บทความ

อี-คลาสส์ เปลี่ยนรุ่นแล้วตัวถังลื่นลมกว่ารถรุ่นเดิม


เยอรมนี-ยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ อาศัยฤกษ์ปีวัวดุ เปิดตัวรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ (MERCEDES-BENZ E-CLASS) รุ่นใหม่เอี่ยมแกะกล่อง มีขนาดตัวถังโตกว่ารถรุ่นเดิม แต่มีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศดีกว่าเดิม เปิดรับจองตั้งแต่ตอนต้นปี และมีกำหนดส่งรถถึงมือลูกค้าในเยอรมนี เดือนมีนาคม 2009

หลังจากปล่อยให้ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ รุ่นเดิม ซึ่งมีรหัสโรงงานว่า W211 อยู่ในตลาดมายาวนานเกือบ 7 ปี ในที่สุดยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์ก็ปลดรถรุ่นดังกล่าวออกจากสายการผลิตแล้วโดยนำรถรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นรุ่นที่ 4 และมีรหัสโรงงานว่า W212 ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่งานมหกรรมยานยนต์ดีทรอยท์ ในสหรัฐอเมริกา เมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา และเปิดให้ลูกค้าในทวีปยุโรปสั่งจองได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม โดยที่รถจะออกโชว์รูมในเดือนมีนาคม

วิจารณ์กันในยุโรปว่า เป็นรถที่ค่าย “ดาวสามแฉก” ตั้งใจออกแบบ และพัฒนาอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อลบล้างข้อด้อยของรถรุ่นเดิม ซึ่งมีกิตติศัพท์ว่ามักจะมีปัญหาด้านระบบไฟฟ้า และคุณภาพการผลิต ตัวถังทรงสามกล่อง ยาว 4.868 ม. กว้าง 1.854 ม. และสูง 1.471 ม. ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่หัวจรดหาง มีขนาดยาว และกว้างกว่ารถรุ่นเดิม 1.2 และ 3.2 ซม. ตามลำดับ แต่ส่วนสูงลดลง 1.2ซม. และช่วงฐานล้อยาวขึ้น 2.0 รูปทรงองค์เอวโดยรวมเห็นได้ชัดว่าเป็นการออกแบบที่ค่อนข้างจะอนุรักษนิยม ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจอะไร เพราะส่วนใหญ่ลูกค้ารถ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ ก็เป็นผู้ใช้รถที่ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างหวือหวาอยู่แล้ว

ที่ต้องกล่าวถึงเป็นพิเศษ คือ ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ ที่ต่ำเพียง 0.25 เป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง และทำให้ เมร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาสส์ รุ่นใหม่นี้ กลายเป็นรถตลาดที่ “ลื่นลมที่สุดในโลก” เมื่อเทียบกับรถทุกแบบ ทุกรุ่น ที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

ในระยะแรกที่ออกจำหน่าย จะมีรถให้ลูกค้าเลือกใช้รวม 10 โมเดล โดยแยกเป็นรถขับล้อหลัง 7 โมเดล และรถขับ 4 ล้อ 3 โมเดล ดังนี้

E220 CDI BLUE EFFICIENCY

E250 CDI BLUE EFFICIENCY

E350 CDI BLUE EFFICIENCY

E350 CDI 4MATIC BLUE EFFICIENCY

E350 BLUE TEC

E250 CGI BLUE EFFICIENCY

E350 CGI BLUE EFFICIENCY

E350 4MATIC

E500

E500 4MATIC

สนนราคาค่าตัวรวมภาษีการขายร้อยละ 19 สำหรับลูกค้าในเมืองเบียร์ เริ่มต้นที่ 41,590 ยูโร หรือเท่ากับประมาณ 1.87 ล้านบาทไทย ในรุ่นพื้นฐาน คือ E220 CDI BLUE EFFICIENCY (เครื่องดีเซลเทอร์โบฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง 4 สูบเรียง 2,143 ซีซี 170 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ) ไปจนถึง 70,270 ยูโร หรือ ประมาณ 3.16 ล้านบาทไทย ในรุ่นหัวกะทิ คือ E500 4MATIC (เครื่อง วี 8 สูบ 5,461 ซีซี 388แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ขับ 4 ล้อ)



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/lguns

Follow autoinfo.co.th