บทความ

บีเอมดับเบิลยู เอกซ์ 6


บีเอมดับเบิลยู (BMW) สร้างนิยามใหม่ให้กับ เอกซ์ 6 (X6) รถขับเคลื่อน 4 ล้อระดับหรูว่า SPORTS ACTIVITY COUPE หรือ SAV ซึ่งโดยทั่วไปมักเรียกว่า 4×4 CROSSOVER

บีเอมดับเบิลยู ได้แนวคิดหลังจากที่ เอกซ์ 3 (X3) และ เอกซ์ 5 (X5) รถประเภท SAV หรือ SPORTS ACTIVITY VEHICLE ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีสำหรับยอดขายทั่วโลก ส่วน เอกซ์ 6 จะมีรูปทรงออกแนวสปอร์ทจากเส้นแนวหลังคาที่ลาดเอียง เป็นการผสมผสานกันระหว่างรูปทรงของสปอร์ทคูเปขนาดใหญ่ที่มีความสง่างาม

ขนาดของตัวรถกว้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อ มีขนาดใหญ่กว่า ฟอร์ด เอกซ์พลอเรอร์ หรือบรรดามีนีแวนทั้งหลาย ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากทีเดียวสำหรับผู้โดยสาร 4 ท่าน รวมไปถึงห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ แต่ก็อาจจะไม่คล่องตัวนักเมื่อขับบนถนนเล็กๆ หรือโค้งแคบๆ แม้ว่าจะมีทัศนวิสัยที่ไม่ดีนักจากเส้นแนวหลังคาที่ลาดลงมา ทำให้ลดพื้นที่ของกระจกลงไปมากทีเดียว แต่ก็ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถให้ต่ำลง พื้นที่เบาะหลังนั่งสบายสำหรับผู้ที่สูง 6 ฟุต พื้นที่เหนือศีรษะได้รับการปรับให้ไม่รู้สึกอึดอัด การขับถอยหลังทำได้อย่างสะดวกจากการช่วยเหลือของกล้องที่ส่งภาพจากด้านท้ายรถมายังจอมอนิเตอร์

เอกซ์ 6 มีเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ ให้เลือกถึง 2 รูปแบบ คือ รุ่น เอกซ์ดไรฟ 35 ไอ ติดตั้งเครื่องยนต์แบบ 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร อัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใช้เวลา 6.5 วินาที แม้ว่าตัวรถจะหนักถึง 2 ตัน ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยทำได้ 9.5 กม./ลิตร ในขณะที่รุ่น เอกซ์ดไรฟ 50 ไอ ใช้เครื่องยนต์ วี 8 สูบ 4.4 ลิตร ซึ่งสามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ในเวลาเพียงแค่ 5.4 วินาที สูสีกับรถสปอร์ทฝีเท้าจัดทั้งหลาย ส่วนความเร็วสูงสุดถูกควบคุมไว้ที่ 250 กม./ชม. มีอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย 10.4 กม./ลิตร

ระบบถ่ายทอดกำลังใหม่แบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ มีอัตราทดที่กว้างขึ้น ช่วยให้มีแรงบิดที่สูงอย่างต่อเนื่อง และมีการเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล โดยมีแป้นเปลี่ยนเกียร์ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังพวงมาลัย เมื่อผู้ขับขี่ต้องการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองเช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดา โดยระบบจะควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า

ระบบควบคุมการส่งกำลังล้อหลังแบบอัจฉริยะ DPC หรือ DYNAMIC PERFORMANCE CONTROL ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบบังคับเลี้ยวแบบ ACTIVE STEERING ซึ่งจะปรับอัตราทดพวงมาลัยตามความเร็วที่ใช้ในขณะนั้น ในช่วงที่ใช้ความเร็วต่ำ พวงมาลัยจะมีอัตราทดสูง เพื่อสะดวกในการเข้าจอดในที่แคบ หรือเปลี่ยนช่องทางวิ่งในการใช้งานในเมือง และเมื่อใช้ความเร็วสูงอัตราทดก็จะลดต่ำลงตามลำดับ ระบบจะทำการเบรคเมื่อล้อมีการหมุนฟรี และส่งกำลังไปยังล้อฝั่งตรงข้ามบนเพลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบควบคุมการเบรคขณะเข้าโค้ง ระบบควบคุมการขับขี่ขณะลงเขาแบบอัตโนมัติ ฯลฯ ทั้งหมดนี้จะให้ความปลอดภัยในขณะขับขี่อย่างสมดุลได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่เกิดอาการล้อหน้าหมุนฟรี หรืออันเดอร์สเตียร์ ระบบจะปรับการส่งกำลังไปยังล้อหลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ล้อหลังด้านที่อยู่ด้านนอกโค้งโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มโมเมนทัมในการเลี้ยว แต่ในขณะที่เกิดอาการล้อหลังหมุนฟรี หรือโอเวอร์สเตียร์ อาการจะเกิดตรงกันข้าม โดยส่งกำลังส่วนใหญ่มายังล้อหน้ารวมทั้งที่ล้อหลังด้านในโค้ง

สมรรถนะของเครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีเช่นเดียวกับการขับรถสปอร์ท รวมไปถึงตำแหน่งการนั่ง ความคล่องตัวในการควบคุมบังคับ ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบ เอกซ์ดไรฟ (XDRIVE) แบบออลล์วีลดไรฟ ระบบรองรับให้การควบคุมบังคับอันเฉียบคม และมั่นคง การส่งกำลังมายังล้อคู่หลังเป็นแบบอิสระ ปรับตามสภาพการขับขี่ในขณะที่วิ่งอยู่เพื่อเพิ่มการยึดเกาะถนนและเสถียรภาพในทุกขณะ

เมื่อขับขี่บนทางที่เปียกลื่น เครื่องยนต์เบนซินอันทรงพลังแบบ 6 สูบเรียง ทวินเทอร์โบ จะทำงานประสานกับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างวิเศษ ระบบเฟืองท้ายจะทำหน้าที่ควบคุมการหมุนของล้อไม่ให้หมุนฟรี ทำให้การใช้ความเร็วบนพื้นถนนที่ลื่นยังคงเป็นไปด้วยดี

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากรุ่น เอกซ์ 5 (X5) ก็คือ ช่วงห่างของล้อหลังกว้างขึ้น 60 มม. ความสูงจากพื้นดินลดลง 10 มม. เหลือแค่ 202 มม. ระบบรองรับแบบปีกนกคู่ที่เพลาคู่หน้า ก่อให้เกิดการควบคุมบังคับที่ยอดเยี่ยม เพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัว และมีความนุ่มนวลสะดวกสบายเพิ่มขึ้น จากการลดแรงสั่นสะเทือนที่จะถ่ายทอดมายังพวงมาลัย รวมไปถึงลดอาการหน้าดื้อโค้ง หรืออันเดอร์สเตียร์

ยางแบบ รัน-ฟแลท (RUN-FLAT) จะสามารถพารถยนต์เดินทางต่อไปแม้ว่าจะปราศจากลมยาง ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องพกพายางอะไหล่ติดรถไปด้วย และช่วยเพิ่มเนื้อที่บรรทุกสัมภาระ นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนแรงดันลมยางให้ผู้ขับขี่ทราบเมื่อลมยางลดต่ำลง

เอกซ์ 6 รถรูปแบบใหม่ที่ให้ความสปอร์ท คล่องตัวในการใช้งาน รวมไปถึงความสะดวกสบายในสไตล์เอสยูวี ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย ทั้งในเชิงป้องกันและแก้ไข อย่างเต็มที่ น่าจะเป็นแนวโน้มใหม่ของรถยนต์ในอนาคตที่ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

คุณรู้หรือไม่ ?

ระบบควบคุมการส่งกำลังล้อหลังแบบอัจฉริยะ DPC หรือ DYNAMIC PERFORMANCE CONTROL ซึ่งเป็นระบบควบคุมแรงบิดที่ใหม่ล่าสุด ซึ่งจะทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังระหว่างล้อคู่หน้า/หลัง และนอกจากนี้ยังกระจายกำลังระหว่างล้อหลังด้านซ้ายและขวาอย่างอิสระด้วย ทำให้เพิ่มการยึดเกาะถนนได้เป็นอย่างดี ปลอดภัยและให้ความเป็นกลางในการควบคุมบังคับรถ



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2552
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4yEe0
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th