บทความ

เฟืองท้าย อุปกรณ์สำคัญอันดับต้นๆ ของรถขับ 4 (2)


เจาะระบบ ดิฟท์ลอค (DIFF LOCK) อยู่ในเฟืองท้าย แต่ไม่ใช่เฟืองท้ายนะครับ !

ดิฟเฟอเรนเชียล ลอค (DIFFERENTIAL LOCK) มักถูกเรียกง่ายๆ สั้นๆ ว่า ดิฟฟ์ลอค เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการขับขี่รถ ส่วนมากติดตั้งในรถขับเคลื่อน 4 ล้อ และรถบรรทุก มักจะถูกเรียกใช้เฉพาะเวลาที่คุณต้องการ เช่น ขับรถตกหลุม ร่องลึก ล้อลอย หรือเวลาที่รถติดหล่ม หากใครเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้มาแล้ว ก็คงจะพอนึกออก และทราบดีว่า เจ้าหมอนี่เป็นตัวช่วยเราได้มากทีเดียว

ดิฟฟ์ลอค นี่ละครับ จะพาคุณผ่านสิ่งเหล่านั้นไปได้อย่างง่ายดาย ลองมาทำความรู้จักกันดูนะครับ ว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร แล้วคุณจะพบกับความมหัศจรรย์ของมัน และมันอาจจะทำให้คุณนั้นรู้สึกสนุกกับการขับรถลุยๆ มากขึ้นเลยละครับ

ดิฟเฟอเรนเชียล ลอค แปลความหมายแบบตรงๆ คือ การลอคที่ทำให้เกิดความแตกต่าง โดยความต่างที่ว่านั้น ก็คือ ความแตกต่างของความเร็วของล้อที่ถูกขับเคลื่อนโดยเพลา เจ้านี่จะเป็นตัวลอคเพลา ทำให้เกิดความแตกต่างของความเร็วล้อทั้ง 2 ล้อที่ตั้งอยู่บนเพลาขับ

ลองจินตนาการเวลาที่รถขับเคลื่อน 4 ล้อติดหล่ม ล้อทุกล้อ ก็ยังคงแข่งกันทำหน้าที่หมุนของมันอย่างไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หากล้อลอยอยู่ล้อหนึ่ง แล้วก็ยังปั่นฟรีทิ้งอย่างแข็งขันแล้วละก็ คุณคงคิดถึงอะไรสักอย่าง ที่จะต้องมาสั่งเจ้าล้อนั้น ให้หยุดหมุนเสียที แล้วให้ล้ออื่นที่จับพื้นได้มากกว่าหมุนแทน เพื่อเราและรถจะได้ไปรอด

อย่างไรก็ตาม บางท่านอาจเข้าใจผิดคิดว่า ดิฟฟ์ลอค กับเฟืองท้าย นั้นเหมือนกัน แต่ดิฟฟ์ลอคไม่ใช่เฟืองท้ายนะครับ แต่มันฝังอยู่ในเสื้อดอกจอกของเฟืองท้าย ลักษณะการทำงานและหน้าที่แตกต่างกันเลย

ประเภทของดิฟฟ์ลอค

ดิฟฟ์ลอค มีหลายประเภทตามลักษณะการทำงานของมัน รถขับเคลื่อน 4 ล้อเมื่อขับขี่ในทางปกติ ล้อจะขับเคลื่อนไปโดยอิสระด้วยกลไกที่สัมพันธ์กับฟันเฟืองรถ แต่เมื่อมีการลอคเพลาขับ เฟืองที่หมุนไปตามกลไกอิสระก็จะถูกลอคไว้ ลองดูรูปประกอบนะครับ จะเห็นว่า เฟืองนั้นถูกลอคไว้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ทำให้ล้อทั้ง 2 ข้างของเพลา ถูกลอคให้เคลื่อนที่ไปในจังหวะเดียวกัน

ดิฟฟ์ลอค แยกย่อยได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ตามการทำงาน คือ แบบอัตโนมัติ และแบบที่ต้องปรับด้วยมือ สั่งการด้วยมือคนขับ

1. AUTOMATIC DIFF LOCK

ประเภทนี้ทำงานโดยอัตโนมัติ รถขับเคลื่อน 4 ล้อบางรุ่น บางยี่ห้อ ติดตั้งมาจากโรงงานเลย แต่รถบางคัน ก็อาจจะต้องเลือกหามาใส่เองตามความเหมาะสม ตามท้องตลาดมีให้เลือกหลายแบบ หลายรุ่น ตามประสิทธิภาพ ราคา วัสดุ และความทนทาน ยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักกันก็มี เช่น DETROIT LOCKER หรือที่รู้จักกันในนาม DETROIT NO-SPIN นอกจากนี้ก็ยังมี LOCK RIGHT และ E-Z LOCKER เป็นต้น

ลักษณะการทำงาน คือ เราไม่ต้องสั่งการใดๆ ทั้งสิ้น และจะหยุดทำงาน เมื่อพ้นสภาวะที่เราสามารถก้าวผ่านหนทางอันยากลำบากไปได้ บางชนิดนั้นจะทำงานอัตโนมัติเมื่อล้อรถหมุนในทุกสภาพการขับขี่ แต่บางชนิดก็จะทำงานเมื่อมีแรงบิดสูงเมื่อขับขี่

2. MANUAL DIFF LOCK หรือ SELECTABLE LOCKER

เป็นระบบลอคเพลาขับที่ผู้ขับขี่สามารถสั่งการเองได้ เช่น แอร์ลอคเกอร์ (AIR LOCKER) เป็นระบบการลอคเพลาขับที่ใช้แรงดันอากาศในการลอคเพลาขับ แน่นอน สิ่งหนึ่งของรถที่มีแอร์ลอคเกอร์ควรจะมี คือ หม้อลมเล็กๆ ครับ เพราะแอร์ลอคเกอร์จะทำงานโดยใช้แรงดันอากาศจากหม้อลมในรถ แรงดันอากาศจะช่วยผลักให้เฟืองเข้าลอคกัน และลอคจับกับเพลา

อีกประเภทที่นิยมกัน คือ อี ลอคเกอร์ (E LOCKER) เป็นการลอคเพลาขับด้วยระบบไฟฟ้า โดยกลไกการ
ทำงานจะคล้ายกับแอร์ลอคเกอร์ แต่มีการใช้ระบบไฟฟ้าแทนแรงดันอากาศ ระบบจะเริ่มทำงานเมื่อผู้ขับรถสั่ง โดยจะมีปุ่มสำหรับสั่งการในตัวรถ ซึ่งสามารถเปิด/ปิดการทำงานได้ตามต้องการ

หากถามกันว่า ระบบไหนนั้นดีกว่ากัน ทั้ง 2 แบบก็ต่างมีข้อดี และข้อเสียของมันครับ แต่ระบบอัตโนมัตินั้น ถ้าเข้าป่า หรือขับรถลุยเข้าไปผจญหนทางต่างๆ แล้ว หากสายไฟมีปัญหาภายในเล็กน้อย ตัวดิฟฟ์ลอคก็จะไม่สามารถทำงานได้ และบางครั้ง ระบบการทำงานอาจจะไม่ราบรื่น

นอกจากนี้หากระบบอัตโนมัติ ทำงานในขณะที่ผู้ขับขี่นั้นไม่ต้องการ ก็อาจจะสร้างความรำคาญให้ใครหลายคนได้ แต่ในขณะเดียวกัน ส่วนใหญ่มันก็ยังถือว่าทำหน้าที่ได้ดี รู้ใจผู้ขับขี่ที่มีความต้องการ

ส่วนแบบปรับเอน หากระบบสายไฟ หรือระบบภายในมีปัญหาบางอย่างในนาทีฉุกเฉิน เราอาจจะยังพอแก้ไข และไล่หาต้นสายปลายเหตุได้ง่าย นอกจากนั้นแล้วยังมีความทนทานมากกว่าครับ แต่ทั้งนี้เอง ก็แล้วแต่ความเหมาะสมของรถ รวมถึงลักษณะการใช้งาน การดูแลรักษาของแต่ละบุคคลด้วยครับ



------------------------------
เรื่องโดย : คนผ่านมา
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2553
คอลัมน์ : รู้ลึกอุปกรณ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/umtw2

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
20 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,699,000
2.
2,930,000
3.
679,000
4.
1,290,000
5.
21,890,000
6.
24,900,000
7.
3,090,000
8.
75,000,000
10.
1,545,000
11.
1,465,000
12.
2,390,000
13.
489,000
14.
1,199,000
16.
2,490,000
17.
479,000
18.
939,000
19.
24,500,000
20.
34,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th