บทความ

ตีตู้ซับวูเฟอร์ ให้เหมาะกับแนวดนตรี


ลำโพงบ้าน ลักษณะการติดตั้งภายในตู้ ที่มีการออกแบบอย่างตายตัว และถ่ายทอดพลังเสียงออกมาได้อย่างดี ส่วนการติดตั้งลำโพงภายในรถยนต์จะติดที่แผงข้างประตู หรือแผงลำโพงด้านหลัง ซึ่งถือว่าเป็นตัวอย่างของการติดตั้งแผงไม้ให้เข้ากับด้านหน้าลำโพง หรือที่เรียกกันว่า แบบแขวนลอย (OPEN AIR) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก และรวดเร็ว แต่ถ้าหากท่านต้องการเสียงที่ดี และการออกแบบตู้ลำโพงให้เหมาะสมกับประเภทของดนตรี หรือนอกจากจะเสริมในเรื่องของคุณภาพเสียงแล้ว ยังช่วยให้การรับกำลังขับดียิ่งขึ้นด้วย

และในครั้งนี้ จะกล่าวถึงตู้ปิด และเปิด ซึ่งเราสามารถออกแบบ และขั้นตอนการทำไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อเทียบกับตู้แบบอื่นๆ

วัสดุ และโครงสร้างตู้ลำโพง

วัสดุ และโครงสร้าง ที่ใช้ทำตู้ลำโพงในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อไม้ MDF (MEDIUM DENSITY FIBERBOARD) ขนาด 19 มม. หรือ 3/4″ และสิ่งสำคัญในการออกแบบตู้ลำโพง ขั้นแรก จะต้องทราบข้อมูลทางสเปคของลำโพงจากโรงงานก่อน เช่น ค่า THIELE SMALL PARAMETERS (FS/QTS/VAS/X-MAX) ส่วนพลังเบสส์ เสียงจะขึ้นอยู่กับประเภทของตู้ แต่ถ้าหากเราต้องการเสียงเบสส์ที่ลึก ตัวตู้จะต้องมีขนาดใหญ่ ซึ่งเหมาะสมสำหรับแนวเพลง DISCO/DANCE MUSIC และซับวูเฟอร์ขนาดใหญ่ และต้องการตู้ที่ใหญ่ขึ้นด้วย และใช้ลำโพง 2 ตัว ซึ่งต้องการตู้ขนาดใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว

ตู้ปิด และตู้เปิดแตกต่างกันอย่างไร ?

ลักษณะตู้ปิด จะให้ความรู้สึกในน้ำเสียงที่นุ่ม และแน่น ถึง 70-100 % และมีประสิทธิภาพต่ำกว่าตู้เปิด แต่สามารถรับกำลังขับได้สูง และง่ายในการผลิต ส่วนซับวูเฟอร์ในตู้ปิดขนาดเล็ก จะให้เสียงเบสส์ที่อัดแน่น ซึ่งเหมาะสำหรับแนวเพลง DISCO และ HARD ROCK ถ้าตีตู้ปิด แนะนำให้ใช้วงจรซับโซนิค ฟิลเตอร์ที่เพาเวอร์แอมพ์ตัดแบ่งค่าความถี่ 30-40 HZ เพื่อให้เบสส์มีความชัดเจนมากขึ้น

ลำโพงในตู้เปิดจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า (3 ดีบี) และรับกำลังขับได้สูงกว่าตู้ปิด ในตู้เปิดเสียงจากลำโพง และท่อ (PORT) จะทำงานร่วมกันเพื่อสร้างระดับเสียงที่สูงๆ ดังนั้นเสียงเบสส์ที่ออกมาจากหลังกรวยซับวูเฟอร์จะต้องเป็นเฟสที่เหมือนกัน แต่ถ้าเฟสต่างกันจะเกิดการหักล้างบางช่วงค่าความถี่ ซึ่งทำให้เสียงเบสส์เบาลงได้

หรือถ้าซับวูเฟอร์ขนาดใหญ่ จะต้องการท่อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง และความยาวที่เพิ่มขึ้นด้วย โดยปกติแล้ว ตัวท่อจะเป็นวัสดุ PVC ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3″ หรือ 4″ และตู้ที่ปรับตั้งค่าความถี่ได้ถูกต้อง ท่านจะสามารถรู้สึกได้ถึงมวลอากาศกำลังถูกผลักออกจากท่อ และที่ความดังเสียงสูงๆ อากาศสามารถกระพือออกไป นั่นแสดงว่าท่อ และตู้ทำงานสัมพันธ์กัน แต่ถ้าไม่ได้ แสดงว่าตู้ และท่อทำงานไม่เข้ากัน

ตีตู้ซับวูเฟอร์
ให้เหมาะสมกับแนวดนตรี

ลำโพงซับวูเฟอร์ ขนาด 10″ ถึง 12″ ส่วนใหญ่จะมีปริมาตรตู้ที่ใกล้เคียงกัน นอกจากซับวูเฟอร์ประเภทที่มีค่า X-MAX (ช่วงชักลึก-ตื้นของกรวย) มากกว่ายี่ห้ออื่น แสดงว่าซับวูเฟอร์ตัวนั้น มีพลังเสียงเบสส์ที่ชัด และลึก และถ้าเราตีตู้ลำโพงซ่อนไว้ใต้เบาะ ควรหนุนขอบตู้ให้หนาขึ้นอีก 6-10 มม. วัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้กรวยซับวูเฟอร์กระแทกกับเบาะ และในกรณีนี้จะต้องคำนวณให้พอดี ถ้าเนื้อที่ติดตั้งบังคับ

วิธีคำนวณตู้ปิด ซับวูเฟอร์ A รุ่น 10 ขนาด 10″ มีค่า Vb 1.10 ลูกบาศก์ฟุต โดยใช้สูตร Vb (ลูกบาศก์ฟุต) = [กว้างxสูงxลึก (นิ้ว) หาร 1728] ซึ่งตู้ปิด สามารถปรับความกว้าง/สูง/ลึก ได้ตามความเหมาะสมกับเนื้อที่ติดตั้ง เป็นปริมาตรภายใน ไม่นับรวมกับความหนาของ

เนื้อไม้ MDF

ส่วนเสียงเบสส์ที่ต้องการ จะขึ้นอยู่กับปริมาตรของตู้ ถ้าหากต้องการเสียงเบสส์ที่ลึก ตัวตู้ปิดจะต้องมีขนาดใหญ่ ซึ่งเหมาะสำหรับเพลง DISCO/DANCE MUSIC และตู้ปิดขนาดเล็กจะเหมาะกับแนวเพลง DISCO และ HARD ROCK ซึ่งจะต้องดูค่า THIELE SMALL PARAMETERS จะต้องประกอบกับการทูนเสียงด้วย ส่วนลักษณะของเสียงเบสส์ และการตอบสนองความถี่ต่ำ จะอยู่ที่ค่า QTC ซึ่งเป็นค่าที่บ่งบอกถึง TUNING ในระบบสำหรับตู้แบบปิด ถ้าสูงกว่า 1.0 จะให้คุณภาพเสียงเบสส์ที่อบอุ่นเล็กน้อย และ QTC อยู่ที่ 0.8 ซึ่งจะให้เสียงเบสส์ที่มีรายละเอียดดี แต่ค่าไม่ควรต่ำกว่า 0.7 ซึ่งจะทำให้เสียงเบสส์
แห้ง ไม่เป็นธรรมชาติ

วิธีคำนวณตู้เปิด และการหาเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อ ที่เหมาะสมกับลำโพงในแต่ละขนาด

– ลำโพง 8″ เส้นผ่าศูนย์กลางท่อ 4-8 ซม.
– ลำโพง 10″ เส้นผ่าศูนย์กลางท่อ 6-10 ซม.
– ลำโพง 12″ เส้นผ่าศูนย์กลางท่อ 8-15 ซม.
– ลำโพง 15″ เส้นผ่าศูนย์กลางท่อ 10-15 ซม.

สูตรความยาวท่อ

d2
L (cm) = 17914 x ————–
Fc2 x Vb

L = ความยาวท่อ หน่วยเป็น cm
d = เส้นผ่าศูนย์กลางท่อ (ด้านใน) หน่วยเป็น cm
Vb = ปริมาตรตู้ (วัดภายในไม่รวมความหนาของไม้) หน่วยเป็น ลิตร
Fc = ความถี่เรโซแนนศ์ของตู้ หน่วยเป็น HZ

การแปลงหน่วยเป็นปริมาตร

1 ลูกบาศก์ฟุต = 1,728 ลูกบาศก์นิ้ว
1 ลูกบาศก์ฟุต = 28.3 ลิตร
1 ลูกบาศก์นิ้ว = 16.39 ลูกบาศก์เซนติเมตร

สำหรับเสียงเบสส์กับตู้เปิด จะขึ้นอยู่กับค่า THIELE SMALL PARAMETERS รวมถึงท่อ และการทูนเสียงเช่นกัน เช่น ถ้าต้องการตู้เปิด สำหรับซับวูเฟอร์ 12″ โดยใช้ท่อเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 3″-6″ ส่วนความยาวท่อขึ้นอยู่กับสไตล์เสียงเบสส์ เช่น ถ้าต้องการแนว ROCK ใช้ท่อยาว 9 1/2″ ตีตู้เปิดขนาด 1.39 ลูกบาศก์ฟุต ถ้าเป็นแนว DISCO ใช้ท่อยาว 9 1/2″ ตีตู้เปิดขนาด 1.57 ลูกบาศก์ฟุต ที่สำคัญ ก็คือ การตีตู้ที่ถูกต้องควรทราบค่าพารามิเตอร์ของซับวูเฟอร์ด้วย และใช้สูตรจากโรงงาน หรือโพรแกรมออกแบบตู้ลำโพง ถึงจะดีที่สุด

ในกรณีที่ตู้และท่อ ทำงานไม่สัมพันธ์กัน นั่นก็เป็นไปได้ว่าท่อมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่เล็กเกินไป ทำให้อากาศไหลผ่านท่อมีความเร็วมาก และเกิดเสียงรบกวนขึ้นจากอากาศวกวนที่บริเวณปากท่อ ซึ่งเหมือนกับการเป่าปากทางท่อ โดยปกติความเร็วของอากาศภายในท่อ จะต้องน้อยกว่าความเร็วของเสียงประมาณ 10 % หรือไม่เกิน 34.48 เมตร/วินาที

สำหรับการบุวัสดุดูดซับเสียงภายในตู้ ถ้าเป็นตู้ปิด ให้ใส่ใยแก้วประมาณ 1/3 ของตู้ และตู้เปิด ถ้าการออกแบบถูกต้อง (ตู้และท่อทำงานสัมพันธ์กัน) ไม่จำเป็นต้องใส่ เนื่องจากคลื่นส่วนหนึ่งจะกลายเป็นเสียงเบสส์ออกทางท่อ (PORT)

สำหรับการตกแต่งผิวตู้ สามารถหุ้มด้วยพรม หรือหนังที่บริเวณภายนอกตู้ได้ เน้นเพื่อความสวยงาม ซึ่งเราสามารถเลือกโทนสีให้เข้ากันกับภายในห้องโดยสาร หรือห้องเก็บของด้านท้ายรถได้



------------------------------
เรื่องโดย : กองบรรณาธิการ
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Dvcq8
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th