บทความ

ไชนาทาวน์


การเดินทางไปกลุ่มประเทศโซนยุโรป และสหรัฐอเมริกาของผม มีปัญหาเรื่องอาหาร เพราะเบรคฟาสต์ด้วยขนมปัง ไข่ดาว กาแฟ ผมกินได้อย่างเก่งไม่เกิน 2 มื้อเช้า หลังจากนั้นเลี่ยนตลอด แก้นิสัยไม่ได้

สมัยหนึ่งผมไปเมืองคานส์ แถบเมืองนีศ ใกล้กับโมนาโค เพื่อธุรกิจกับเพื่อนเกี่ยวกับการซื้อภาพยนตร์ ต้องอยู่นานหลายคืน จนผมหิวข้าวไทยแทบเป็นลม เคราะห์ดีได้พบ “เสี่ยตั๊ง” ไมตรี กิตติพราภรณ์ เจ้าของโรงหนังโคลีเซียม

เสี่ยตั๊งคว้าข้อมือผมลากไปไม่ไกล เป็นร้านอาหารจีน นั่นแหละจึงค่อยยังชั่ว

เช้าขึ้นมาในร้านกาแฟ มันเล่นลากรถเข็นคันเล็ก ตั้งภูเขาเนยไว้ตรงกลาง เข็นบริการลูกค้าเหมือนเร่น้ำพริกกะปิ ใครบ้างจะไม่เลี่ยน ?

อาหารจีนเข้ามาอยู่ในบันทึกช่วยจำของผมนับแต่นั้น จะไปเมืองไหน ผมก็ไม่วิตก เพราะมีร้านอาหารจีนแทบทุกแห่ง จากฝรั่งเศสเข้าลอนดอน ผมก็กิน “วันทัน ซุป” ที่ร้านอาหารจีน ย่านโซโห ข้ามมหาสมุทรไปที่นิวยอร์ค เพื่อนคนไทยด้วยกันขับแทกซีไปซื้อข้าวมันไก่ที่ไชนาทาวน์มาให้กิน

ต้องขอบใจ ไชนาทาวน์ ที่มีแทบทุกประเทศในโลกนี้ รวมทั้งที่กรุงเทพ ฯ คือ เยาวราช และราชวงศ์

ตั้งแต่โอเดียนจนถึงวัดจักรวรรดิราชาวาส ทะลุย่านสำเพ็ง วังบูรพา สามยอด เข้าสี่แยกเอสเอบี ออกสี่แยกวัดตึก กลับไปถึงตึก 7 ชั้น และโรงหนังคาเธย์

ครั้งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง ท่าพระจันทร์ปี 2493 ผมอาศัยรถรางโดยสารไปจนถึงถนนเยาวราช

เป้าหมายหลักอยู่ที่โรงหนัง 2 โรง ศรีเยาวราช และศรีราชวงศ์ ซึ่งฉายภาพยนตร์ฝรั่ง “ระบำสายฝน” ของพ่อเจ้าประคุณยีน เคลลี รวมทั้ง “สามทหารเสือ” (THE THREE MUSKETEERS) “วิมานรัก” (WATERLOO BRIDGE) ของพ่อทูนหัว รอเบิร์ท เทเลอร์ คู่กับแม่กุ้ง วิเวียน ลีห์ “น้ำตกไนเอการา” (NIAGARA) ของแม่อกระเบิด มาริลีน มอนโร ฉายที่ 2 โรงนี้

ศรีเยาวราช และศรีราชวงศ์ อยู่เกือบจะติดกัน เลยมาหน่อยก็เป็นภัตตาคารเยาวยื่น ถึงสี่แยกราชวงศ์เลี้ยวซ้ายไปอีกหน่อยก็เป็น “สีฟ้า”

ร้านอาหาร “สีฟ้า” ที่ราชวงศ์ดั้งเดิม และออริจิน ผมขับรถเปิดประทุนยี่ห้อแนช ลอยลมของธนบุรี
ไปจอดหน้าร้านในตอนค่ำ ทางร้านก็จะนำเอาถาดมาเสียบข้างรถรับคำสั่งเพื่อกินอาหาร และไอศครีมทุเรียนบนรถนั่นแหละ

ถนนราชวงศ์ไม่ยาว และไม่ทะลุออกไปไหน นอกจากต้องเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาตรงสามแยกตัดกัน ใครขืนเดินตรงไปก็ตกแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันนี้มีท่าเรือด่วนเรียก ท่าน้ำราชวงศ์

ถ้าเลี้ยวซ้ายก็ออกไปทะลุวงเวียนโอเดียน ผ่านตรอกทรงสวัสดิ์ สมัยก่อนนั้นมีโรงหนังโอเดียน ฉายทั้งหนังไทยและหนังฝรั่ง หนังชีวิตขาวดำ A PLACE IN THE SUN นำแสดงโดย มอนที คลิฟท์ และอลิซเบธ เทย์เลอร์ หนังแอคชัน-ดรามา SHANE พิมพ์ความทรงจำให้ผมถึงวันนี้ มาดนิ่มของ “เชน-อลัน แลดด์” และมาดกวนโอ๊ยของ แจค พาแลนศ์ ตอนมันจะขึ้นหลังม้า รวมทั้งบทเพลง ที่จบลงด้วยเสียงเรียกของเด็กน้อย บแรนดอน เดอ ไวลด์

“เชน…คัมแบค เชน…”

หนังไทยก็มี ชนะ ศรีอุบล และงามตา ศุภพงษ์ จากเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” “สาวเครือฟ้า” หน้าโรงหนังมีร้านหนังสือชื่อ “โอเดียนสโตร์” ผมแวะซื้อหนังสือติดมือบ่อย

ปัจจุบัน วงเวียนโอเดียนกลายเป็น 1 ใน 8 ที่สุดของเยาวราช เนื่องจากเป็นที่ตั้งของซุ้มเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ถือเป็นเกทเวย์เข้าเมืองไชนาทาวน์

ตรอกทรงสวัสดิ์สมัยก่อนกึ่งพุทธกาลสองพันห้าร้อย มีวัดเกาะ แต่หน้าวัดมีโรงพิมพ์หนังสือ แฟรีเทลส์ ของชาวสยาม เช่น “แม่กะชังก้นรั่ว” “ปลาบู่ทอง” ฯลฯ เป็นที่รู้จักกันดีของนักเลงอ่านหนังสือ หน้าปกทุกเล่มทุกเรื่องจะพิมพ์คำโฆษณาที่ผมจำได้

“หนังสือดีหน้าวัดเกาะเพราะนักหนา”

และของเขาก็ดี และไพเราะจริงๆ ผมซื้อมาไม่ได้อ่านเอง แต่ต้องมาอ่านให้คุณแม่ฟังที่บ้านแถวพรานนก

ตรงข้ามกับวัดเกาะ มีร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อยู่ร้านหนึ่ง แข่งขันกับก๋วยเตี๋ยวไก่ในซอยวังแดง สะพานดำ ถนนบำรุงเมือง สำหรับผมถ้าให้ชิม และอวดสรรพคุณต้องยกให้วังแดงเป็นที่หนึ่ง มีขายให้กินเฉพาะกลางคืน ถึงเวลาตรุษจีนเจ๊แกหยุดไปเที่ยวสหรัฐอเมริกานานถึง 2 อาทิตย์

ปัจจุบันร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่มีให้กินที่วรจักร เป็นคนละชนิดกับคั่วไก่วังแดง เพราะที่นี่เป็นตำหรับแต้จิ๋ว แต่ไม่ขาดปลาหมึกกรอบ และผักกาดหอม กลยุทธ์ในการคั่ว ต้องผัดเส้นจนสุกแห้ง และคั่วเร็วเพื่อให้สุกกรอบ โดยใช้ไฟแรง และน้ำมันน้อย

ตรงข้ามวัดเกาะ วันนี้มีร้าน “เหล่าโง้วก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” เดินออกมาจนผ่านถนนเยาวราชทะลุถึงสามแยก ก่อนนี้เป็นที่ตั้งโรงหนังเฉลิมบุรี พันธมิตรของศาลาเฉลิมกรุง หนังไทยของ สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ มาร้องไห้กันงอมที่นี่หลายครั้ง ส่วนของ ส. อาสนจินดา ค่อนข้างจะเหมาโรงหนังพัฒนากร ถนนเจริญกรุงเป็นส่วนใหญ่

เฉลิมบุรี สมัยผมดังในเรื่องลอดช่องสิงคโปร์ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีขาย และข้าวมันไก่ตอน สมัยนั้นธนาคารเอเซีย มีขนาดเท่าห้องแถวห้องเดียวอยู่ใกล้ๆ

ย่านนี้นอกจากเฉลิมบุรีแล้วก็มีโรงหนังบรอดเวย์ ฉายหนังฝรั่ง เช่น “สาวนาเกลือ” โรงหนังบรอดเวย์อยู่บนถนนเจริญกรุง ร่วมกับโรงหนังพัฒนากร และโรงหนังแคพพิตอล ซึ่งฉายหนังฝรั่งดังๆ หลายเรื่อง ทั้ง “โจน ออฟ อาร์ค” “แซมซัน แอนด์ เดไลลาห์” และ “รักด้วยเลือด (DUEL IN THE SUN)”

ในตรอกเทกซัสซึ่งทะลุได้ทั้งเยาวราช และเจริญกรุงมีโรงหนังชื่อ “เทกซัส” ฉายหนังอินเดียแบบโมโนโปลี ใครอยากดูหนังอินตะระเดียก็ต้องมาที่นี่แห่งเดียว

ใกล้กับโรงหนังแคพพิตอล ผมก็มีศาลาเฉลิมนคร ซึ่งเข้ามาแทนที่ละครเวทีที่หมดยุค ก่อนจะเดินไปถึงเฉลิมนคร มีร้านกาแฟนมสดดังระเบิดชื่อร้าน “นมสดนายปอ”

ของกินทั้งหมดในปัจจุบันนี้ มีให้เลือกมากบนถนนเยาวราชทะลุเจริญกรุง ตั้งแต่ข้าวเหนียวหมูแดง จนถึงเนื้อแพะผัดคึ่นไช่

สัญลักษณ์ของเยาวราชหนีไม่พ้นร้านขายทอง จนเดี๋ยวนี้ผู้คนแทบไม่รู้จักชื่อถนนเยาวราช แต่ดันรู้จักชื่อ “ถนนสายทองคำ”

ถนนเยาวราช มีร้านขายทองมากกว่า 100 ร้าน เก่าแก่ที่สุด ก็คือ ร้านทองตั้งโต๊ะกัง เล่ากันว่าขายมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และตึก 7 ชั้นดังที่สุดของกรุงเทพ ฯ สมัยนั้นก็เกิดขึ้นเพราะการขายทองคำ สาเหตุที่มีชื่อเสียงดังก็เพราะเป็นตึกสูงที่สุด

ใกล้กับตึก 7 ชั้น ก็มีโรงหนังอีกน่ะแหละ เป็นโรงหนังไทยชื่อ “คาเธย์” เป็นศูนย์รวมหนังไทย ค่ายดอกดินค่อนข้างจะดังกว่าเพื่อน เพราะเมื่อหนังของแกเข้าฉาย ไม่กี่วันแกก็จะร้องซ้ำซากอยู่ประโยคเดียวว่า

“ล้านแล้วจ้า…”

ดอกดิน เป็นศิลปินไทยคนเดียวที่ผมทราบว่า ซื้อรถ เมร์เซเดส-เบนซ์ แพงที่สุด สองแสนห้าหมื่นบาท จะเป็นเพราะที่ร้องออกมาบ่อยๆ หรืออย่างไรไม่ทราบ

ผู้กำกับหนังไทยดังๆ สมัยนั้นนอกจาก ดอกดิน ชรินทร์ ฉลอง แล้วก็มี วิจิตร คุณาวุฒิ ส.อาสนจินดา มารุต และ เนรมิต พระเอกหล่อที่สุดก็เป็น อดุลย์ ดุลยรัตน์ แกหล่อเพราะมีเชื้อสายเป็นบังดุลย์ ถัดมาก็เป็นพระเอกตลอดกาล มิตร ชัยบัญชา และ สมบัติ เมทะนี

สำหรับ สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์ สนใจสร้างแต่หนังทหารเรือ มาดังมากก็ด้วยเรื่อง “เล็บครุฑ” ปี 2500 แสดงโดย ลือชัย นฤนาท กับ อมรา อัศวนนท์ เข้าฉายที่ศาลาเฉลิมกรุง

เฉพาะถนนเยาวราช ไชนาทาวน์ของกรุงเทพ ฯ ผมยังรจนาไม่ครบถ้วน แม้กระทั่งองค์พระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่สุดในโลกที่วัดสามจีน (วัดไตรมิตรวิทยาราม) ซึ่งจะโทษผมก็คงไม่ได้เพราะที่ดินไชนาทาวน์วันนี้ ราคาตารางวาละหกแสนห้าหมื่นบาท จะย่างก้าวไปตรงไหนต้องค่อยๆ เหยียบครับ เกิดกระแทกรองเท้าแรง แตกเป็นหลุมตารางวาเดียว ผมก็จนปัญญาชำระแล้ว…!



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2552
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/XRSio
อัพเดทล่าสุด
10 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
524,000
2.
599,000
3.
3,599,000
5.
2,090,000
6.
2,229,000
7.
779,000
8.
3,590,000
10.
1,316,000
11.
1,749,000
12.
1,699,000
14.
3,299,000
15.
5,399,000
16.
6,799,000
17.
3,249,000
18.
4,980,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th