บทความ

อีโคคาร์ จานร้อน


ในที่สุด ท่านขิงแก่ก็เผยสูตรอาหารจานร้อนออกมาให้บรรดาเชฟมือดี นำไปประกอบเป็นเมนู”อีโคคาร์” ตามความถนัดของแต่ละคน โดยคาดว่าจานร้อนเสิร์ฟให้นักชิมกระเป๋าเบาลิ้มลองได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า

สูตรอีโคคาร์จานร้อน ประกอบด้วย 1. ภาษีสรรพสามิต 17 % 2. เครื่องยนต์เบนซินมีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,300 ซีซี ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลไม่เกิน 1,400 ซีซี โดยไม่จำกัดกำลังเครื่องยนต์ 3. อัตราการกินน้ำมันไม่เกิน 20 กม./ลิตร หรือ 5 ลิตร/100 กม. 4. มาตรฐานการคายมลพิษอยู่ในระดับยูโร 4 และปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยจากท่อไอเสียไม่เกิน 120 ก./กม. 5.ปริมาณการผลิตไม่น้อยกว่า 1 แสนคัน/ปี ในปีที่ 5

สำหรับผู้บริโภคอีโคคาร์สูตรนี้นับว่าหน้าตาน่ากิน และราคาน่าจะย่อมเยาพอสมควร แต่สำหรับผู้ผลิตถึงจะไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย โดยเฉพาะข้อที่กำหนดให้มีปริมาณการผลิตถึง 1 แสนคัน ในปีที่ 5 ซึ่งหลายรายเริ่มออกอาการไม่แน่ใจว่าจะมีปัญญาหาตลาดมารองรับได้เพียงพอหรือเปล่าเพราะปริมาณขนาดนี้ต้องพึ่งการส่งออกสถานเดียว

เรื่องนี้ผู้ผลิตรายเล็กเขานินทากันนะครับว่า ฝีมือลอคสเปคของขิงแก่นั้น แน่นหนาไม่แพ้พวกเหลี่ยมจัดในอดีตเลยเชียว

อย่างไรก็ตาม ผมอยากมองโลกในแง่ดีว่า บีโอไอ จะพิจารณาผ่อนผันเงื่อนไขนี้ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงมากขึ้น ผมเคยย้ำหลายครั้งว่า ผู้ผลิตแต่ละรายมีสภาพแวดล้อม และวิธีบริหาร “ความคุ้ม” แตกต่างกัน ทำไมเราไม่ปล่อยให้พวกเขาดูแลเรื่องนี้กันเอง เพื่อให้ผู้ผลิตทั้งรายเล็กรายใหญ่มีโอกาสแจ้ง “เกิด” ในตลาดนี้อย่างเท่าเทียมกัน

นอกจากนี้ สูตรอีโคคาร์ยังออกมาค่อนข้างล่าช้า และขาดการพิจารณาบริษัทต่างๆ อย่างรอบด้าน ซึ่งน่าจะมาจากการที่ท่านขิงแก่ยังไม่มี “วิชัน” ที่คมชัดว่า ต้องการให้อีโคคาร์มีบทบาทมากน้อยแค่ไหน และอย่างไรในอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยฉะนั้น ทันทีที่โครงการอีโคคาร์เริ่มเดินหน้า ก็มีผู้เตรียมนำเข้ารถเล็กราคาเบายี่ห้อจีน ผลิตในอินโดนีเซียมาเปิดตลาดซึ่งจะกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของอีโคคาร์ เพราะรถคันนี้ได้สิทธิ์อาฟตา เสียภาษีนำเข้าเพียง 5 % และแม้ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตในราคาเต็ม แต่ก็น่าจะสามารถทำราคาขายได้ไม่เกินคันละ 3.5 แสนสบายๆ แถมยังชิงบุกตลาดได้ก่อนชาวบ้านถึง 2 ปี

กรณีนี้ทำให้ผู้ผลิตบางรายเริ่มตั้งคำถามว่า หากเขาจะนำเข้ารถสเปคอีโคคาร์จากโรงงานผลิตในอาเซียนมาขายโดยขอรับสิทธิ์ภาษีสรรพสามิต 17 % ได้หรือไม่ ?

ถ้าไม่ได้ เขาถามต่อว่ารัฐจะช่วยปกป้องผู้เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์จากการโจมตีของรถเล็กจากโรงงานผลิตรอบบ้านเราหรือไม่ และด้วยวิธีการใด

คำตอบต้องเริ่มจากวิชัน หรือวิสัยทัศน์ของท่านอย่างที่ผมบอก

หากพอมีอยู่บ้างแล้ว ตามที่ผมเข้าใจก็กรุณาปรับให้คมชัด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายต่างๆ ต่อไป

แต่ถ้ายังไม่มี มาสารภาพบาปตอนนี้ไม่รู้จะทันหรือเปล่านะครับ !?!



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2550
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/3QDtQ

Follow autoinfo.co.th