บทความ

เงาะถอดรูป


ปี 2549 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี นับเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์นานที่สุดของไทย และของโลก คนไทยมีความสุข และปลาบปลื้ม พร้อมกับพระมหากษัตริย์ และพระจักรพรรดิของประเทศที่ยังมีระบบกษัตริย์ 25 ประเทศ มาร่วมเฉลิมฉลองในมหามงคลยิ่งนั้น ปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ที่ประเทศชาติ และประชาชนไทยสวมเสื้อเหลืองทั้งประเทศ เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของชาวโลก

ปี 2550 คนไทยได้เฉลิมฉลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษา ยาวนานที่สุดในโลก แม้มีช่วงหนึ่งที่พระองค์ทรงพระประชวร และต้องเข้ารับการถวายการผ่าตัด แต่เมื่อทรงหาย และทรงฟื้นพระสุขภาพพลานามัย พระองค์ก็ทรงนำประชาชนให้มีความสุขด้วยการทรงสวมฉลองพระองค์สีสดใสให้คนไทยหายวิตกกังวล

แต่แล้วปี 2551 เริ่มต้นปี คนไทยทั้งประเทศก็ต้องประสบการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง เมื่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งเป็นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินีพระองค์เดียวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมี หลังพระราชพิธีที่คนไทยได้รับรู้ถึงพระประวัติอันทรงพระกรุณาธิคุณเป็นอเนกประการ และพระจริยวัตรอันงดงาม ยากที่ใครจะเทียบเสมอได้ผ่านไป คนไทยก็ต้องมาเดือดร้อนเพราะการเมืองอันไม่น่าพิสมัย กว่าจะผ่านพ้นมาได้ช่วงหนึ่งก็ทำให้สังคมยากที่จะกลับไปสู่ความรักใคร่สามัคคีฉันพี่น้องไทยด้วยกันได้

ถึงปลายปี 2551 ที่คนไทยน่าจะได้ส่งท้ายปี และรับปีใหม่ด้วยความโล่งใจ กลับยังมีเรื่องอึมครึมทางการเมืองโดยกลุ่มคนที่ไม่ยอมเห็นใจประเทศชาติ และประชาชน ให้มีโอกาสหายใจคล่องสักช่วงก็ยังดี

ด้วยปรารถนาที่อยากหยิบยื่นความรื่นรมย์กำนัลท่านผู้อ่านต้อนรับปีใหม่ ขอนำเสนอสักวาบางบทจากเรื่องสังข์ทอง ตอนเงาะถอดรูป ที่ชาวสโมสรสยามวรรณศิลป์ไปแสดงในรายการจุฬาวาทิต ที่ศูนย์ศิลปะจามจุรีเมื่อ 19 ธันวาคม 2551 มาเขย่าอารมณ์

หลังบทไหว้ครู-บทเกริ่นชวน-เกริ่นตอบ และแจกตัวแล้ว ปิยะพันธ์ จัมปาสุต อดีตอธิบดีกรมการขนส่ง-ก็เริ่มบทพระอินทร์ที่เรียกบรรยากาศครึกครื้นว่า

“สักวาพระอินทร์อนุพงศ์ (ฮาดัง)/เครื่องทรงสีเขียวขี้ม้าตุ่น (ฮา)/มีรถถังปืนใหญ่ไว้เป็นทุน/เพื่อค้ำจุนประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล (ฮา)/ไอ้หกเขยหกพรรคหากไม่ช่วย/คงมอดม้วยด้วยกูจะทำรัฐประหาร (ฮา)/มึงเปลี่ยนกันตีคลีมาก็ช้านาน/แปดปีผ่านให้เจ้าเงาะตีคลีบ้างเอย” (ปรบมือ) (6 บทนี้ กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ขับร้องเพลงแขกฮินดู)

ตามมาด้วยท้าวสามล ประยอม ซองทอง

“สักวาสามลคนลูกดก/เขยทั้งหกพวกและพรรคถูกหักหน้า/ไปโหวตสู้โอบามาร์คกลางสภา (ฮา)/หน้าแตกมาหมอพรทิพย์ไม่รับเย็บ/ส่ง ธงชัย ใจดี แข่งตีกอล์ฟ/เขายังหอบเอาดอลลาร์กลับมาเก็บ/จงเลือกหล่อหน้าตาดีที่ในเวบ/ตีคลีเซฟบ้านเมืองให้ปลอดภัยเอย” (ปรบมือ) (บทนี้ กัญจนปกรณ์ แสดงหาญ ขับร้องเพลงจีนขายอ้อย)

แล้ว รศ. นภาลัย สุวรรณธาดา อดีตประธานชมรมวรรณศิลป์คนที่ 3 ของจุฬา ฯในบทนางมณฑาก็เสนอข้อคิดว่า

“สักวานางมณฑาทูลเสนอ/ขอไปเจอเจ้าเงาะจะเหมาะไหม/เขาหาเนื้อหาปลาเก่งกว่าใคร/มีพ่อชัยช่วยหนุนอุ่นอุรา (ฮา)/ถึงปากห้อยย้อยยี้แต่มีเพื่อน/ไม่แชเชือนก๊วนนี้ยี่สิบกว่า/จะไปชวนตีคลีที่สภา/นางมณฑาลงกระท่อมพร้อมแล้วเอย”(อ. สุดจิตต์ ดุริยประณีต ขับร้องเพลงมะลิซ้อน)

ส่วน มรว. อรฉัตร ซองทอง ผอ. ศูนย์วัฒนธรรมมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในบทนางกำนัล ตามมาว่า

“สักวานางกำนัลชั้นผู้ใหญ่/เรื่องกินนอกกินในไม่เคยอิ่ม/ตามนายหญิงต้อยต้อยคอยแย้มยิ้ม/น้ำตาปริ่มตกในเรื่องฝายแม้ว/ถูกยุบพรรคยักกะสายให้อายหน้า/ส่งโฟนอินถึงรจนาเสียงเจื้อยแจ้ว/หม่อมแม่ขาพระมารดาท่านมาแล้ว/คงไม่แคล้วงานเข้าสร่างเศร้าเอย (ครูดวงเนตร ดุริยพันธุ์ ขับร้องทำนองเพลงเขมรกำปอ)

ฝ่าย ผศ. ดร. ญาดา อารัมภีร รับบทรจนาว่า

“สักวารจนาสาวอักษร/เสียหลักเพราะรีบร้อนร่อนถลา/อยากกอดกลับชนแม่มณฑา/หน้าตาปูดบวมน่วมพอกัน/กราบแม่ร่ำไห้อาลัยรัก/นานนักไม่พบประสบขวัญ/ระลึกคุณครั้งใดอุ่นใจครัน/ที่เคืองนั้นโปรดอภัยให้ลูกเอย” (ดวงเนตร ดุริยพันธุ์ขับร้องเพลงจีนขวัญอ่อน)

จากนั้นมณฑา รศ. นภาลัย สุวรรณธาดา ก็วอนลูกว่า “สักวานางมณฑามางอนง้อ/ช่วยแม่พ่อสักคราอย่าให้แกร่ว/ไม่ได้เป็นรัฐบาลมานานแล้ว (ฮา)/เจ้าก็แห้วนายใหญ่เมินจึงเชิญมา/แม่จะเตรียมกระทรวงใหญ่ไว้คอยรับ (ฮา)/เตรียมกองทัพพร้อมพรักอารักขา/เตรียมบัญชีเงินฝากจากพ่อค้า/รัฐนาวามาร์คหนึ่งขอพึ่งเอย (เพลงอกโคลง)

รจนา (ผศ. ญาดา) จึงไปง้อสามีว่า

“สักวาประนมก้มกราบเงาะ/เว้าวอนฉอเลาะออเซาะผัว/เลิกถือโทษโกรธเคืองเรื่องส่วนตัว/ทูนหัวรูปทองของรจนา/เมตตาเมียด้วยช่วยดับไฟ/ตีคลีลือไกลไปทั่วหล้า/ถอดรูปกู้ศักดิ์นัครา/กู้หน้าพ่อตาสามลเอย”

ฝ่ายเจ้าเงาะ-อดุล จันทรศักดิ์ (นักเขียนคอลัมน์ดีเด่นรางวัลกองทุน มรว.อายุมงคลโสณกุล ปี 2548) ก็ตอบเอาคนฟังฮาว่า

“สักวาเจ้าเงาะหัวเราะเงียบเงียบ (ฮา)/รู้ว่าเทียบแม่มณฑามาถึงที่/เป็นฝ่ายค้านอยู่ปลายนามาแปดปี (ฮา)/จะตอบรับทันทีก็เกรงใจ/รู้ว่าคือฝีมือองค์อมรินทร์/ส่งกลุ่มเพื่อนเนวินมาโหวตให้ (ฮา)/ยังไม่รับเพราะรู้ว่ามหาประลัย/อยู่พรรคไหนหัวหน้าพรรคนั้นขาสั่นเอย” (ฮาดัง)

ตามมาด้วยบท สามล-ประยอมว่า

“สักวาสามลคนลูกสวย/เป็นคนรวยใจร้อนรนทนไม่ได้/เจ้าเงาะบ้าคนหน้าคล้ำง้อทำไม/จึงสั่งให้เสนาจิ๋วรีบลิ่วลอย/เอาเครื่องทรงของเราที่เก่าเก็บ/มีรอยเย็บซ่อมแซมบ้างช่างเขาสอย/แล้วรีบไปปลายนาข้าเบื่อคอย/ลูกเขยน้อยคงอยากหล่อเหมือนพ่อเอย”

ทำให้เสนา-ธีรวัฒน์ กล่าวเกลี้ยงบ่นไม่พอใจว่า

“สักวางี่เง่าเจ้าเงาะโง่/ทำตาโตนุ่งแต่งผ้าแดงฉาน/ไม่ช่วยชาติเสือกสกัดรัฐบาล/ใครบงการโฟนอินให้สิ้นคิด (ฮา)/เครื่องทรงท่านบัญชาเอามาให้/ต้องจำใจถวายคืนยากฝืนจิต/ให้มือตบไว้ตีคลีทำมีฤทธิ์ (ฮา)/ไปหลงติดตีนตบบัดซบเอย”

ได้ยินดังนั้นเจ้าเงาะ-อดุล จึงว่า

“สักวาเงาะเคาะกะลา/ล่อหกเขยว่าจะมาอยู่ด้วยไหม/ฝ่ายเรามีลูกชายกำนันชัย (ฮา)/เป็นหมอเขมรลี้ภัยมาภักดี/อ้างว่าเครื่องทรงเก่าจึงต้องเกี่ยง/พูดเลี่ยงเลี่ยงไม่ให้รู้สู้หรือหนี/ฝากเทพเทือกบอกมณฑาขอดูอีกที/รอท่านพี่อนุพงศ์ส่งซิกเอย” (ฮาดัง)

ลูกเล่นเจ้าเงาะมาก พระอินทร์-ปิยะพันธ์-เลยสั่งให้เอาเครื่องทรงไปให้

“สักวามอบเครื่องทรงสีเหลืองทอง/เจ้าเงาะไม่ต้องลองก็ใส่ได้/รู้ว่าอยากแต่แกล้งทำเป็นร่ำไร/จงเอาไปส่งให้นางรจนา/ให้นางบังคับผัวให้ถอดรูป/จะตบจูบอย่างไรก็ไม่ว่า (ฮา)/เสื้อตัวในให้ใส่สีเขียวขี้ม้า (ฮา)/โฉลกกล้าจะตีคลีมีชัยเอย”

เสนา-ธีรวัฒน์-บ่นน้อยใจว่า

“สักวาเสนาน่าน้อยจิต/พระอินทร์คิดเรียกใช้ไม่อาจฝืน/มิใช่พระวิษณุกรรมยังกล้ำกลืน/ทนหยัดยืนเป็นนอมินีขี้ข้านาย/น่าจะให้ค่าขนมสักสองล้าน (ฮา)/เห็นอินทร์ท่านหน้าเหลี่ยมมีทรัพย์หลาย/ถึงไม่ให้ก็ยินดีพร้อมพลีกาย/ตายเป็นตายทำเพื่อชาติไม่ขลาดเอย”

จากนั้น รจนา-ญาดา-จึงรีบไปง้อเงาะ

“สักวารับเครื่องทรงอลงกรณ์/รจนาออดอ้อนอ่อนหวาน/ปล่อยเวลานานเนิ่นจะเกินการณ์/ชาวบ้านขื่นขมตรมทน/เห็นแก่ชาติขอพระองค์จงโอนอ่อน/ชังหรือรักพักก่อนวอนแก้ไข/ส่วนรวมเหนือส่วนตัวเหนือหัวใจ/ถอดรูปกู้ภัยให้ชาติเอย”

เจ้าเงาะ-อดุล-จึงจนใจ

“สักวาสังข์ทองยอมถอดรูป/ยอมกอดจูบหมอผีเขมรชื่อเหมือนพม่า (ฮา)/เห็นประชาพรหมนอกถูกหลอกมา (ฮา)/ก็รู้ว่าเป็นนอมินีท้าวสหัสนัยน์/มาตีคลีตีแข่งวันแดงเดือด/นอกสนามก็ถึงเลือดเมื่อเคลื่อนไหว/สังข์ทองกับเทพเทือกจึงทำใจ/ยอมเป็นรัฐบาลให้ช่วงใช้เอย”

มณฑา-นภาลัย-เห็นลูกเขยก็เข้าใจผิด

“สักวามณฑาอึ้งตะลึงหลง/พ่อโฉมยงลอยฟ้ามาแต่ไหน/หนุ่มกว่าโอบามาน่าสนใจ/เสียหล่อเล็กแต่ก็ได้หล่อใหญ่มา (ฮา)/ตัวเป็นทองผ่องพิลาสบาทละหมื่น (ฮา)/ไม่ขายคืนขอกอดแน่นแทนดอลลาร์/ลงไหว้เงาะเพราะว่าเห็นเป็นเทวา/กระดี๊กระด๊าเรียกสามีมานี่เอย”

รจนา-ญาดา ต้องแก้สงสัย

“สักวาสององค์ทรงวางใจ/เขยใหญ่พลั้งพลาดชาติย่ำแย่/เขยเล็กคนดีไม่มีแพ้/อาสาแก้กอบกู้สู้สุดฤทธิ์/คารมเด่นภาษาดีมีเสน่ห์/หล่อและเท่พอๆ กะอภิสิทธิ์ (ฮา)/เดิมพันครั้งนี้ด้วยชีวิต/ฝ่าวิกฤติชาติได้เต็มใจเอย”

ท้าวสามล-ประยอม-จึงสรุปว่า

“สักวาสามลพ้นวิตก/ดาวเคียงเดือนเตือนหัวอกหายหมกไหม้/เงาะถอดรูปเป็นสังข์ทองงามยองใย/หล่อเหมือนมาร์คคงช่วยให้พ้นภัยพาล (ฮา)/ต่างความคิดผิดสีเสื้อร่วมเชื้อชาติ/ล้วนเป็นญาติควรรักสมัครสมาน/เศรษฐกิจปีหน้าจะเบ่งบาน/ข้าราชการยกเลิกซีได้ดีเอย”

คุณหญิง อรฉัตร รับหน้าที่ว่าบทลา ว่า

”สักวาชาวจุฬา ฯ ลาหอศิลป์/จามจุรีเรืองระบิลทุกถิ่นฐาน/งานจุฬาวาทิตจะปิดงาน/สังคีตขานหวานชื่นรื่นฤดี/(สร้อย) ดอกเอ่ย เจ้าดอกจามจุรี สีชมพูชูชีวีสายเลือดเรานี้เป็นไทเอย/พระจันทร์ยิ้มพริ้มตาดาวเมื่อคราวก่อน/เหมือนเว้าวอนให้รู้จักรักศักดิ์ศรี/เทิดทูนชาติศาสน์กษัตริย์เหนือชีวี/สามัคคีสมานฉันท์นิรันดร์เอย/(สร้อย)ดอกเอ๋ยเจ้าดอกอัญชัน ประชาธิปไตยในฝันคงถึงวันเป็นจริงเอยฯ”



------------------------------
เรื่องโดย : ประยอม ซองทอง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2552
คอลัมน์ : ชีวิตคือความรื่นรมย์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/uSXsQ

Follow autoinfo.co.th