บทความ

แอมพ์มัลทิแชนแนล CLASS AB กับ D ในเครื่องเดียว


หลายๆ คนที่ชอบเครื่องเสียง แต่กลับติดปัญหาเรื่องพื้นที่ติดตั้ง การเลือกอุปกรณ์น้อยชิ้น ดูจะเป็นทางออกที่ดี อย่างเพาเวอร์แอมพ์ที่ใช้ขับเล่นทั้งระบบ เพราะเพียงเครื่องเดียว ขับชุดลำโพงได้หลายรูปแบบ และฉบับนี้ ผมมีข้อมูลเจาะลึกของเพาเวอร์แอมพ์ประเภทนี้มาฝากกัน

 

มัลทิแชนแนล คือ เพาเวอร์แอมพ์ที่สามารถแยกขับเล่นตั้งแต่ 5 แชนแนลขึ้นไป ที่ผ่านมาจะเห็นประเภท 5/6/7 แชนแนล บางครั้งมีการออกแบบประเภท 5.1 แชนแนล ออกมาเพื่อตอบสนองตลาดคาร์เธียเตอร์ เพื่อให้ดูหนัง/ฟังเพลงอย่างสมจริง และล่าสุดกับวงการเครื่องเสียงบ้าน มีเพาเวอร์แอมพ์ประเภท 11.2 แชนแนล ออกมาแล้ว

 

สำหรับเพาเวอร์แอมพ์ที่เราจะเจาะลึก คือเจ้า PHOENIX GOLD รุ่น ROADSTER 66 เป็นประเภท 5 แชนแนล มีกำลังขับไม่เบาทีเดียว จัดอยู่ใน RSD SERIES ที่ออกแบบมาเฉพาะ สำหรับนักเล่นที่ต้องการความลงตัวในหนึ่งเดียว และผู้ผลิตให้นิยามมันเป็น “ลิมิเทด เอดิชัน” มีสกรีนไว้ที่ตัวซิงค์ด้วย

 

เห็นชื่อรุ่นแล้วทำให้นึกถึงอดีตกับ ROUTE 66 แต่ความไม่ธรรมดาของเจ้า ROADSTER 66 อยู่ที่ความใหญ่ หนักหน่วง ที่ดูดี เมื่อเปรียบเทียบกับเพาเวอร์แอมพ์ 5 แชนแนล โดยทั่วไป การันตีด้วยผลงานที่ออกแบบ และผลิตมาแล้วกว่า 10 ปี ด้วยขุมพลังขับ 75 วัตต์x4 แชนแนล ในแบบฟูลล์เรนจ์ และเพิ่มอีก 1 แชนแนล สำหรับซับวูเฟอร์ ด้วยกำลังขับ 400 วัตต์ ในแบบ CLASS D MONO BLOCK ทำงานที่ความต้านทาน 4 โอห์ม

 

และเมื่อโหลดเล่นที่ความต้านทาน 2 โอห์ม จะมีกำลังขับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว คือ 135 วัตต์x4+650 วัตต์ สามารถอัดเล่นเต็มๆ ได้ตามต้องการ หมดห่วงสำหรับคนที่ชอบเสียงเบสส์โดยเฉพาะ เพราะมันอัดซับวูเฟอร์แบบ LONG STROKE ได้อย่างสบาย

 

ขนาดที่ดูใหญ่บึกบึนมีความกว้าง 810 มม. สูง 83 มม. และลึก 292 มม. ฮีทซิงค์เป็นอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป หนา 10 มม. พ่นอโนไดซ์โทนดำดูดุดัน แข็งแกร่งทนทาน ระบายความร้อนได้ดี มีน้ำหนักมากกว่า 25 ปอนด์ ออกแบบมาเหมือนกับแอมพ์แรค ที่สามารถวางซ้อนกันได้ เพื่อปรับแต่งต่อสายต่างๆ ทางด้านเดียว ด้านบนมีโลโกขนาดใหญ่ พร้อมหลอด LED สีฟ้า แสดงขณะทำงาน สายเพาเวอร์ขนาดใหญ่ 1/0 GAUGE และสายลำโพงขนาด 10 GAUGE เพิ่อให้ไฟเดินได้เต็มๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมระบบป้องกันตัวเครื่องด้วยฟิวส์ขนาด 40 แอมพ์ 4 ตัว

 

เนื่องจากทีมงานวิศวกรได้แบ่งวงจรของเจ้า ROADSTER 66 ไว้ 2 ส่วน เพื่อแยกส่วน ของแผงวงจร เสมือนมีเพาเวอร์แอมพ์ 2 เครื่องอยู่ในเครื่องเดียว ครบครันทั้งภาคอีเลคทรอนิคส์ ครอสส์โอเวอร์ ปรับเลือกตัดความถี่ไฮ/โลว์พาสส์ได้ 40-400 HZ สำหรับสัญญาณชุดหน้า/หลัง มีระดับความลาดชัน 18 ดีบี/ออคเทฟ บูสต์เบสส์ได้ทั้งชุดหน้า/หลัง/ซับ ชุดอีเลคทรอนิคส์ ครอสส์โอเวอร์ โลว์พาสส์ สำหรับซับวูเฟอร์ เลือกตัดความถี่ได้

 

30-300 HZ เลือกปรับซับโซนิค ฟิลเตอร์ เพื่อกรองความถี่เสียงต่ำได้ที่ 5-55 HZ ในภาคซับวูเฟอร์ยังปรับบูสต์ความถี่เสียงเบสส์ได้ พร้อมรีโมทคอนทโรลที่ปรับแต่งได้จากด้านหน้ารถ จึงหมดปัญหาหากเฮดยูนิทไม่สามารถปรับวอลูมซับได้ โดยบูสต์เสียงซับได้ 18 ดีบี ที่ความถี่ 45 HZ ซึ่งเป็นการปรับค่า Q ของเสียงเบสส์ บีบให้สูงขึ้น และได้แบนด์ที่แคบลง สามารถปรับควบคู่ได้กับฟังค์ชันเบสส์อีคิว ในช่วงความถี่ 30-500 HZ

 

ด้านงานออกแบบนั้น เป็นการผสมผสานระหว่างฟูลล์เรนจ์ กับ CLASS D เข้ามาในเครื่องเดียว สังเกตได้จากตัวเครื่องที่ค่อนข้างจะยาว เหมือนกับนำเพาเวอร์แอมพ์ 2 เครื่องมาเรียงต่อกัน โดยแผงวงจร ขั้วต่อไฟภายใน อินพุท เอาท์พุท และอุปกรณ์ปรับแต่งเสียง แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นความคิดที่ดี เพราะไม่ต้องออกแบบแผงวงจรใหม่ให้ซับซ้อน เพื่อให้ทำงานได้ทั้ง 2 ส่วน เพียงแค่ออกแบบตัวฮีทซิงค์ให้ลงตัวกับวงจรทั้ง 2 แบบเท่านั้น อีกทั้งหมดปัญหาเรื่องเสียงกวน อันจะเกิดจากวงจรของ CLASS D ที่อาจมีผลต่อฟูลล์เรนจ์

 

ทีมทดสอบต่างประเทศได้นำเจ้า ROADSTER 66 ไปขับ ซับวูเฟอร์ขนาด 12″ ติดตั้งในตู้ปิด เลือกตัดความถี่ไฮพาสส์สัญญาณชุดหน้าที่ 40 HZ และตัดความถี่ซับโลว์พาสส์ที่ 80 HZ อัดขับเต็มๆ แบบเต็มกำลังที่ความต้านทาน 4 และ 2 โอห์ม ได้ค่าความเพี้ยนรวมฟูลล์เรนจ์เพียง 0.07 % และที่ CLASS D แชนแนลเพียง 0.2 % มีความถี่ตอบสนอง 10-66,000 HZ อยู่ในเกณฑ์ 0/-3 ดีบี ซึ่งกราฟลงมาเพียง -1.2 ดีบีเท่านั้น

 

บทสรุปกับขุมพลัง PHOENIX GOLD รุ่น ROADSTER 66 แม้ว่ามันจะมีค่าตัวสูงถึง 1,299 เหรียฐสรอ. ประมาณ 42,000 บาท แต่ก็มีประสิทธิภาพการทำงานที่คุ้มค่า ด้วยตัวซิงค์ที่ดูบึกบึนเพียงเครื่องเดียว สามารถขับได้เต็มๆ ทั้งระบบ พร้อมลูกเล่นครบครัน ตัวเลข 500 วัตต์ (MAX) เป็นเรื่องเล็กสำหรับรุ่นนี้ไปเลย

 

รายละเอียดทางเทคนิค

ค่าความเพี้ยนรวม 1 % ที่ 1,000/100 HZ แรงดันไฟ 14.4 โวลท์ กำลังขับฟูลล์เรนจ์ 81 วัตต์x4+407 วัตต์ ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม และ 136 วัตต์x4+656 วัตต์ ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม ค่าความเพี้ยนรวม 1 % ที่ 1,000 HZ แรงดันไฟ 12.5 โวลท์ กำลังขับฟูลล์เรนจ์ 60 วัตต์x4+309 วัตต์ ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม และ 97 วัตต์x4+498 วัตต์ ที่ความต้านทาน 4 โอห์ม

 

ค่าความเพี้ยนรวม ฟูลล์เรนจ์แชนแนล 0.07 % ที่ 1,000 HZ แรงดันไฟ 14.4 โวลท์ มีความไวอินพุท 0.2-9.3 โวลท์ ความถี่ตอบสนอง 10-66,000 HZ (+3 ดีบี) อัตราส่วนสัญญาณต่อเสียงกวน 102 ดีบี สเตริโอ เซพาเรชัน 57 ดีบี ที่ 5,000 HZ

 

อีเลคทรอนิคส์ ครอสส์โอเวอร์ ฟูลล์เรนจ์แชนแนล ไฮพาสส์ 40-400 HZ โลว์พาสส์ 40-400 HZ ระดับความลาดชัน 18 ดีบี/ออคเทฟ ซับแชนแนล โลว์พาสส์ 30-300 HZ ระดับความลาดชัน 18 ดีบี/ออคเทฟ ซับโซนิค ฟิลเตอร์ -18 ดีบี ที่ความถี่ 5-55 HZ

 



------------------------------
เรื่องโดย : ณัฐพร
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2551
คอลัมน์ : ลับเฉพาะ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/peXwT
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,299,000
2.
5,399,000
3.
6,799,000
4.
3,249,000
6.
53,500,000
8.
3,600,000
9.
4,539,000
10.
13,339,000
11.
2,999,000
12.
1,749,000
13.
1,800,000
15.
499,000
16.
979,000
17.
990,000
18.
4,090,000
19.
1,699,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

บทความที่เกี่ยวข้อง

ROCKET SOUND ติดตั้งชุดเครื่องเสียง แดนปลาดิบ
GOLDENKEY จัดชุดเสียงดังฟังไพเราะ
GOLDENKEY จัดหนักชุดเสียง ระดับ VIP
สากลเทคนิค จัดชุดเสียง SQ ใน เรนจ์ โรเวอร์ อีโวค
ROCKET SOUND จัดชุดเสียงบแรนด์เดียว ใน โตโยตา วีออส
GOLDENKEY โชว์คาร์เอนเตอร์เทนเมนท์ชุดเล็ก