บทความ

รถไฟฟ้าติดตรา


สหรัฐอเมริกา-มีนี (MINI) ผู้ผลิตรถยนต์ในเครือข่ายของ บีเอมดับเบิลยู กรุพ (BMW GROUP) แห่งเยอรมนี อวดเทคโนโลยีลดปัญหา “โลกร้อน” โดยนำรถไฟฟ้า มีนี อี (MINI E) ออกอวดตัวต่อสายตาสาธารณชนในเมืองมะกัน พร้อมประกาศว่า จะผลิตแค่ 500 คัน และไม่ขาย แต่จะให้เช่าโดยทำสัญญาเช่าแค่ 1 ปี

ที่งานมหกรรมยานยนต์ลอสแองเจลิสในสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุด ซึ่งมีขึ้นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ค่าย มีนี สามารถดึงดูดสื่อมวลชน และผู้ชมงานให้หลั่งไหลเข้าสู่บูธได้อย่างล้นหลาม ด้วยการนำรถไฟฟ้า มีนี อี (MINI E) ออกอวดตัวเป็นครั้งแรก โดยไม่มีการติดป้ายราคาค่าตัว เพราะบอกอย่างชัดเจนว่ายังไม่ขาย แต่จะให้เช่า และผู้เช่าจะต้องอาศัยอยู่ใน 3 รัฐของเมืองมะกันเท่านั้น คือ แคลิฟอร์เนีย นิวยอร์ค และ นิวเจอร์ซีย์

เมื่อมองจากภายนอก รูปลักษณ์ของรถไฟฟ้า มีนี อี แทบไม่มีอะไรแตกต่างจากรถรุ่นสามัญ คือ มีนี คูเพอร์ (MINI COOPER) และ มีนี คูเพอร์ เอส (MINI COOPER S) ที่เห็นกันอยู่ทั่วไปตามท้องถนนทั่วโลก ต่อเมื่อเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้นดูนั่นแหละ จึงจะพบว่า ไม่มีเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่อง DOHC 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี 120 แรงม้า ที่เคยใช้ในรถ มีนี คูเพอร์ หรือเครื่องเทอร์โบฉีดตรง DOHC 4 สูบเรียง 1,598 ซีซี 175 แรงม้า ที่เคยใช้ในรถ มีนี คูเพอร์ เอส แต่ตำแหน่งของเครื่องยนต์ถูกแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ASYNCHRONOUS MOTOR

มอเตอร์ไฟฟ้าดังกล่าวข้างต้น รับพลังไฟฟ้าจากแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน (LITHIUM-ION BATTERY) ขนาด 35 กิโลวัตต์/ชม. ซึ่งประกอบขึ้นจากเซลล์ไฟฟ้า 5,088 เซลล์ จัดแบ่งเป็น 48 โมดูล และป้อนพลังไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าในลักษณะของไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งมีความดัน 380 โวลท์ การประจุไฟฟ้าให้แก่แบทเตอรีแต่ละครั้ง ผ่านปลั๊กไฟฟ้าซึ่งติดตั้งในตำแหน่งที่เคยเป็นฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิง ดังที่เห็นในภาพประกอบ จะใช้เวลาประมาณ 8 ชม. และเพียงพอให้รถวิ่งได้ไกลประมาณ 240 กม.

ดังนั้นเมื่อก้าวเข้าไปนั่งในรถ ก็จะพบว่า ห้องโดยสารที่เคยนั่งได้รวม 4 คน ก็จะนั่งได้เพียงครึ่งเดียว คือแค่ 2 คน เพราะตำแหน่งที่เคยติดตั้งเบาะหลัง กลายเป็นที่ติดตั้งแบทเตอรี ลิเธียม-ไอออน ซึ่งมีน้ำหนักตัวถึง 260 กก.

นอกจากการประจุไฟเข้าสู่แบทเตอรีด้วยวิธีที่กล่าวแล้วข้างต้น ในทันทีที่ผู้ขับถอนเท้าจากคันเร่ง มอเตอร์ไฟฟ้าก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นเจเนอเรเตอร์ และทำหน้าที่ป้อนพลังไฟเข้าสู่แบทเตอรีโดยอัตโนมัติ ทำให้ช่วยยืดระยะทางได้อีกประมาณร้อยละ 20

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 8.5 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุด เนื่องจากเป็นรถที่ออกแบบสำหรับการใช้งานในเมือง และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับความประหยัด จึงจำกัดไว้แค่ 95 ไมล์/ชม.หรือประมาณ 152 กม./ชม.เท่านั้น ส่วนอัตราการสิ้นเปลืองพลังไฟอยู่ที่ระดับ 1 กิโลวัตต์ชม./8.7 กม. และอัตราการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของปัญหา “โลกร้อน” เท่ากับ 0



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2552
คอลัมน์ : ข่าวรอบโลก
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NEEAw
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

MERCEDES-AMG GT S ROADSTER ทางเลือกใหม่ของรถสปอร์ทเปิดประทุนติดตราดาว
MERCEDES-AMG GT S ROADSTER ทางเลือกใหม่ของรถสปอร์ทเปิดประทุนติดตราดาว
BMW X5 ตัวถังยาวกว่า กว้างกว่า และแข็งแรงกว่ารถรุ่นเดิม
PORSCHE 911 SPEEDSTER CONCEPT รถคันพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษ
PORSCHE 911 SPEEDSTER CONCEPT รถคันพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษ