บทความ

GM NEXT


กลางเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา มีข่าวใหญ่เกิดขึ้นในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์บ้านเรา นั่นคือ ข่าวการลงทุนสร้างโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซลแห่งแรกของค่ายยักษ์ใหญ่ จีเอม ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาทครั้งนี้ เป็นนัยสำคัญที่ จีเอม ยาหอมไว้ว่า เป็นการสร้างศูนย์การผลิตเครื่องยนต์แห่งใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการขยายธุรกิจในตลาดใหม่ที่ จีเอม กำลังเติบโต การเปิดสายการผลิตเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบครั้งนี้ ส่งผลดีให้แก่ จีเอม หลายเรื่อง อาทิเช่น เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ความจุ 2.5 และ 2.8 ลิตร ที่จะผลิตภายใน 2 ปีข้างหน้านี้ จะเป็นขุมพลังให้กับรถพิคอัพ เชฟโรเลต์ พร้อมๆ กับจะถูกนำไปใช้ในรถยี่ห้ออื่นๆ ของ จีเอม ที่จะขายทั้งในเมืองไทยและส่งออกทั่วโลก และจะมีการเพิ่มระบบวิศกรรมที่ทันสมัยเพื่อรองรับการพัฒนารถบรรทุกขนาดเบารุ่นใหม่ในอนาคต

ภายในงานเดียวกัน ยังมีการแถลงวิสัยทัศน์ของ ริชาร์ด แวกอเนอร์ (RICHARD WAGONER) ประธานคณะกรรมการบริหาร เจเนอรัล มอเตอร์ส สหรัฐอเมริกา ที่บินตรงมาเพื่อร่วมงานนี้โดยเฉพาะ ท่านประธานกล่าวถึงนโยบายที่ตรงไปตรงมา เกี่ยวกับแผนการลงทุนครั้งนี้ พร้อมกับเปิดตัวแผนกลยุทธ์ ที่จะดันศูนย์การผลิต เชฟโรเลต์ ที่ จ. ระยอง ให้กลายเป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ระดับโลกที่ครบวงจร โดยเทียบเคียงให้ทันสมัยเท่าศูนย์การผลิตในเยอรมนี…ส่วนกำลังการผลิตของโรงงานใหม่ จะอยู่ที่ 100,000 เครื่อง/ปี และร้อยละ 90 จะผลิตเพื่อตลาดในประเทศ ส่วนที่เหลือจะเป็นการส่งออก โดยเริ่มต้นผลิตในปี 2553 ซึ่งจะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้ จีเอม มีความคล่องตัวสามารถแข่งขันกับค่ายอื่นๆ ได้มากขึ้น

พร้อมกับแถลงนโยบายพลังงานเชื้อเพลิง ที่ จีเอม ประกาศแผนระยะยาวไว้ 3 ประการ คือ สร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์ความเชี่ยวชาญพลังงานหลากหลายสำหรับรถยนต์ ทั้ง ซีเอนจี แอลพีจี เอธานอล และไบโอดีเซล โดยทำวิจัยร่วมกับภาครัฐ พันธมิตรอุตสาหกรรม และนักวิชาการ แผนสอง คือ พัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกล้ำสมัย โดยร่วมมือกับ ปตท. ในการศึกษาวิจัยพัฒนาสาหร่ายให้เป็นแหล่งผลิตไฮโดรเจน เอธานอล และไบโอดีเซล ร่วมถึงพัฒนา ซีเอนจี ดูอัล ฟิวเอล และไฮบริด ต้นทุนต่ำ ส่วนตลาดเมืองไทย เรากำลังจะได้ใช้รถไฮบริด ในอีก 1-2 ปีนี้

และแผนสาม คือ พัฒนาพลังงานทางเลือกสำหรับประเทศไทย โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อค้นหาข้อสรุปเกี่ยวกับพลังงานที่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังมีการถาม-ตอบปัญหาที่สื่อมวลชนทั้งไทยและเทศสนใจอีกหลายประเด็น อาทิ ปัญหาการขาดทุนของ จีเอม ที่ท่านประธานกล่าวว่า “หลังจากที่เราเจอวิกฤตการณ์ด้านการเงิน ทำให้บริษัทขาดทุนนั้น มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานใหม่ โดยปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง ควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการลดเงินเดือน แต่คงต้องรอดูผลภายในสิ้นปีนี้” ส่วนคำถามที่ว่า จีเอม จะกลับมาเป็นเบอร์ 1 ในโลกรถยนต์ได้หรือไม่นั้น ?

ท่านบอกสั้นๆ ว่า “ผลของปีนี้ ยังไม่จบ อยากให้ดูก่อนว่าจะเป็นอย่างไร อาจจะเร็วเกินไปที่จะรีบสรุปว่าใครเป็นเบอร์ 1 หรือ เบอร์ 2 ถึง จีเอม ไม่ได้เป็นเบอร์ 1 ก็ไม่เป็นไร แต่เราจะพยายามรักษาพันธสัญญาว่า จะส่งมอบรถยนต์ที่ดีให้กับลูกค้าเท่านั้น”

สำหรับ จีเอม แล้ว การเป็นเบอร์ 1 หรือ เบอร์ 2 นั้น อาจจะเป็นเพียงแค่ผลของการทำงาน แต่ก้าวที่เดินต่อจากนี้ นับว่าเป็นก้าวที่น่าติดตามชมอย่างยิ่ง ที่ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกรายนี้ พยายามจะบอกว่า อีก 100 ปีต่อจากนี้ ยานยนต์ที่ผลิตออกมาต้องสะอาด และเป็นมิตรกับธรรมชาติเท่านั้น



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน ตุลาคม ปี 2551
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/46uhy

บทความที่เกี่ยวข้อง

มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
มูลนิธิ ลมหายใจไร้มลทิน เสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต
อัพเดทล่าสุด
20 Aug 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
609,000
2.
469,000
3.
469,000
5.
1,239,000
6.
1,399,000
7.
640,000
8.
3,090,000
9.
2,160,000
10.
2,120,000
11.
2,269,000
12.
2,980,000
13.
2,318,000
14.
6,899,000
15.
4,299,000
16.
3,629,000
17.
3,429,000
18.
2,229,000
19.
12,399,000
20.
8,399,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th