บทความ

ทริคระบายความร้อน เมื่อจอดกลางแดด


นับจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้พัฒนามาอย่างรวดเร็ว ข้อมูลข่าวสารหลายๆ ด้านก็กระจายไปอย่างรวดเร็วในโลกไซเบอร์ แต่ข้อมูลหลายๆ อย่าง เมื่อได้รับต้องนำมากรองหาความถูกต้องเสียก่อน เพราะข้อมูลเหล่านี้ ใครๆ ก็สามารถทำได้ หลายเรื่องขาดความถูกต้องทั้งทางวิชาการ และความเป็นไปได้ บางครั้งเรามักจะได้ยินเรื่องที่เอามาคุยกันมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์เป็นประจำ นึกๆ ไปแล้วมันก็คล้ายๆ ที่เราอ้างถึงสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาว่า “เค้าบอกมา”, “เขาพูดกัน” ฯลฯ หลายๆ คนให้ความเชื่อถือฟอร์เวิร์ดเมล์มากจนน่าตกใจ เนื่องจากเพื่อนๆ มักจะส่งต่อให้กันและกัน คิดไปคิดมามันก็เหมือนกันจดหมายลูกโซ่ที่ไม่ได้ลงชื่อ

ฟอร์เวิร์ดเมล์ ยอกฮิท

ล่าสุดที่ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์เกี่ยวกับรถยนต์ด้วยคำเตือนว่า “อย่าเปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ทันทีที่คุณขึ้นรถ !” เป็นเรื่องที่ฟังแล้วน่าตกใจไม่น้อยเลย เพราะคนส่วนใหญ่เมื่อขึ้นรถก็ต้องรีบเปิดเครื่องปรับอากาศเพราะอยากได้แอร์เย็นๆ เนื่องจากสภาพอากาศภายนอกที่ร้อนอบอ้าว การเข้ามาในห้องโดยสารที่เย็นๆ ย่อมช่วยได้ แต่มาเจอคำเตือนจากฟอร์เวิร์ดเมล์ ทำให้หลายคนต้องคิดใหม่ เพราะอะไรน่ะหรอ ข้อความนี้ยกมาจากฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับดังกล่าว “อย่าเปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ทันทีที่คุณขึ้นรถ ! โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณจอดรถตากแดดไว้ ให้เปิดหน้าต่างหลังจากขึ้นรถ และอย่าเปิดแอร์ทันที ตามผลการวิจัยแผงหน้าปัด (คอนโซล) เบาะที่นั่ง และน้ำหอมปรับอากาศ จะสร้างสารเบนซีน ที่เป็นสารก่อมะเร็งขึ้น (อย่างที่คุณได้กลิ่นเหมือนพลาสติคจางๆ ในรถ)

นอกจากเป็นสาเหตุให้เป็นมะเร็งแล้ว สารดังกล่าวยังเป็นพิษต่อกระดูก ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง และลดจำนวนเม็ดเลือดขาว ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้เป็นโรคลูคีเมีย และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์มารดาได้ ระดับของสารเบนซีนที่ยอมรับได้ในรถ คือ 50 มิลลิกรัม/ตารางฟุต แต่ระดับของสารเบนซีนในรถที่จอดอยู่ในร่มมีค่าอยู่ที่ 400-800 มิลลิกรัม หากรถจอดอยู่กลางแจ้งที่มีอุณหภูมิสูงเกินกว่า 60 องศาฟาเรนไฮท์ (15.5 องศาเซลเซียส) ระดับของสารเบนซีนจะสูงขึ้นถึง 2,000-4,000 มิลลิกรัม คือ สูงกว่าระดับที่ยอมรับได้ถึง 40 เท่า คนที่อยู่ในรถจะหายใจเอาสารพิษที่สูงเกินมาตรฐานดังกล่าวเข้าไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำว่าให้คุณเปิดประตู หน้าต่างรถไว้สักระยะ เพื่อให้อากาศที่อยู่ในตัวรถออกมาก่อนจะเข้าไปนั่ง สารพิษที่ร่างกายคุณไม่สามารถขับออกได้โดยง่าย จะได้ลดปริมาณลง”

ใครรับรอง !

เมื่ออ่านจบแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่ฟังขึ้น แต่ไม่มีแหล่งอ้างอิงว่าเป็นข้อมูลการวิจัยจากที่ใด ดังนั้นมันจะย้อนกลับมาเรื่องแรกๆ ที่ว่าฟอร์เวิร์ดเมล์มักเชื่อถือไม่ได้ ผมไม่ได้คัดค้านข้อมูลนี้ แต่ก็บอกได้เลยว่าการออกแบบรถยนต์สักคันนั้น มันซับซ้อนกว่าที่คิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของสาร “เบนซีน” ที่กล่าวอ้าง เพราะการออกแบบชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารนั้นไม่ได้เน้นในเรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น วัสดุที่ใช้ในการผลิตต้องผ่านการทดสอบและวิจัยแล้วว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ชิ้นส่วนพลาสติคในห้องโดยสารนั้นต้องทำการทดสอบที่หลายอุณหภูมิ ทั้งเย็นจัด ร้อนจัดเกินกว่าสภาพแวดล้อมทั่วไป เพราะคำนึงถึงเรื่องอายุการใช้งาน

การทดสอบในห้องทดลองของบริษัทรถยนต์นั้น สิ่งแรกที่นำมาเป็นเงื่อนไขในการเลือกวัสดุ คือ เรื่องของความปลอดภัยต่อผู้โดยสาร รองลงมา คือ ความทนทาน จึงหมดห่วงไปได้ แต่สิ่งอื่นๆ ที่คุณเก็บไว้ในห้องโดยสารนั้นไม่แน่นอน เช่น น้ำหอม สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เกิดสารดังกล่าวได้มากกว่า เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ในที่ๆ มีความร้อนสูงๆ

แล้วจะทำอย่างไรได้บ้าง ?

การเปิดกระจกเพื่อระบายอากาศเมื่อขึ้นรถนั้น เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากภายในห้องโดยสารไม่ใช้ระบบปิดร้อยเปอร์เซนต์ จังหวะที่เราสตาร์ทเครื่องยนต์โดยเฉพาะในที่อับ ไอเสียจะรั่วไหลเข้ามาในห้องโดยสารได้ รวมถึงเวลาที่จอดรถเติมน้ำมัน หรือแกส ต้องดับเครื่องและแง้มกระจกไว้เล็กน้อย เมื่อเติมเสร็จและออกจากปั๊ม ยังไม่ต้องรีบปิดกระจก ควรวิ่งไปสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้อากาศในห้องโดยสารเกิดการหมุนเวียน ตอนที่เราจอดเติมเชื้อเพลิงนั้น ไอน้ำมัน หรือแกสอาจจะเล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารได้ง่าย โดยเฉพาะรถที่มีการซีลไม่ดีนัก การเปิดกระจกเพื่อระบายไอพิษเหล่านั้นออกไปจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ

อีกกรณีที่ควรเปิดกระจก คือ เวลาจอดตากแดด ภายในห้องโดยสารจะร้อนมากๆ เมื่อขึ้นรถแล้วควรเปิดกระจกและขับไปสักพัก เพื่อให้อากาศภายในห้องโดยสารมีการหมุนเวียน เป็นการลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารลง เมื่อเปิดหน้าต่างแล้วจะทำให้เย็นถึงอุณหภูมิที่ต้องการเร็วกว่า การทำแบบนี้ยังช่วยให้ระบบปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนัก สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน้อยลง แต่หลายคนมักเปิดแอร์ทันทีเมื่อขึ้นรถ แล้วปรับอุณหภูมิไปต่ำสุด ซึ่งคิดว่าจะเย็นเร็วขึ้น แต่ในความเป็นจริงมันเย็นช้ากว่าการเปิดกระจก คิดง่ายๆ ว่าเวลาเราจอดรถตากแดด ถ้าอากาศข้างนอกอุณหภูมิ 37-38 องศาเซลเซียส ภายในห้องโดยสารอุณหภูมิจะสูงเป็นเท่าตัว ระหว่างเราเปิดกระจกให้อากาศถ่ายเท ให้อุณภูมิภายในห้องโดยสาร เท่ากับอากาศภายนอก ระบบปรับอากาศก็จะเริ่มทำงานที่อุณหภูมิภายในราวๆ 37-38 องศาเซลเซียสเช่นกัน ไม่นานนักก็จะปรับมาที่เราตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้

ในกรณีที่เราขึ้นรถแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศทันที แม้เราจะเร่งความเย็นให้ต่ำสุด แต่อุณหภูมิขณะนั้นสูงกว่าอากาศข้างนอกเป็นเท่าตัว เครื่องปรับอากาศจะทำงานหนักมาก กว่าที่จะลดอุณหภูมิลงมาเท่าอากาศภายนอก กว่าห้องโดยสารจะเริ่มเย็น คงอีกนาน แตกต่างจากการเปิดกระจกเพื่อปรับอุณหภูมิภายในก่อน นั่นจะส่งผลให้ระบบปรับอากาศทำงานน้อยลง แต่เย็นเร็วขึ้น

ดังนั้นฟอร์เวิร์ดเมล์ที่ได้รับนั้น อย่าไปตื่นเต้นกับมันมาก อ่านและวิเคราะห์ให้ดีว่ามันมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด นิสัยของคนไทยมักเชื่อโดยไม่หาความจริง ถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคข่าวสาร เมื่อรับมา แล้วคัดกรอง และหาข้อมูลเพิ่ม เพื่อจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วข้อมูลที่ได้มานั้น เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ หรือเป็นแค่ข้อมูลขยะ แล้วจึงพิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าว น่าเชื่อถือ หรือควรรับเข้ามาในสมองหรือไม่ อย่างไร



------------------------------
เรื่องโดย : พหล ฯ 30
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2552
คอลัมน์ : DIY…คุณทำเองได้
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/7XP6y
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตรวจเชครถ
ขจัดกลิ่นอับด้วยวิธีธรรมชาติ