บทความ

ตำนานรัก


เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีวันสำคัญที่ชาวโลกรู้จักกันในชื่อ “วันวาเลนไทน์” เป็นวันมอบความรักให้แก่กันและกัน และความรักนี้ถูกประเมินว่าเป็นความรักแบบโรแมนทิค ไม่ใช่ความรักในรูปแบบทฤษฎี ปเลโต

วันวาเลนไทน์ มาจากตำนานแห่งความรักที่นักบุญวาเลนไทน์ ทิ้งไว้ให้ ความจริงนักบุญวาเลนไทน์ในกรุงโรมมีหลายคน แต่ที่มีชื่อมากสุด เป็นพระที่อยู่ในกรุงโรมระหว่างศตวรรษที่ 3 ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิ คเลาดีอุส ที่ 2

จักรพรรดิผู้ปกครองโรม ชอบการทหาร เป็นนักล่าอาณานิคมระดับพระกาฬ ดังนั้นชายใดในกรุงโรมหากมีพละกำลังสมบูรณ์ก็จะต้องเป็นทหาร เป็นกำลังพลในการทำสงครามเกียรติยศให้กับจักรพรรดิ คเลาดีอุส ถ้าเป็นเช่นทุกวันนี้ ก็คงเรียกกันว่า การเกณฑ์ทหาร

อันที่จริงการเกณฑ์ทหารก็คงเป็นหน้าที่ของพลเมือง ไม่หนักหนาอะไรมากนัก แต่การเกณฑ์สมัยโบราณ ต้องการเกณฑ์เอาไปรบ และการรบก็เป็นเรื่องของความเป็นความตายน่ากลัวว่าจะไม่รอดกลับมามากกว่า

เมื่อรู้สึกอย่างนี้ ผู้ชายในกรุงโรมก็ไม่อยากเข้าเกณฑ์ แต่หันไปจีบผู้หญิงยิงเรือไปตามธรรมชาติ

กรพรรดิ คเลาดีอุส เห็นว่า หนุ่มโรมันไม่ยอมเป็นทหาร เพราะต้องการมีเมีย ก็เลยออกประกาศห้ามการแต่งงาน

ประกาศแบบนี้ยากที่ชาวโรมันจะเห็นชอบ ทั้งฆราวาส และพระ ไม่เห็นว่าเป็นประกาศอันชอบธรรม นักบุญวาเลนไทน์ได้แอบประกอบพิธีแต่งงานให้แก่หนุ่มสาวอย่างลับๆ โดยพิธีแต่งงานของพวกเขา มักเป็นเวลากลางคืน และประหยัด มีเพียง 3 คนในพิธี ประกอบด้วยพระหนึ่ง หนุ่มหนึ่ง และสาวอีกหนึ่ง เข้าพิธีด้วยเสียงระดับต่ำสุดของเดซิเบล

ความเงียบช่วยให้พวกเขาฟังเสียงการเดินเท้าของทหารลาดตระเวน

คืนหนึ่ง พวกเขาก็เจอแจคพอท ระหว่างการประกอบพิธี เสียงเดินเท้าหนักๆ ของทหารก็ดังขึ้นโชคดีที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวโดดหนีได้ทัน นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับ ได้รับการทรมาน และถูกจำคุก

ระหว่างทำสมาธิอยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ก็พบความจริงว่า สิ่งที่ท่านได้ทำไว้ไม่สูญหายหนุ่มๆ สาวๆ ชาวโรมันเมื่อรู้ว่านักบุญอยู่ในคุก ต่างก็พากันมาเยี่ยมเยียน ด้วยการโยนดอกไม้และกระดาษเขียนข้อความเข้ามาทางหน้าต่างลูกกรง

ถ้าเป็นสมัยนี้ ก็คงนัดกันสวมเสื้อสีออกมายึดสนามบินบ้าง ทำเนียบรัฐบาลบ้าง เป็นการประท้วงรัฐบาลจับพระเข้าคุก

ผู้คุมที่ทำหน้าที่ดูแลนักบุญวาเลนไทน์ มีลูกสาวที่กำลังเป็นสาวคนหนึ่ง เธอได้รับอนุญาตจากบิดาให้เข้าไปดูแลนักบุญได้ถึงในห้องขัง ด้วยการเสิร์ฟอาหาร เขามักใช้เวลาในตอนกลางคืนสนทนาธรรมกันสองต่อสอง เด็กสาวคนนี้เห็นด้วยกับบทอริยะขัดขืนที่นักบุญกระทำต่อคำประกาศขององค์จักรพรรดิ ในคืนหนึ่งๆ เขาจะคุยกันนานนับชั่วโมง

ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็เป็นวันประหารชีวิตนักบุญ และนักบุญก็ทิ้งบันทึกถึงเด็กสาวลูกของผู้คุมเป็นบันทึกแห่งความขอบใจในมิตรภาพอันเกิดขึ้นภายในห้องขัง ตามด้วยข้อความที่ลงท้ายว่า

“LOVE FROM YOUR VALENTINE”

ตั้งแต่นั้นมา 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ม่านรูดทุกแห่งจึงขายดิบขายดี กุหลาบสีแดงก็ขายได้ราคาชอคโคแลทก็ขายระเบิดเถิดเทิง รวมทั้งคาร์ดแห่งความรักต่างสีต่างข้อความ

สมัยผมยังหนุ่ม หรือเมื่อ 50 กว่าปีมาแล้ว ผมไม่เคยรู้ว่าโลกนี้มีวันวาเลนไทน์ และไม่รู้ว่าอะไรคือ ม่านรูด แต่เริ่มรู้จักความรักแบบโรแมนทิค

ความรักแบบโรแมนทิค ตรงข้ามกับความรักแบบ ปเลโต เพราะรักแบบโรแมนทิคเป็นความรักเพื่อเซกซ์ ขณะความรักแบบ ปเลโต เป็นความรักที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเพศ (ก็เซกซ์นั่นแหละ)

แต่ผมไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่ผู้หญิงเห็นแล้วจะต้องร้องออกมาทันทีว่า “ผู้ชายอะไรวะ โรแมนทิคเป็นบ้า” ความรักแบบโรแมนทิคของผม จึงเป็นการซื้อปลีก ซื้อมันเรื่อยไป ไม่คำนึงว่าจะเป็นวันที่เท่าไร เดือนอะไร

อันที่จริงคำว่า “โรแมนทิค” เป็นภาษาที่คลาสสิคเอาเรื่อง แต่ไงมาวุ่นวายอยู่กับ “ตัณหา”ของมนุษย์ก็ไม่ทราบ พลอยทำให้ความรักโรแมนทิคกลายเป็นความเร่าร้อนที่ต้องแสดงออกด้วยวิธีการสัมผัสทางร่างกายมากกว่าจิตใจ และวิญญาณ

นี่ก็เป็นเรื่องความเร่าร้อนที่สัตว์มนุษย์มีอาการและเป็นอยู่ ยากต่อการแตกดับ แม้ในพระพุทธศาสนาก็ยังมีธรรมะว่าด้วยเรื่องนี้ เพราะเห็นชัดว่าความเร่าร้อนเป็นความต้องการอันไม่รู้จบของมวลมนุษยชาติ ธรรมะดังกล่าวน่าจะอยู่กับบท “กามุปาทาน-ความยึดมั่นในกาม”ในหมวดหมู่ อุปาทาน 4

ความยึดมั่นในกามนี้แหละ ตรงกับความเร่าร้อนในความรักที่ผม หรือคนอย่างผมมีอาการซึ่งเกิดจากรูป เสียง กลิ่น และรส “โผฏฐัพพะ” ที่ตั้งแห่งกาม พอได้เห็นรูป พอได้ฟังเสียงได้กลิ่น ได้รส และได้ถูกได้ต้องเข้าเมื่อไร ก็เมื่อนั้น…วันวาเลนไทน์ขึ้นมาทันที…

ความรักแบบโรแมนทิค มีอานุภาพ ทั้งๆ ที่หนุ่มสาวทั่วไปเข้าใจว่าเป็นความรักแท้อันบริสุทธิ์แต่แท้จริง มันคือ ความใคร่ในกามคุณ มีอานุภาพ มีฤทธิ์มีเดช อาการจะออกมาให้เห็นเมื่อคู่รักแสดงตนปันใจให้แก่คนอื่น อาจจะถึงขั้นฆ่าแกงกันได้ทันที

เพราะฉะนั้น เรามักได้อ่านนิยายเกี่ยวกับความรักโรแมนทิคที่เป็นวรรณคดีอมตะหลายต่อหลายเรื่อง เช่น “โรเมโอและจูเลียต” ของ วิลเลียม เชคสเปียร์ “อันนา คาเรนีนา” ของเลโอ ตอลสตอย และ “มาดามโบวารี” ของ กุสสตาฟ ฟเลาเบร์ท หรือ “ชั่วฟ้าดินสลาย”ของ เรียมเอง (มาลัย ชูพินิจ) เป็นต้น

“ชั่วฟ้าดินสลาย” เป็นนวนิยายเรื่องสั้น ให้ความประทับใจ และเป็นบทที่ว่าด้วยความรักโรแมนทิคที่สุดเรื่องหนึ่ง จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายในปี 2498 โดย รัตน์ เปสตันยีเป็นผู้อำนวยการสร้างในนามของ หนุมานภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดย “มารุต” พระเอกคือ ชนะ ศรีอุบล ส่วนนางเอก ก็คือ งามตา ศุภพงษ์

เรื่องย่อ เป็นเรื่องของนายห้างพะโป้ ผู้สูงวัย กินหญ้าอ่อนชื่อ ยุพดี นายห้างประกอบอาชีพค้าไม้มีแหล่งพำนักไกลจากผู้คน ยุพดี ได้พบ ส่างหม่อง เด็กหนุ่ม และเกิดรักโรแมนทิคขึ้นนายห้างชราจับได้ก็ดำเนินการตามความปรารถนาของคนทั้งสอง คือ ล่ามโซ่ติดกัน
และขังไว้ด้วยกัน

“เมื่อเอ็งอยากอยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย ข้าก็จัดให้”

นั่นคือ ความรักโรแมนทิค ผมยังจำเพลงเอกของหนังไทยเรื่องนี้ได้ดี เป็นเพลง “ชั่วฟ้าดินสลาย”คำร้องโดย ครูมารุต ทำนองโดย แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ ผู้เป็นญาติคนหนึ่งของ งามตา ศุภพงษ์และได้รับการขับร้องโดย พูลศรี เจริญพงษ์

ผู้ที่เคยอ่านบทพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว “โรเมโอและจูเลียต”ย่อมต้องผ่านตาความอันเกี่ยวกับ ความรัก และความใคร่

“รักของชายหนุ่ม เขาว่า อยู่เพียงที่ดวงตา มิใช่แน่ว ณ ดวงใจ”

“ความใคร่ เหมือนคนแก่ จวนจะตาย นอนนิ่งแซ่วความรัก หนุ่มสาวแน่ว นั่งคอยรับ ทรัพย์สินไซร้”

อีกหนึ่งในพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 ผมก็คิดว่านักอ่านหลายคนพอจะผ่านตาบ้าง

“อันหญิงชาย ย่อมหมาย เป็นคู่ชื่น ภิรมย์รื่น ร่วมจิต พิสมัย ตาประสพ ตารัก สมัครไซร้ ใจกับใจต่อติด สนิทกัน” (จาก “หนามยอกเอาหนามบ่ง”)

เกี่ยวกับชอคโคแลทที่นำมามอบให้ในวันวาเลนไทน์ ผมเข้าใจว่า เป็นขนมหวานที่มีฤทธิ์กระตุ้นต่อมความรักโรแมนทิค ประจักษ์พยานที่ผมประสบมาด้วยตนเอง จะเกิดขึ้นทุกครั้งที่ผมไปเมืองนอก ที่หัวเตียงนอนของผมจะมีชอคโคแลทมาบริการวางไว้ทุกคืน

แล้วก็จะกินทำไมในเมื่อจะนอนอยู่แล้ว นอกเสียจากมันคือคำบันทึกจากนักบุญวาเลนไทน์ที่บันทึกว่า

“LOVE FROM YOUR VALENTINE”

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องความรัก และขอย้ำว่าเป็นความรักในรูปแบบโรแมนทิค เกี่ยวข้องกับชีวิตของสัตว์มนุษย์ในเดือนกุมภาพันธ์มากที่สุด



------------------------------
เรื่องโดย : ไก่อ่อน
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : รุ่นนี้พอมีเหลือ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/sFQVb

Follow autoinfo.co.th