บทความ

ศึก โฟล์ค ฯ ปะทะ โพร์เช ถ้าไม่อยากถูกฮุบ ก็ต้องรีบกลืน


การประลองกำลังภายใน ระหว่างผู้บริหาร โพร์เช และ โฟล์คสวาเกน ซึ่งดำเนินมาแรมปี ดูเหมือนจะถึงจุดสิ้นสุดลงเมื่อวานนี้ ถ้าเปรียบเทียบกับวันที่ผมเขียนต้นฉบับนี้ ( 24 กค.) ใครเป็นฝ่ายชนะขออุบไว้ก่อนนะครับ เพื่อความตื่นเต้น สำหรับผู้อ่านที่อาจจะทราบจากหน้าธุรกิจของหนังสือพิมพ์รายวันบางฉบับ ก็คงอยากจะทราบความเป็นมาของเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นซึ่งผมจะเล่าเท่าที่ทราบ โดยพยายามไม่ให้ส่วนสำคัญตกหล่นไป

ตัวการของเรื่องนี้ ซึ่งคงไม่มีใครรู้แน่ว่าเป็นพระเอกหรือผู้ร้าย คือ เวนเดลิน วีเดคิง(WENDELIN WIEDEKING) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ โพร์เช ซึ่งดำรงตำแหน่งนี้มา 16ปีแล้ว ฝีมือบริหารฉกาจระดับทำกำไรให้ครอบครัว โพร์เช เป็นแสนล้านบาท จนได้ใจถึงขนาดวางแผนฮุบกิจการของ โฟล์คสวาเกน ยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรป

แรกเริ่มเดิมทีก็ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกตระกูล โพร์เช อยู่ เพราะเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่โดยเฉพาะจาก เฟร์ดินันด์ พีค (FERDINAND PIECH) หลานตาของ เฟร์ดินันด์ โพร์เช(FERDINAND PORSCHE) ซึ่งเป็นทั้งสมาชิกครอบครัว โพร์เช ถือหุ้น โพร์เช ร่วมกับบรรดาหลาน และขณะเดียวกันก็เป็นประธานบริษัท โฟล์คสวาเกน ด้วย จุดประสงค์หลักนอกจากความโลภแล้ว ก็คือการป้องกันไม่ให้ โฟล์คสวาเกน มีโอกาสตกไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติหรือบริษัทรถที่เข้าข่ายคู่แข่ง

ทุกอย่างค่อยๆ คืบคลานไปด้วยดี โพร์เช สะสมหุ้นของ โฟล์ค ฯ ได้ถึงร้อยละ 42 สมาชิกครอบครัว โพร์เช กำลังคึกสุดขีด ในการเพิ่มหุ้นรอบถัดไปให้ถึงร้อยละ 51 เพื่อให้มีอำนาจบริหารจัดการบริษัท โฟล์คสวาเกน ทุกคนเชื่อมือและฝากความหวังไว้กับ โฮลเกร์ ฮาร์เทร์(HOLGER HARTER) หัวหน้าฝ่ายการเงินของ โพร์เช ซึ่งแทนที่จะใช้เงินที่กู้มาไปซื้อหุ้นโฟล์ค ฯ อย่างตรงไปตรงมา กลับแอบเอาเงินไปหมุนในตลาดหุ้น และถูกไล่ออก

เมื่อความลับนี้แตก ขณะเดียวกัน บรรดาธนาคารที่ปล่อยเงินกู้ให้ ก็ระดมซื้อหุ้น โฟล์ค ฯตุนเอาไว้กันเพียบ เตรียมขายตอนหุ้นขึ้น เพราะ โพร์เช เข้ามาซื้อ และก็จะซื้อด้วยเงินที่กู้ธนาคารแหล่งนี้ไปนั่นแหละครับ เพราะเป้าหมายของผู้บริหาร โพร์เช คือ การถือครองหุ้นของโฟล์ค ฯ ให้เกินร้อยละ 75 เพื่อให้มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหาร

ต่อไปนี้ผมขอเล่าถึงจำนวนเงินด้วยหน่วยยูโรนะครับ จะได้ความรู้สึกดีกว่าเป็นบาท ใครต้องการเทียบมูลค่าเป็นบาทก็คูณด้วย 48 หรือ 50 ก็ได้ครับง่ายดี โพร์เช สะสมหุ้น โฟล์ค ฯ ได้ในมูลค่า 38,000 ล้านยูโร ในขณะที่มูลค่าของบริษัท โพร์เช อยู่ในราว 8,000 ล้านยูโร พร้อมทั้งมีหนี้อยู่มากกว่ามูลค่าตัวเองอยู่ 2,000 ล้านยูโร โพร์เช ใช้กำไรจากการขายรถ มาจ่ายดอกเบี้ยของหนี้ 10,000 ล้านยูโร นี้ ไปพลางๆ ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเมื่อใดจะสะดุด เพราะสภาพเศรษฐกิจโลกในตอนนี้

ก็อย่างที่ทราบกันอยู่ คณะกรรมการบริหารของ โพร์เช สุดจะทน จึงเรียกร้องให้ วีเดคิง ชี้แจงแผนปลดหนี้ ซึ่งแต่ละวิธีล้วน “ไม่เข้าท่า” ในสายตาของสมาชิกครอบครัว โพร์เช ผู้ถือหุ้นใหญ่เช่น การเพิ่มทุน หรือไม่ก็ชวนเศรษฐีอาหรับ มาซื้อแพคเกจตราสารอนุพันธ์ และคนที่งัดข้ออย่างแรงกับ วีเดคิง ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น พีค ประธาน โฟล์ค ฯ เจ้าเก่านี่เอง สองคนนี้ไม่กินเส้นกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ

จุดแตกหักอยู่ที่มหกรรมยานยนต์ ณ เมืองฟรังค์ฟวร์ท เมื่อเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา วีเดคิง ตำหนิการบริหารงานของผู้บริหารบริษัท โฟล์ค ฯ อย่างรุนแรง แถม “สอนมวย” ต่อ ว่าถ้าตนเป็นผู้บริหารจะทำอะไรบ้าง คนที่โดนน้ำลายพิษของ วีเดคิง ซึ่งบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทต่างๆ ในประเทศเยอรมนี ล้วนขนานนามลับหลังว่า นักบริหารปากสุนัข นอกจาก มาร์ทินวินเทร์โคร์น (MARTIN WINTERKORN) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ โฟล์ค ฯ แล้ว ก็คือเฟร์ดินันด์ พีค คู่ปรับตลอดกาลนั่นเอง

แผนงัดข้อของ พีค กับ สองเกลอ วีเดคิง กับ ฮาร์เทร์ หัวหน้าฝ่ายการเงิน คือ การหาพันธมิตรขาใหญ่ระดับนายกเทศมนตรีของแคว้นแซกโซนีใต้ เพราะแคว้นนี้ถือหุ้นบริษัท โฟล์ค ฯ อยู่ถึงร้อยละ 20 มาร่วมมือกันควบรวมกิจการของ โพร์เช เข้ากับบริษัท โฟล์ค ฯ แบบเป็นขั้นตอนช่วงนี้ดูเหมือน วีเดคิง จะพอรู้ตัวเพราะมองไม่เห็นเงาหัวตัวเองแล้ว ดูได้จากพิธีเปิดตัว เก๋งสปอร์ทหรู 4 ประตูของ โพร์เช ณ งานมหกรรมยานยนต์แห่งเมืองเซี่ยงไฮ้ ที่ไม่กล้าโผล่ไปร่วมโดยอ้างปัญหาสุขภาพ เลียนแบบข้าราชการไทยตอนรู้ตัวว่ากำลังจะถูกปลด

และในที่สุดฝันร้ายก็กลายเป็นจริง เมื่อโฆษกของ โพร์เช แถลงในวันที่ 23 กค. ที่เพิ่งผ่านมาว่าวีเดคิง ซึ่งกุมบังเหียน โพร์เช มาถึง 16 ปี จะออกจากตำแหน่งทันทีต่อหน้าพนักงานของ โพร์เชที่ชุมนุมกันอย่างเคร่งเครียด นอกจากจำนวนศัตรูที่ได้มาจากการมีปากสุนัขแล้ว วีเดคิง ยังมีคนชังจากความอิจฉาอีกไม่น้อย เพราะเป็นผู้บริหารในภาคอุตสาหกรรม ที่มีรายได้สูงกว่าเพื่อนร่วมอาชีพในระดับเดียวกัน

ผมจำตัวเลขไม่ได้ครบครับ ถ้าค้นเจอจะนำมาเล่าในโอกาสหน้า แค่เงินชดเชยในโอกาสถูกไล่ออกในภาษาอย่างเป็นทางการว่า ถูกปลดจากตำแหน่ง ก็เป็นเงินถึง 50 ล้านยูโร แล้วครับ วีเดคิง สยบความรู้สึกต่อต้านด้วยการประกาศว่า เงินจำนวนนี้ หลังจากหักภาษีเงินได้แล้วจะถูกนำไปบริจาคเป็นการกุศล แต่ไม่บอกนะครับว่าทั้งหมด ไม่ทราบว่าเลียนแบบนักธุรกิจไทยไปหรือเปล่า

มิคาเอล มัคท์ ผู้รับตำแหน่งต่อจาก วีเดคิง แถลงว่า โพร์เช จะพยายามบรรลุข้อตกลงกับ โฟล์ค ฯให้ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ต้องอยู่ในสถานะเท่าเทียมกันทั้งสองฝ่าย ฝ่าย วินเทร์โคร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ โฟล์ค ฯ ก็รีบสนองตอบด้วยคำหวานว่า โพร์เช จะยังคงเป็นบแรนด์อิสระในกลุ่มของ โฟล์คสวาเกน แบบเดียวกับที่ เอาดี เป็นอยู่ ในขณะเดียวกับที่ โวล์ฟกัง โพร์เช (WOLFGANG PORSCHE) หลานปู่ของ เฟร์ดินันด์ โพร์เช ผู้ก่อตั้งบริษัทนี่แหละดูเหมือนจะเป็นผู้มีอำนาจในบริษัท โพร์เช คนเดียว ที่รักและหวงแหนบริษัทนี้จริงๆ ยืนยันอย่างแข็งขันทั้งน้ำตาว่า บริษัทรถสปอร์ทชั้นยอดของโลกสัญชาติเยอรมันจะยังคงเป็นอิสระและธำรงความเป็นผู้นำในสาขานี้ต่อไป

สรุปแล้วนักบริหารที่ก้าวร้าว คิดการใหญ่ แต่ขาดบารมีและคุณธรรมประจำใจ ปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำ ก็ต้องพบจุดจบอย่างเจ็บปวดในที่สุด แต่ วีเดคิง ก็ไม่เลวร้ายถึงขั้นอยู่ในแผ่นดินเกิดไม่ได้นะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : เจษฎา ตัณฑเศรษฐี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : รอบรู้เรื่องรถ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/P4S7r
อัพเดทล่าสุด
5 Dec 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,180,000
2.
19,800,000
3.
31,900,000
4.
24,700,000
5.
1,990,000
6.
12,959,000
8.
31,900,000
10.
33,900,000
12.
3,699,000
13.
1,030,000
15.
6,000,000
17.
4,999,000
19.
23,420,000
20.
32,900,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th