บทความ

สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม. UNSEEN เมืองไทย…ไม่ไป ไม่รู้ !


ปลายเดือนมกราคม-ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ร่วมเดินทางในขบวนคาราวานครั้งประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่สุดของเมืองไทย…“สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม. โดย ไฮลักซ์ วีโก” การเดินทางที่ทำให้คุณรักเมืองไทยมากยิ่งขึ้น

ความจริงโพรเจคท์นี้ พร้อมจะประกาศความยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่ติดปัญหา MOB เสื้อแดง เสื้อเหลือง นัวเนียกันจนการเดินทางต้องเลื่อนออกไป แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคอะไรใหญ่โตกับปัญหาเด็กๆ แย่งของ !?! ทริพที่ผมมีโอกาสร่วมเดินทางนั้น เป็นทริพที่ 2 จาก 5 ทริพ โดยเริ่มต้นที่ อ. ปาย จ. ฮ่องสอน มุ่งหน้าสู่ เวียงแห- เชียงดาว-ฝาง-แม่อาย-ดอยแม่สลอง-แม่สาย-แม่จัน-เชียงราย-เทิง-ภูชี้ฟ้า-เชียงกลาง-ปัว-ดอยภูคา-น่าน-ภูสอยดาว-ด่านซ้าย-เชียงคาน-เลย และสิ้นสุดการเดินทางกลุ่ม 2 ที่ จ. อุดรธานี รวมระยะทาง 1,338 กม. !

ตามกำหนดการ เรารวมพลกว่า 20 ชีวิต ทั้งนักข่าว และพีอาร์ของ โตโยตา โดยมี “พี่กิจ มหาจุนทการ” ผู้อำนวยการ สำนักงานประชาสัมพันธ์ และหนุ่มหล่อ “โบท” มหาสมุทร สายสวรรค์ เป็นลีเดอร์ ดูแลความสะดวกต่างๆ เรานัดหมายตั้งแต่เวลา 05.30 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง บินลัดฟ้าโดยนกเหล็กของการบินไทย มาลงที่ จ. เชียงใหม่ และต่อรถตู้เดินทางไป อ. ปาย เมืองเล็กๆ ที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดใน พศ. นี้ เพื่อเปลี่ยนมือกับกลุ่มแรกที่ขับรถขึ้นมาจากกรุงเทพ ฯ

 

วันแรก
เลาะสันเขา แนวชายแดนไทย-เมียนมาร์

เช้าวันนี้ ขบวนคาราวานออกเดินทางจาก อ. ปาย ไปยังดอยแม่สลอง ระยะทาง 320 กม. และอาจกล่าวได้ว่า เส้นทางการเดินทางวันนี้เป็นเส้นทางที่โหดที่สุดของทริพ เพราะกว่า 80 % ของเส้นทางจะอยู่ตามป่าเขา และเป็นเส้นทางวิบาก โดยมุ่งหน้าเข้าสู่หมู่บ้านตาลเจ็ดต้น ผ่านไปเวียงแห เส้นทางช่วงนี้เป็นทางที่เหมาะสำหรับรถ 4×4 มากกว่า แต่ทว่ารถพิคอัพ 4×2 สามารถวิ่งผ่านไปได้แบบทุลักทุเล ต้องอาศัยทักษะการขับขี่เข้าช่วยถึงจะผ่านออกมาได้ ระยะแค่ 40 กม. เราใช้เวลาวิ่งประมาณ 3 ชม. กว่า หลังจากหลุดออกจากหุบเขา เรามุ่งหน้าไปพระธาตุแสนไห แวะนมัสการและชมความงามของศิลปะไทยใหญ่ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราตั้งขบวนออกเดินทางไปวัดฟ้าเวียงอินทร์ เพื่อมอบผ้าห่มให้แก่หน่วยทหารม้าที่ 12 หน่วยดงจงอางศึก และเดินทางย้อนกลับมาบ้านเปียงหลวง เพื่อทานอาหารกลางวัน

หลังอาหารจีนอันโอชะ มื้อกลางวันผ่านไป เรามุ่งหน้าผ่านสถานีอนามัยบ้านจอง ข้ามลำน้ำแม่แตง ผ่านหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติผาแดง มุ่งหน้าสู่ อ. เชียงดาว ช่วงบ่ายวันนี้เราวิ่งบนสันเขาตลอด จากนั้นใช้เส้นทางหลวง 1178 ผ่านบ้านอรุโณทัย ผ่านดอยอ่างขาง เข้า อ. ฝาง และเข้า อ. แม่อาย ค่ำคืนนี้เราแวะพักขบวนที่ดอยแม่สลอง รีสอร์ท จ. เชียงราย

 

วันที่สอง
ชมไร่ชา สัมผัสดอยสูง

โพรแกรมวันนี้ เราตื่นเช้าตรู่เช่นเคย หลังอาหารเช้า ล้อหมุนทันที ระยะทาง 289 กม. กับภารกิจที่ต้องวิ่งลัดเลาะแนวชายแดน ในแบบ UNSEEN ที่น้อยคนนักจะเคยสัมผัส เป้าหมายของเรา คือ ภูชี้ฟ้า

ภารกิจแรกมุ่งหน้าไปพระธาตุดอยตุง โดยใช้เส้นทางหลวง 1089 จากดอยแม่สลอง ไป อ. แม่ฟ้าหลวง แวะนมัสการพระธาตุดอยตุง โบราณสถานอันเก่าแก่แห่งหนึ่งของภาคเหนือ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอิ่มบุญ เราเดินทางไปมอบผ้าห่มให้แก่ทหารที่ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ซึ่งอยู่ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมาร์ สถานที่ตรงนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก หลังจากนั้นเราวิ่งบนเส้นทางที่ชิดติดชายแดนเมียนมาร์ เป็นเส้นทาง UNSEEN ของจริง ขวาฝั่งไทย เปิดประตูซ้ายออกไปเป็นฝั่งเมียนมาร์ เราใช้เวลาวิ่งลงจากเขาไม่นานนัก ขบวนคาราวานก็มาโผล่กลางตลาดแม่สาย เพื่อแวะทานอาหาร

หลังอาหารกลางวัน เรามุ่งหน้าไปโชว์รูม โตโยตา เชียงราย เพื่อรับกองคาราวานลูกค้า ไฮลักซ์ วีโก สมาร์ท แคบ ที่มาร่วมขบวนประมาณ 10 คัน และแวะชมความอลังการของวัดร่องขุ่น ก่อนเลี้ยวขวาไป อ. เทิง ผ่านตับเต่า ตามเส้นทางหลวง 1155 ขึ้นดอยผาหม่นไปมอบผ้าห่ม และมุ่งหน้าไปภูชี้ฟ้า เรามาถึงก่อนพระอาทิตย์ตก หลายๆ คนในขบวนจึงใช้เวลาชมความงามของธรรมชาติ ก่อนที่จะมาร่วมวงอาหารเย็นในบรรยากาศเอาท์ดอร์ ค่ำคืนนี้ชมการแสดงพิเศษรำกวาง ของชาวไทยใหญ่ ก่อนที่จะแยกย้ายไปพักผ่อน

 

วันที่สาม
ตื่นเช้า ขึ้นภูชี้ฟ้า

ภารกิจวันนี้ ตื่น 04.30 น. เพื่อขึ้นไปชมความงามของภูชี้ฟ้า แต่ผมขอสารภาพตรงๆ ว่า เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย เช้านี้เลยตื่นเกือบ 6 โมงเช้า ตาลีตาเหลือกเก็บข้าวของเตรียมเดินทางลงจากภูชี้ฟ้า เส้นทางวิ่งของวันนี้กว่า 80 % ใช้ชีวิตอยู่บนเขา ระยะทางรวมของวันนี้ 212 กม. จุดหมายแรกแวะชมน้ำตกอุ่น ในอุทยานแห่งชาติภูซาง ที่อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้า ประมาณ 35 กม. ผ่านบ้านร่มโพธิ์ไทย จุดสกัดยาเสพติด มุ่งหน้าสู่บ้านฮวก ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ. พะเยา และเป็นประตูสู่อินโดจีน เป็นด่านที่คนไทยค้าขายกับพี่น้องชาวลาว จากนั้นจึงออกเดินทางต่อ ไปแวะพักขบวนที่น้ำตกภูซาง และแวะนมัสการพระเจ้านั่งดิน

ระยะทางที่เหลืออีก 192 กม. ถึงดอยภูคา ใช้เส้นทางหลวงชนบท เชื่อมต่อทางหลวง 1021 ไปเชียงคำ ข้ามสะพานแม่น้ำลาว เลี้ยวซ้ายไปใช้ทางหลวง 1148 ไป จ. น่าน ผ่านภูลังกา แวะทานอาหารกลางวันริมแม่น้ำน่าน แถวๆ อ. เชียงกลาง ช่วงบ่ายเราเหลือระยะทางไม่ไกลมากนัก จึงมีเวลาแวะชมธรรมชาติไปได้เรื่อยๆ ก่อนที่จะตะกายขึ้นดอยอีกที ค่ำคืนนี้เราพักขบวนที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่มากที่สุดของภาคเหนือ คือ กว้างใหญ่ถึง 1,704 ตารางกิโลเมตร เป็นผืนป่าอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของเทือกเขาหลวงพระบาง และผีปันน้ำฝั่งตะวันออก ความมหัศจรรย์ของดอยภูคา เป็นพื้นที่ที่สำรวจพบพันธุ์ไม้หายากระดับโลกถึง 2 ชนิด คือ ชมพูคา และเต่าร้างยักษ์

 

วันที่สี่
จากภาคเหนือตอนล่าง สู่อีสานตอนบน

ระยะทางวันนี้ 517 กม. ไกลกว่าทุกวัน เราออกจากที่พักตั้งแต่ 7 โมงเช้า กุลีกุจอเก็บสัมภาระโยนใส่รถ ออกเดินลงจากเขาตามทางหลวง 1080 มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองน่าน แวะชมความงดงามของวัดภูมินทร์ ที่อาจกล่าวได้ว่าในบรรดาวัดทั้งหมดใน จ. น่าน วัดภูมินทร์เป็นวัดใหญ่กลางใจเมือง ที่มีมรดกทางภูมิปัญญาชิ้นเอก เพราะช่างโบราณได้ฝากผลงานสุดยอดไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและภูมิใจ ทั้งงานสถาปัตยกรรม อันได้แก่ วิหารจัตุรมุข ที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ งดงามแปลกตาไม่เหมือนใคร ถึงขนาดรัฐบาลไทยในสมัยรัชกาลที่ 8 เคยพิมพ์รูปพระวิหารหลังนี้ลงในธนบัตรใบละ 1 บาท ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นของหาดูได้ยาก และงานจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวน่านในยุคก่อน ซึ่งปรากฏอยู่ภายในวิหารจัตุรมุข อย่างงดงามและน่าตื่นตาตื่นใจ

จากนั้นเดินทางต่อไป อ. เวียงสา ตามทางหลวง 101 ผ่าน นาน้อย อุทยานแห่งชาติศรีน่าน บ้านโคก ฝากท่า เลาะตะเข็บแนวชายแดนไทย-ลาว มุ่งหน้าสู่น้ำตกภูสอยดาว เพื่อแวะทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไต่ระดับความชันของขุนเขาผ่านบ้านร่มเกล้า นาแห้ว และ อ. ด่านซ้าย จ. เลย แวะชมพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ไปชมภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำให้ทั่วโลกต้องทึ่งกับเทศกาลบุญหลวง ประเพณีประจำปีของชาวด่านซ้าย

ออกจากด่านซ้าย เราแวะนมัสการพระธาตุศรีสองรัก ที่มีที่มาจากพระไชยเชษฐา กษัตริย์ของลาวในสมัยนั้น ตกลงร่วมมือกับสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ในการมีมิตรไมตรีต่อกัน และร่วมกันต่อสู้กับกองทัพบุเรงนอง เจ้าเมืองหงสาวดี ที่เริ่มเข้ามารุกรานแผ่นดิน โดยการเกณฑ์ช่างฝีมือจากกรุงศรีอยุธยา พิษณุโลก และเวียงจันทน์ มาร่วมกันก่อสร้าง และกลายเป็นที่เคารพสักการะของพี่น้องสองฝั่งโขง นับแต่นั้นสืบมา

ออกจากพระธาตุศรีสองรัก ขบวนคาราวานเดินทางต่อไปยัง อ. ภูเรือ แวะเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยทำสถิติติดลบถึง 3 องศา จากนั้นเดินทางต่อไปยัง อ. เชียงคาน แวะพักแรมในรีสอร์ท ริมแก่งคุดคู้ ชมวิวแม่น้ำโขง

 

วันสุดท้าย
ลา “อีสาน” บ้านเกิดแม่ยาย

เช้านี้โพรแกรมไม่รีบร้อนมากนัก เราออกเดินทางจาก อ. เชียงคาน มุ่งหน้าสู่ จ. อุดรธานี จากเมืองเชียงคาน ผ่าน อ. สังคม ท่าบ่อ ไปยังหนองคาย โดยใช้เส้นทาง UNSEEN เลาะเลียบแม่น้ำโขงมากที่สุด จากนั้นแวะนมัสการหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ที่วัดโพธิ์ชัย มีพุทธลักษณะที่งดงามเป็นที่เคารพนับถือทั้งของคนไทยและคนลาว

ช่วงบ่ายเราแวะทานอาหารกลางวันใน จ. อุดรธานี ก่อนที่จะส่งมอบรถ โตโยตา ไฮลักซ์ วีโก สมาร์ท แคบ คันเก่ง ที่พาเราและเพื่อนสื่อมวลชนห้อตะบึงตลอด 5 วันกับการเดินทางที่ยาวไกล และเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ “สมาร์ท คาราวาน 8,800 กม. ฯ” รอบเมืองไทย…ถึงตรงนี้ ต้องบอกว่า สุดยอดครับสำหรับเส้นทางที่ UNSEEN และบางมุมมองของเมืองไทย ที่งดงาม ทั้งวัฒนธรรม ภาษาถิ่น อัธยาศัยของผู้คน ที่จะติดตรึงใจไปอีกนานแสนนาน



------------------------------
เรื่องโดย : แอลเอนนิวส์
ภาพโดย : บริษัทผู้ผลิต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน เมษายน ปี 2552
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/C1S9A

Follow autoinfo.co.th