บทความ

ยังลักกันร่ำไป


สิ่งที่ประเทศไทยยังย่ำอยู่อีหรอบเดิม คือ “การลักรถ” ของชาวบ้านซึ่งตกเป็นเหยื่อ ในแง่ของผู้ที่เรียก ว่าเป็น ”เจ้าทุกข์” อันเป็นภาษากฎหมายนั้น “ทุกข์” จริงๆ ทุกข์อย่างที่เรียกว่าเจ้าทุกข์นั่นแหละ ไม่ว่ารถที่โจรห้าร้อยลักไป จะเก่า หรือใหม่ รถประเภทไหน ราคาเท่าไร

เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสีย ”ทรัพย์สิน” ที่เขาซื้อหามาด้วยเงินทองอันเป็นหยาดเหงื่อแรงงาน ไม่ได้จับสลากมาฟรีๆ ไหนจะเสียความรู้สึก ไม่ได้ใช้สอยรถดังเคย ยิ่งมีอยู่คันเดียวยิ่งทุกข์เข้าไส้ ใครไม่โดนกับตัวเอง ไม่รู้หรอกว่าเจ็บปวด ทุกข์แค่ไหน

ข่าวที่เห็นทางสื่ออยู่เป็นประจำ ก็คือ ตำรวจโชว์ผลงาน รวบขโมยลักรถมาได้ ข่าวนั้นแหละตอกย้ำให้เห็นว่า โจรลักรถไม่ได้ลดทอนลงเลย มีแต่จะมากขึ้น จับได้แต่ละทีไม่ใช่แค่คนๆ เดียว มันทำกันเป็นขบวนการ

ความเสียหายที่ประชาชนได้รับก็ทวีจำนวนมากขึ้น ไล่เลียงแล้ว แต่ละขบวนการลักรถยนต์บ้าง รถจักรยานยนต์บ้างมานักต่อนัก กว่าตำรวจจะคว้าคอมาได้ รถเก๋งที่สุจริตชนกัดฟันซื้อมาราคาแพง ตามประสาเมืองไทย คันละ 6-7 แสนบาท มันเอาไปปูยีปูยำ ขาย
คันละ 6-7 หมื่นบาท รถมอเตอร์ไซค์คันละหลายๆ หมื่นบาท คนซื้อระดับชาวบ้านจ่ายดอกหูตูบทั้งนั้น มันไปขายคันละไม่กี่พันบาท เอาเงินไปกินเที่ยว คิดดูว่ามันย่ำยีกูผู้เป็นเป็นเจ้าของรถ เจ็บช้ำน้ำใจขนาดไหน พ่อแม่ญาติพี่น้องของพวกโจรเจอเข้าบ้าง มันจะรู้สึกอย่างไร

 

เอาอย่างนี้ดีไหม ผมและพรรคพวกสุมหัวกันคิดหาหนทางไว้บ้าง ขอนำเสนอไว้ ณ ที่นี้ผู้มีอำนาจผู้บริหารประเทศลองกัดฟันอ่านดู หรือใครช่วยถ่ายทอดให้ ฯพณฯ ทั้งหลายดูมั่ง เผื่อจะนำไปใช้ได้ หรือแค่จุดประกายที่ปลายอุโมงค์ก็ยังดี

1. กรณีที่โจรห้าร้อยก่อความเสียหายต่อเจ้าทุกข์ ปรากฏชัดแจ้ง ตีราคา (โดยด่วนอย่ารอช้า) เป็นเงินจำนวนหนึ่ง รัฐต้องหามาตรการบีบบังคับอย่างจริงจัง อย่างถึงที่สุด ให้เขาได้รับการชดใช้จนครบ รัฐ ฯ ทดลองจ่ายให้ยิ่งดีใหญ่ หลังจากนั้นให้รัฐ ฯ ติดตาม
บังคับคดีจากโจรคืนมาทุกบาททุกสตางค์ หมายรวมถึง ดอกเบี้ยค่าใช้จ่ายของเจ้าหน้าที่ไม่เช่นนั้นรัฐ ฯ อาจอ้างว่า ไม่มีงบประมาณ ไม่มีคนติดตามบังคับคดี หมัดเด็ด คือ กำหนดทายาทตามกฎหมาย ของโจร หรือผู้กระทำผิด ต้องรับผิดด้วยในฐานะลูกหนี้ร่วม นั่นหมายถึงรับผิดทั้งตระกูลทั้งก๊กในทางแพ่ง

ผลดีของมาตรการข้างต้นท่านคงมองออกใช่ไหมครับว่า เจ้าทุกข์ได้รับการปลดทุกข์ และสิ้นทุกข์จริงๆ ไม่ใช่ทุกข์ตลอดชาติ คิดถึงรถโดนลักคราใด เจ็บแปล๊บเหมือนโดนมีดกรีดหัวใจเมื่อนั้น ขณะเดียวกัน โจรก็ขยาดในการทำผิด เพราะวงศาคณาญาติโดนด้วยเต็มๆเกิดการควบคุมในครัวเรือนตามมาติดๆ มึงอย่าทะลึ่งไปลักขโมยของใครเชียวนะครอบครัวพ่อแม่พี่น้องพลอยหมดตัวด้วยนะมึง อย่าทำเป็นอันขาด

2. โทษคดีลักทรัพย์ในประเทศไทย ถึงเวลาแล้วล่ะครับ ต้องปรับสูงขึ้น จะเพิ่มโทษปรับแล้วบังคับคดี เป็นการลงโทษทางเศรษฐกิจด้วยก็ได้ อย่าดักดานอยู่เท่าเดิม เอาเข้าคุกปีสองปีมันไม่เข็ดอย่างที่ปรากฏ ไม่สาสมกับความเดือดร้อนที่มันก่อให้ชาวบ้านร้านถิ่น ดูอย่างในประเทศอิสลามหลายประเทศ เขาเอาผิดข้อหาลักทรัพย์ถึงขั้นตัดมือตัดแขน คนของเขาจึงไม่กล้าลักขโมย เพราะความเข้มข้นของกฎหมาย ไม่ใช่บทบังคับทางศีลธรรมเท่านั้น

3. การตัดสินลงโทษคดีลักทรัพย์ต้องเป็นไปโดยรวดเร็ว ตัดหนทางเล่นเกมยาวซะมั่งยึดคติทางกฎหมาย ”ความล่าช้าคือความอยุติธรรม” เข้าไว้ การให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ฎีกา ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ ไม่ควรให้ประกันตัวเสียทุกเรื่อง หากหลักฐานในชั้นต้น
ค่อนข้างชัดว่าทำผิดชัวร์ เช่น โจรรับสารภาพผิดอยู่แท้ๆ ไม่ให้ประกันตัวจึงจะถูกต้อง

4. ข้อหารับของโจร ซึ่งเป็นความผิดต่อเนื่อง เป็นตัวเร่งให้การลักขโมยเกิดขึ้นตลอดผู้ที่ทำผิดข้อหารับของโจรต้องโดนมาตรการในข้อ 1 เช่นเดียวกับผู้ลงมือลักทรัพย์ กรณีที่ยังเอาผิดทางอาญาข้อหารับของโจรไม่ได้ นอกจากรัฐ ฯ จะออกแรงให้มีการยึดทรัพย์
จากผู้ที่รับไว้ แล้วรีบคืนให้เจ้าของหรือเจ้าทุกข์แล้ว ถ้ายังไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเจ้าทรัพย์หรือเจ้าทุกข์ ต้องให้ผู้รับของโจรชดใช้จนครบ ทายาทของผู้รับของโจรก็เจอมาตรการเดียวกันกับทายาทของโจรที่ลักทรัพย์ดังที่ว่ามาแล้ว

เอาแค่นี้ก่อน ถ้ารัฐ ฯ ระดมสมองจริงๆ คงมีวิธีการเจ๋งๆ อย่างอื่นอีก ขอให้ถือหลักว่า“ทำซะบ้าง ดีกว่าไม่ทำแมวอะไรเลย” มาชั่วนาตาปี ถ้าขืนไม่ทำอะไรเลย มันก็เป็นอย่างนี้โจรขโมยเต็มบ้านเต็มเมืองอยู่อย่างนี้ จะไปเกี่ยงงอนให้ตำรวจไล่จับ มันแก้ที่ปลายเหตุ
แถมตำรวจยังต้องสาละวนกับบรรดากลุ่มป่วนประเทศ จนไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องอื่นเข้าไปอีก กรรมจึงตกอยู่กับคนไทยอย่างเห็นๆ

ขอฝากผู้มีฤทธิ์ในบ้านนี้เมืองนี้ด้วยนะครับ กับการหาทางแก้ไขเรื่องโจรลักรถ หรือลักอย่างอื่นของชาวบ้านตาดำๆ ผมขอภาวนาสาธุ ขอท่านให้เจริญๆ ถ้าท่านเอาจริง หากยังไม่สนใจขอให้โจรขึ้นบ้านท่านและลูกหลานถี่ยิบก็แล้วกัน จะได้รู้รสซะมั่ง

เอายังงี้มาดูคดีลักทรัพย์สักเคสหนึ่ง จะได้รู้ว่าโจรมันจะขยาดในการทำผิดหรือไม่

“นายรวยใหญ่” คงไม่รวยเหมือนชื่อ ไม่คิดหาทางสู้แล้วรวยอย่างที่เขาพากันทำหรือยังไงไม่ทราบ กับพวกอีกหนึ่งคน วันนั้นไปเห็นรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่ ราคาหลายหมื่นบาทของ “นายกู้ชื่อ” ซึ่งกู้ทั้งเงินจ่ายทั้งดอก เบี้ยไปซื้อรถมาใช้ จอดล่อตาอยู่ ณ ที่พัก นายรวยใหญ่ กับพวกกะอยู่ในใจ เอาไปขายได้หลายพันบาท มีเงินกินเหล้ากินเสพยาง่ายๆ

ไม่รอช้า นายรวยใหญ่ ขึ้นนั่งคร่อม พรรคพวกเข็นรถของ นายกู้ชื่อ ออกจากจุดที่จอดเดิมประมาณ 1 เมตร ยังไม่ทันติดเครื่องรถขับไป เกรงเสียงดัง จำเผอิญ นายกู้ชื่อ ดวงดี โผล่มาเห็นเข้า จึงเอะอะโวยวาย นายรวยใหญ่ กับพวกทิ้งรถวิ่งหนี ยังดีที่ตำรวจได้ตัว นายรวยใหญ่ แบบไม่ผิดตัวมาดำเนินคดี ให้อัยการเดี่ยวมือสองนำไปฟ้องที่ศาล

นายรวยใหญ่ จ้างทนายสู้คดี ให้การแก้ตัวโน่นนี่ว่าไม่ได้ทำผิด ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า นายรวยใหญ่ พยายามลักทรัพย์ ตัดสินลงโทษจำคุก 2 ปี รับชั้นโรงพักมีส่วนลด 1 ใน 3 เหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน คืนรถแก่เจ้าของ

อัยการโจทก์หน้ามุ่ย มองว่า นายรวยใหญ่ มีความผิดลักทรัพย์เต็มตัว ไม่ใช่แค่พยายาม เพราะครอบครองรถพารถเคลื่อนที่ไปแล้ว จึงยื่นอุทธรณ์ขอให้เชคบิลล์ใหม่ ส่วน นายรวยใหญ่ ก็ดิ้นรนด้วยการยื่นอุทธรณ์ เล่นเกมยาว คงจะได้ประกันกระมัง

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พยักหน้าหงึก เห็นด้วยกับอัยการ นายรวยใหญ่ ลักทรัพย์สำเร็จแล้ว ไม่ใช่แค่พยายาม พิพากษาแก้ลงโทษจำคุก 4 ปี ลด 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน

จำเลย คือ นายรวยใหญ่ ยังเล่นเกมยาวต่อไป ด้วยการยื่นฎีกา ขอให้ยกฟ้องหรือเอาผิดแค่ข้อหาพยายามลักทรัพย์ ตามที่ศาลชั้นต้นว่าไว้

ศาลฎีกาเหล่ดูสำนวนคดีนี้อยู่ไม่นาน ไม่ถึงกับตาเหล่ตาลาย แล้วชี้ขาดออกมาว่า

ข้อที่ นายรวยใหญ่ อ้างว่า เพียงแต่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ ยังไม่ทันติดเครื่องยนต์เพื่อที่จะพารถไป รถยังลอคคอไว้ นายรวยใหญ่ กับพวกไม่ทันได้ใช้เลื่อยหรือตัดเดือยล็อกคอรถ จึงแค่พยายามลักทรัพย์เท่านั้น ศาลฎีกาฟันธงว่า แม้ยังไม่ทันติดเครื่องยนต์ แต่เมื่อได้ความว่า นายรวยใหญ่ ขึ้นนั่งคร่อมและเข็นรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหาย ออกจากจุดเดิมประมาณ 1 เมตร ถือว่า นายรวยใหญ่ เข้ายึดถือครอบครองและเอาทรัพย์เคลื่อนไป ในลักษณะที่พาเอาไปได้แล้ว จึงเป็นการลักทรัพย์สำเร็จแล้ว ที่อ้างว่า รถยังลอคคอไว้ เป็นข้อที่ นายรวยใหญ่ ไม่ได้อ้างมาแต่แรกหรือในชั้นอุทธรณ์ มาหามุกอ้างตอนหลัง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้หรอก

แต่ศาลฎีกาใจอ่อนจนได้ พิพากษาแก้ ลงโทษจำคุกแค่ 3 ปี ลด 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี

ครับทุลักทุเลใช้เวลาและผู้พิพากษาน้อยใหญ่ ทำคดีของไอ้หมอนี่นานสองนาน กว่าจะลงโทษได้แค่จิ๊บๆ ถ้า นายรวยใหญ่ ยังไม่เลิกนิสัย ก็คงก่อเหตุอีก ดังที่ปรากฏจากผู้กระทำผิดคดีเหล่านี้ในบ้านเรา รายแล้วรายเล่า หากไม่มีมาตรการอื่นใดมาแก้ไข อย่างที่ว่าไว้ข้างต้นนั่นแล

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3011/2551



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2553
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/LZrnn

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th