บทความ

โทรุ ฮาเซกาวา


“นิสสัน” รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเป็นเวลานานกว่า 50 ปี ณ วันนี้ ถึงแม้ว่า บริษัทแม่จะเข้ามาดำเนินธุรกิจเอง แต่ก็ถือว่าต้องฟันฝ่าอุปสรรคในหลายๆ ด้าน “ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์ผู้นำทัพคนใหม่ โทรุ ฮาเซกาวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถึงแนวทางการบริหารงาน เพื่อสู่เป้าหมายความสำเร็จของ นิสสัน ในอนาคต

ฟอร์มูลา : คุณมองว่าสถานการณ์ตลาดรถในปี 2552 นี้จะเป็นอย่างไร ?

ฮาเซกาวา : ที่ผ่านมาตลาดรวมตกลงประมาณร้อยละ 20-25 โดยเฉพาะตลาดรถพิคอัพ แต่รถยนต์นั่งถือว่ายังดีอยู่ ซึ่งปีนี้ตลาดโดยรวมคงจะไม่ดีนัก คาดว่าปีหน้าตลาดน่าจะดีขึ้น แต่จะค่อยๆ ดีขึ้น เพราะว่าตอนนี้ถือว่าอยู่ในช่วงต่ำสุด

ฟอร์มูลา : คุณคิดว่า นิสสัน มีจุดแข็ง-จุดอ่อน ในด้านใดบ้าง ?

ฮาเซกาวา : จุดแข็งของ นิสสัน คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ส่วนจุดอ่อนนั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องภาพลักษณ์ของบแรนด์ นิสสัน ที่ยังสู้คู่แข่งไม่ได้ อาทิ ด้านบริการหลังการขาย ปัจจุบัน บริษัท ฯ ได้เริ่มต้นปรับปรุงพัฒนาการบริการหลังการขาย อาทิ การปรับราคาอะไหล่ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาด การจัดกิจกรรมใกล้ชิดกับผู้บริโภค

ฟอร์มูลา : วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจไว้อย่างไร ?

ฮาเซกาวา : ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์มีความเป็นสากลมากขึ้น ราคาต้องสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ซึ่งราคาที่สามารถแข่งขันได้ ต้องมีต้นทุนการผลิตต่ำด้วย ถ้า นิสสัน ประเทศไทย เป็นฐานการผลิตรถพิคอัพ และรถยนต์นั่ง และมีการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ จะทำให้สามารถจำหน่ายรถยนต์ให้ผู้บริโภคได้ในราคาที่ต่ำลง นอกจากนี้ การใช้แรงงานในประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานถูกลง และคนในประเทศก็จะรู้สึกดีและรู้สึกอยากทำงานร่วมกับบริษัท ฯ

นอกจากนี้ ต้องพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของบแรนด์ นิสสัน และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค รวมทั้ง CSR (CORPORATE SOCIAL RESPONSIBILITY) ที่ต้องดำเนินไปพร้อมกัน ผมคิดว่า นิสสัน มีผลิตภัณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว การสร้างภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลา ทั้งนี้ภาพลักษณ์ของ นิสสัน ในประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีความเข้มแข็งมาก ซึ่งแต่ละประเทศมีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน การเข้าถึงผู้บริโภคย่อมแตกต่างกัน

ฟอร์มูลา : คุณมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จในการบริหารงานในเมืองไทยหรือไม่ ?

ฮาเซกาวา : ที่ผ่านมา ผมประสบความสำเร็จจากการบริหารงานที่ประเทศอินโดนีเซีย (ปี 2544-2548) จากส่วนแบ่งทางการตลาดไม่ถึงร้อยละ 1 เพิ่มเป็นร้อยละ 3 รวมทั้งประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผมเชื่อว่า นิสสัน มีผลิตภัณฑ์ที่ดี สิ่งที่เราต้องทำ คือ การสื่อสารให้ผู้บริโภคเชื่อว่า ถ้าปราศจากผลิตภัณฑ์ที่ดี ราคาเหมาะสม ไม่มีทางที่การทำงานจะประสบความสำเร็จ และผมเชื่อว่า นิสสัน จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

ฟอร์มูลา : ตลาดในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันอย่างไร ?

ฮาเซกาวา : ผมร่วมงานกับ นิสสัน มาหลายประเทศ อาทิ ไต้หวัน ดูไบ โดยดูแลตลาดใน 24 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย การทำตลาดในแต่ละประเทศเหมือนกัน เพียงแต่ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศแตกต่างกัน อาทิ ผู้บริโภคในประเทศอินโดนีเซียนิยมรถ เอมพีวี ไต้หวันนิยมรถซีดาน ส่วนประเทศไทย ผู้บริโภคนิยมรถพิคอัพ และซีดาน เรามีหน้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแต่ละแบบ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย ภาพลักษณ์ของสินค้า คุณภาพ และราคา

ฟอร์มูลา : คุณต้องการปรับเปลี่ยนการบริหารของ นิสสัน ประเทศไทย หรือไม่ อย่างไร ?

ฮาเซกาวา : ผมอยากให้ทุกคนทำงานในระดับที่เป็นมาตรฐานสากล และให้ความสำคัญกับการบริหารงานโดยคนไทย นอกจากนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมคิดว่า ทุกคนต้องตระหนักว่าระยะเวลานี้ สถานการณ์รอบด้านเป็นอย่างไร และต้องผลักดันตัวเองในการทำงาน เพื่อทำให้บริษัท ฯ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในส่วนของผู้แทนจำหน่าย นิสสัน ที่มีกว่า 97 แห่งทั่วประเทศ บริษัท ฯ ได้วางกลยุทธ์การทำงานร่วมกัน โดยต้องสร้างให้ทั้ง 2 ฝ่ายมีผลกำไร รวมทั้งในการทำงานต้องมีความเชื่อมั่นและต้องเคารพซึ่งกันและกัน และต้องกระตุ้นให้ผู้แทนจำหน่ายมีความกระตือรือร้นในการจำหน่ายสินค้า โดยบริษัท ฯ ได้มีการวางเป้าหมายยอดจำหน่ายแต่ละเดือน ถ้าทำได้ทุกเดือน เท่ากับเป็นการสะสมความสำเร็จทุกเดือน และจะทำให้ผู้แทนจำหน่ายเกิดความมั่นใจในการทำงาน ผมเชื่อว่า ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือของทุกคนที่เกี่ยวข้อง

ฟอร์มูลา : มีแผนเปิดตัวรถใหม่หรือไม่ ?

ฮาเซกาวา : นิสสัน เทอานา เป็นรถธงของ นิสสัน นับตั้งแต่การเปิดตัวในเดือน มีค. 2552 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก ส่วน นิสสัน นาวารา ซึ่งทำตลาดมาประมาณ 2 ปี อาจมีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด สำหรับ นิสสัน ทิอิดา ที่ผ่านมาการสื่อสารอาจยังไม่ตรงใจผู้บริโภค จากนี้ไป จะเน้นการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง และหวังว่า นิสสัน ทิอิดา จะประสบความสำเร็จเหมือนในประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน

ฟอร์มูลา : ปีนี้คุณตั้งเป้ายอดขายไว้เท่าใด ?

ฮาเซกาวา : 28,000 คัน แบ่งเป็นรถพิคอัพ ร้อยละ 55 และรถยนต์นั่ง ร้อยละ 45



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ/นาทลดา ทองมาก
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กันยายน ปี 2552
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/kyI5u
อัพเดทล่าสุด
10 Sep 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,090,000
2.
2,229,000
3.
779,000
4.
3,590,000
6.
1,316,000
7.
1,749,000
8.
1,699,000
10.
3,299,000
11.
5,399,000
12.
6,799,000
13.
3,249,000
14.
4,980,000
15.
53,500,000
17.
3,600,000
18.
13,339,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง