งเหมือนกัน ประเภทที่ว่า ค่ำไหนก็นอนได้ตรงนั้น แต่แนะนำว่า ควรไปหาที่กางเทนท์ที่ใกล้กับหน่วยงานราชการ เพราะจะปลอดภัยกว่า

อาหารการกินของคนทางภาคเหนือ ก็คงไม่พ้นอาหารพื้นเมืองประเภท ”ขันโตก” ที่มีเครื่องเคียงหลากหลาย แต่หากมีเวลา ลองหาอาหารจีนยูนานที่เลื่องชื่อ เช่น ขาหมูหมั่นโถ รวมถึงพืชผักที่หวานกรอบ ซึ่งนำมาประกอบอาหารในรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย รับรอง ”อร่อยแน่



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐเทพ เผ่าจินดา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2553
คอลัมน์ : ชีวิตอิสระ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/zZwxl

บทความที่เกี่ยวข้อง

เผชิญหน้างูแห่งป่าโบราณ ใน LITTLE AMAZON
เผชิญหน้างูแห่งป่าโบราณ ใน LITTLE AMAZON
อัพเดทล่าสุด
20 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
14,900,000
2.
3,699,000
3.
2,930,000
4.
679,000
5.
1,290,000
6.
21,890,000
7.
24,900,000
8.
3,090,000
9.
75,000,000
11.
1,545,000
12.
1,465,000
13.
2,390,000
14.
489,000
15.
1,199,000
17.
2,490,000
18.
479,000
19.
939,000
20.
24,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th