บทความ

NISSAN CUBE


ปิด “ระเบียงรถใหม่” ในเดือนของการเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย ด้วยรถยอดนิยมของค่าย นิสสัน มอเตอร์ คือ นิสสัน คิวบ์ (NISSAN CUBE) ซึ่งมีรูปลักษณ์ไม่ผิดอะไรกับการ “หยิบกล่องลูกบาศก์มาติดล้อ”

ยักษ์รองของเมืองยุ่น ซึ่งมีค่าย เรอโนลต์ ของฝรั่งเศสถือหุ้นอยู่เกือบครึ่ง นำรถชื่อนี้ออกจำหน่ายในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1998 ในตัวถังทรงสองกล่อง ยาว 3.750 ม. กว้าง 1.610 ม. และสูง 1.625 ม. รูปทรงองค์เอวโดยรวมไม่มีอะไรหวือหวา หรือแปลกไปจากรถประเภทเดียวกันแบบอื่นๆ สักเท่าไร ปรากฏว่ารถรุ่นดังกล่าวประสบความสำเร็จพอสมควรในด้านยอดขาย แต่ก็ไม่ถึงขนาดจะเรียกว่าเป็นรถยอดนิยมได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

4 ปี หลังจากนั้น คือ ในเดือนตุลาคม 2002 ยักษ์รองเมืองยุ่นปลด นิสสัน คิวบ์ รุ่นดั้งเดิมออกจากโชว์รูม แล้วแทนที่ด้วยรถรุ่นใหม่ ซึ่งมีรูปลักษณ์ที่แปลกออกไป คือ เหมือนหยิบเอากล่องลูกบาศก์มาติดล้อดังกล่าวข้างต้น การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ทำได้ดี และโดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ทำให้ยอดขายระเบิดเถิดเทิง เรียกว่าขายดิบขายดีจนผลิตแทบไม่ทันขาย นิสสัน คิวบ์ กลายเป็นชื่อที่ติดปากผู้ใช้รถวัยหนุ่มวัยสาวผู้ต้องการความแปลกความใหม่ไม่ซ้ำซากจำเจ กล่าวโดยสรุป ในช่วงเวลาประมาณ 1 ทศวรรษที่อยู่ในสายการผลิต ยักษ์รองของเราสามารถขายรถ นิสสัน คิวบ์ ทั้ง 2 รุ่น ตลาดในเมืองปลาดิบไปได้ประมาณ 1 ล้านคัน

ส่วนที่เห็นอยู่นี้ เป็นรถรุ่นที่ 3 เปิดตัวพร้อมๆ กันทั้งในญี่ปุ่น (ที่กรุงโตเกียว) ในยุโรป (ที่กรุงลอนดอน) และสหรัฐอเมริกา (ที่นครลอสแองเจลิส) เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา และเริ่มจำหน่ายในตลาดญี่ปุ่นวันที่ 26 เดือนเดียวกัน ในสหรัฐอเมริกาจะเริ่มจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิปี 2009 ส่วนในยุโรป และภูมิภาคอื่นๆ จะตามมาในฤดูใบไม้ร่วงปีวัวดุ

นิสสัน คิวบ์ รุ่นที่ 3 ในตัวถังทรงสองกล่อง ยาว 3.890 ม. กว้าง 1.695 ม. และสูง 1.650 ม. เป็นผลลัพธ์ของการออกแบบที่น่าจะกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “อนุรักษนิยม” รูปทรงองค์เอวโดยรวมดูเผินๆ แทบไม่มีอะไรแตกต่างจากรถรุ่นก่อน ประตูบานท้ายซึ่งมีขนาดโตสะอกสะใจ ก็มีรูปลักษณ์เหมือนรถรุ่นเก่า คือ มีลักษณะอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ASYMMETRY หรือ อสมมาตร คือ สองด้านมีรูปร่างต่างกัน ที่ดูแปลกออกไปอย่างชัดเจน เห็นจะมีอยู่เพียงจุดเดียว คือส่วนหน้ารถ ที่ผู้ผลิตบอกว่า ได้แรงบันดาลใจจาก BULLDOG WEARING SUNGLASSES หรือ “สุนัขพันธุ์บูลล์ดอกสวมแว่นตากันแดด”

เครื่องยนต์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้ามีให้เลือกใช้เครื่องเดียว คือ เครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 1,498 ซีซี (รหัสเครื่องยนต์ HR15DE) ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. และแรงบิดสูงสุด 15.1 กก.-ม. ที่ 4,400 รตน. ซึ่งเป็นเครื่องที่เคยใช้มาแล้วในรถรุ่นก่อน ระบบเกียร์ก็มีแบบเดียว คือ เกียร์อัตโนมัติปรับอัตราทดต่อเนื่อง หรือ เกียร์ CVT แต่แยกโมเดลให้เลือกใช้รวม 7 โมเดล แยกเป็นรถขับล้อหน้า 4 โมเดล และรถขับ 4 ล้อ 3 โมเดล

สนนราคาค่าตัวที่ซื้อขายกันในเมืองปลาดิบ อยู่ระหว่าง 1.45-1.93 ล้านเยน หรือเท่ากับประมาณ 0.51-0.68 ล้านบาทไทย



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/TbuvY

Follow autoinfo.co.th