บทความ

นิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.0 ดีซีไอ


นิสสัน เอกซ์-ทเรล 2.0 ดีซีไอ (NISSAN X-TRAIL 2.0 DCI) เป็นรถในเจเนอเรชันที่ 2 ของรถซอฟท์โรเดอร์ จากค่าย นิสสัน เวอร์ชันนี้มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เรียบง่าย วัสดุภายในเปี่ยมคุณภาพ ความสะดวกสบาย และตอบสนองการขับขี่ที่ดี

ด้วยยอดขายของ เอกซ์-ทเรล รุ่นแรก ที่ทำตัวเลขได้กว่า 800,000 คันทั่วโลก และเกือบ 50,000 คันในประเทศอังกฤษ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการยอมรับในคุณภาพของ นิสสัน เอกซ์-ทเรล รุ่นแรกได้อย่างดี

การเปิดตัวรถ นิสสัน เอกซ์-ทเรล ใหม่ จึงเป็นเรื่องท้าทายความสามารถของนักออกแบบ ที่พยายามเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์จากเดิมน้อยมาก โดยเน้นปรับปรุงการตอบสนองการใช้งานให้ดีขึ้น มีการเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย พร้อมคุณภาพการประกอบที่เหนือกว่า ระบบรองรับที่นุ่มนวลขึ้นและมีขนาดที่ขยายใหญ่ขึ้นเล็กน้อย

การเปลี่ยนแปลงที่แตกต่าง และโดดเด่น คือ อุปกรณ์ และคุณภาพของการตอบสนองการใช้งานภายในห้องโดยสารมากขึ้น แผงอุปกรณ์ขึ้นรูปมาจากวัสดุที่คัดสรรอย่างดี ทั้งใช้พลาสติคที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ ภายนอกมีรูปทรงไม่ค่อยเปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก มีการออกแบบค่อนข้างราบเรียบ และดูดี ทั้งเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบาย

ห้องเก็บสัมภาระในด้านหลัง กว้างขวางกว่าเดิมถึง 50 ลิตร มีที่วางแก้วน้ำถึง 8 ใบ (4 ตำแหน่งอยู่ในช่องเย็น) มีหลุมวางของอยู่บนแผงอุปกรณ์ และช่องเก็บของกระจุกกระจิกหลายแห่ง ห้องโดยสารกว้างขวางขึ้น ที่นั่งด้านหลังสามารถพับ 40:20:40 ได้ แต่น่าเสียดายที่เบาะนั่งแถวหลังไม่สามารถเลื่อนสไลด์ได้ ทั้งยังไม่มีที่นั่งแถวที่ 3 ซึ่งจะสามารถรับผู้โดยสารอีก 2 คน ทั้งที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลัง มีเนื้อที่กว้างขวางอยู่แล้วระบบการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ทำได้ดี แม้จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลก็ตาม สำหรับคันที่ทดสอบใช้เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ความจุ 1,995 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 171 แรงม้า ที่ 3,570 รตน. แรงบิด 36.7 กก.-ม. ที่ 2,000 รตน. (นอกจากนั้น ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล 148 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน ให้เลือกอีก 2 รุ่น) มีระบบการทำงานที่จัดว่าเงียบ นุ่มนวล และเปี่ยมพลัง ถ่ายทอดกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ถ่ายทอดกำลังได้อย่างไม่มีที่ติ ผนวกกับโครงสร้างแชสซีส์ ที่ให้ตัว และมีน้ำหนักเบา จึงทำให้ตอบสนองการขับขี่ที่สนุกสนาน ซึ่งต่างจากรุ่นก่อนอย่างเห็นได้ชัด

การตอบสนองการควบคุมในโค้ง แม้จะเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ตอบสนองการควบคุมค่อนข้างเป็นกลาง แทบไม่มีการหมุนฟรี นอกจากใช้ความรุนแรงในโค้งแคบ จะออกอาการอันเดอร์สเตียร์ โดยล้อหน้าด้านนอกจะหมุนฟรี ซึ่งอาการดังกล่าวไม่รุนแรง อยู่ในวิสัยที่คาดเดา และควบคุมได้

สมรรถนะการลุยในเส้นทางวิบาก ขีดความสามารถเทียบรุ่นกับ แลนด์ โรเวอร์ ฟรีแลนเดอร์ ได้อย่างสบาย ระบบควบคุมระบบขับเคลื่อนแบบปุ่มหมุน ช่วยให้การเลือกระบบขับเคลื่อนสะดวกสบายมากขึ้น ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกตั้งแต่ ขับเคลื่อน 2 ล้อ (ประหยัด) และระบบอัตโนมัติ โฟร์วีลดไรฟ (AUTOMATIC FOUR WHEEL-DRIVE) ทำหน้าที่เฉลี่ยแรงบิดไปยังล้อหน้า/หลัง จนถึงอัตรา 50/50) หรือ เซนเตอร์ ดิฟฟ์ลอค จ่ายแรงบิดไปยังล้อหน้า/หลัง ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ระบบห้ามล้อควบคุมการหมุนของล้ออย่างอิสระ และเป็นระบบอัตโนมัติ โดยระบบ SWITCHABLEESP ทำหน้าที่เลียนแบบการทำงานของระบบเฟืองขับ โดยควบคุมให้ล้อหมุนด้วยความเร็วที่ไม่แตกต่างกัน นอกจากนั้นยังมีระบบ HILL DESCENT CONTROL และ HILL-HOLDER ที่ทำให้ตอบสนองการขับขี่บนทางทุรกันดารอยู่ในระดับน่าประทับใจ สามารถขับเคลื่อนไปได้โดยไม่ลื่นไถล

สิ่งที่ทำให้ นิสสัน เอกซ์-ทเรล ใหม่ มีความสุดยอดในทุกๆ ด้าน คือ สามารถตอบสนองการใช้งานได้จริง และมีอุปกรณ์ที่ดีกว่า และการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างเพียงพอ มีประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง เนื้อที่วางสัมภาระกว้างขวาง และทนทาน แต่สิ่งที่หายไป คือ ความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่รุ่นเดิมมีมากกว่า

เทคนิคใหม่: INTELLIGENT 4WD

ALL MODE 4×4-I ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนล่าสุด ที่ นิสสัน เรียกว่าเป็นระบบพาร์ทไทม์ ออลล์วีลดไรฟ(PART-TIME ALL-WHEEL DRIVE) ซึ่งตัวอักษร I (INTELLIGENT) หมายถึง ความสามารถในการเลือกระบบขับเคลื่อนได้อย่างเหมาะสม

ด้วยระบบควบคุมอีเลคทรอนิค ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ ซึ่งทำหน้าที่จับอาการเซ โยนตัว และเมื่อสมองกลได้รับข้อมูล จึงจะประมวลผลเพื่อจ่ายแรงบิดไปยังล้อที่ต้องการ เพื่อควบคุมให้รถเคลื่อนตัวไปในทิศทางที่ต้องการ โดยไม่เสียการทรงตัว

แม้ในโหมดขับเคลื่อนล้อหน้า สมองกลจะทำหน้าที่คาดการณ์อาการของรถที่จะเกิดขึ้น จากนั้นจึงส่งแรงบิดไปยังล้อที่ต้องการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเสียการทรงตัว ก่อนที่จะมีอาการเกิดขึ้น นับว่าช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้ในระดับหนึ่ง



------------------------------
เรื่องโดย : อกนิษฐ์ ทัพภะสุต
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน กันยายน ปี 2550
คอลัมน์ : ผลทดสอบต่างแดน
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Q2MSn
อัพเดทล่าสุด
22 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th