บทความ

PORSCHE 911 GT3


ผลงานอีกชิ้นหนึ่งของค่าย โพร์เช ที่นำมาให้ชื่นชมกันใน “ระเบียงรถใหม่” เดือนนี้คือ โพร์เช 911 จีที 3 (PORSCHE 911 GT3) พัฒนาการล่าสุดของรถสปอร์ท โพร์เช911 รุ่นปัจจุบัน ซึ่งมีรหัสโรงงานว่า 997

ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และออกจำหน่ายแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม ทั้งในเยอรมนีและประเทศยุโรปอื่นๆ อีกหลายประเทศ คนรักรถสปอร์ทที่ซื้อรถแบบนี้ไว้ในครอบครองจะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของรถ โพร์เช เครื่องยนต์ไม่ติดเทอร์โบ ที่ทรงพลังที่สุดในขณะนี้

เช่นเดียวกับรถ โพร์เช 911 จีที 3 รุ่นก่อนๆ รถรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เป็นรถที่ออกแบบ และพัฒนาเพื่อให้ใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือใช้ลงสนามแข่ง ก็ได้ ตัวถังซึ่งยาว 4.460ม. กว้าง 1.808 ม. และสูง 1.280 ม. มีช่วงฐานล้อยาว 2.355 ม. มีน้ำหนักตัวพร้อมขับ 1,395 กก. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.32 พัฒนาจากรถ โพร์เช911 รุ่นสามัญ ซึ่งหน้าตาคล้ายๆ กัน โดยปรับปรุงรายละเอียดมากมายหลายจุด ทั้งภายในและภายนอก และ 1 ในบรรดาการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุด คือ เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหลังของ โพร์เช 911 จีที 3 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้เป็นเครื่องยนต์หายใจอากาศธรรมดา/ระบายความร้อนด้วยน้ำ DOHC 6 สูบนอนยัน(บอกเซอร์) ความจุ 3,797 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 7,600 รตน. และแรงบิดสูงสุด 43.9 กก.-ม. ที่ 6,250 รตน. พละกำลังจากเครื่องยนต์ส่งผ่านไปยังล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ซึ่งมีอัตราทด 3.82-2.26-1.64-1.29-1.06-0.92 เฟืองท้าย 3.44 ถอยหลัง 2.86

ระบบรองรับ หน้าอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท/สปริงขด/ชอคอับแกส พร้อมระบบควบคุมความดัน PASM หลังอิสระ แขนยึดหลายชิ้น/สปริงขด/ชอคอับแกส พร้อมระบบควบคุมความดัน PASM ห้ามล้อ หน้าจาน ขนาด 380 มม./หลังจานขนาด 350 มม.

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของ โพร์เช อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน4.1 วินาที อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม. ทำได้ใน 12.3 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดคือ 312 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน EU5 19.2 กม./100กม. หรือ 5.2 กม./ลิตร สำหรับการขับขี่ในเมือง 9.0 ลิตร/100 กม. หรือ 11.1กม./ลิตร สำหรับการขับขี่นอกเมือง และ 12.6 ลิตร/100 กม.หรือ 7.9 กม./ลิตร
เป็นอัตราเฉลี่ย ส่วนอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ค่อนข้างจะหนักหนาสาหัสเอาการ คือ 298 กรัม/กม.

สนนราคาค่าตัวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มที่ติดป้ายอยู่ในเยอรมนี คือ 116,947 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 5.6 ล้านบาทไทย เมื่อคิดอัตราแลกเปลี่ยน เงิน 1 ยูโร แลกได้ด้วยเงินไทย 58 บาท ส่วนในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของรถโมเดลนี้ เมื่อออกจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2009 ค่าตัวที่ผู้ผลิตระบุ ซึ่งเรียกกันในภาษาอังกฤษสไตล์อเมริกันว่าMSRP (MANUFACTURER’S SUGGESTED RETAIL PRICE) อันเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษี และค่าขนส่ง จะอยู่ที่ 112,000 เหรียญสหรัฐ ฯ หรือเท่ากับประมาณ 3.8 ล้านบาทไทย



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/adkof
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

HYUNDAI KONA ELECTRIC ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี พลังไฟฟ้าขนาดจิ๋วที่สุดในโลก
LEXUS UX250H ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี จิ๋วสุดของค่ายหน้ากากกระสวย
TOYOTA RAV4 สืบทอดสายเลือดรถยอดนิยมของเมืองมะกัน
BENTLEY BENTAYGA HYBRID รถไฮบริดแบบแรกของยอดผู้ผลิตรถหรูอายุยืน
RANGE ROVER P400E เอสยูวี ขับทุกล้อไฮบริด...ชนิดต้องมีการเสียบ
LAMBORGHINI URUS สุดยอดซูเพอร์ เอสยูวี สายพันธุ์กระทิงดุ