บทความ

“กระดูกสันหลัง”


สำหรับคดีความในงวดนี้มาว่ากันได้เลย เป็นเรื่องที่บริษัทเจ้าของรถบรรทุกวางหมากล่วงหน้า
เพื่อป้องกันไม่ให้โดนริบรถ จะได้นำรถไปแบกน้ำหนัก ชนิดที่ทำให้ถนนพัง มาดูซิว่า
จะรอดหรือไม่

จะเคลียร์หรือไม่เคลียร์ก็ตามแต่ รถบรรทุกของ “บริษัท หัวดี จำกัด” โดนซิวข้อหาบรรทุก
น้ำหนักเกิน เรื่องถึงศาล และอัยการเดินหน้า ขอให้ริบรถเป็นของแผ่นดิน แสดงว่าตำรวจ
อัยการ 2 ด่านแรกมาดเข้มพอสมควร ศาลซึ่งเป็นด่านที่ 3 ก็เข้ม ตัดสินลงโทษแล้วสั่งริบ
รถบรรทุกนั้นด้วย

บริษัทหัวดี ไม่ใช่หัวหมอซึ่งเป็นเจ้าของรถ จัดแจงให้ทนายยื่นคำร้องต่อศาล ขอรถคืน อ้างว่าได้
ควบคุมดูแลไม่ให้ลูกน้องเอาไปแบบน้ำหนัก เห็นหรือเปล่า บริษัทออกระเบียบห้ามไว้เคร่งครัด
แถมติดป้ายห้ามไว้เบ้อเร่อที่สำนักงานอีกต่างหาก แสดงว่าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในเรื่องนี้
ขอให้ศาลคืนรถให้บริษัทด้วย

อัยการโดดเข้าคัดค้านตามระเบียบ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ไม่เอาด้วยกับบริษัทหัวดี มีคำสั่งยกคำร้องเสีย

บริษัทเดินหน้าด้วยการยื่นอุทธรณ์ ยืนยันหลักฐาน อ้างว่าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ แต่ไม่เป็นผล

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว ไม่เอนเอียงเป็นอย่างอื่น พิพากษายืน

เรื่องยาวถึงศาลฎีกา บริษัทยังไม่ท้อ ยื่นฎีกาขอรถคืน เพราะคันละหลายบาท

ศาลฎีการับเรื่องไว้พิจารณาด้วยความสบายใจ เพราะไม่ยุ่งยากเหมือนคดีที่นักการเมืองไทย
ยุคนี้ทำเหตุ ขนไปกองที่ศาลมากมาย เสร็จแล้วศาลฎีกาชี้ออกมาว่า

วันเกิดเหตุ บริษัทให้ลูกจ้างขับรถไปรับจ้างบรรทุกปูนซีเมนต์ที่บริษัทก่อสร้าง แล้วบรรทุก
น้ำหนักเกินจากที่กฎหมายกำหนดไว้ 2,970 กิโลกรัม โดนศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษ และสั่ง
ริบรถของกลาง

มาดูกันว่าบริษัทรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดหรือไม่ การที่บริษัทอ้างว่าได้ออก
ประกาศข้อบังคับให้ลูกจ้างทุกคนทราบและปฏิบัติตาม ให้บรรทุกน้ำหนักตามกำหนด
ซึ่งคนขับอ้างว่ารับทราบประกาศแล้ว พอฝ่าฝืนถูกลงโทษตัดเงินเดือนให้พักงานจนกระทั่ง
ลาออกไปนั้น

ศาลฎีกาแทงว่า การบรรทุกสินค้าครั้งนี้บริษัทได้ค่าจ้างเที่ยวละ 3,000 บาท บริษัทประกอบ
กิจการขนส่ง มีรถบรรทุกไว้บริการประมาณ 10 คัน การออกประกาศข้อบังคับให้ลูกจ้าง
ถือปฏิบัติเป็นสิ่งที่ดี แต่ประกาศข้อบังคับเป็นเรื่องภายใน บริษัทยังจะต้องมีหน้าที่ตรวจตรา
หาวิธีการอื่นมาควบคุมมิให้มีการบรรทุกเกินอีกด้วย ไม่ใช่แค่ปิดประกาศ แล้วปล่อยให้ลูกจ้าง
ขับรถไปบรรทุกโดยไม่มีการควบคุมอีกชั้นหนึ่ง จนเป็นช่องทางให้มีการบรรทุกเกินกำหนด
ได้โดยง่าย บริษัทต้องทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้น การที่บริษัทปล่อยปละละเลยเช่นนี้
ถือว่ารู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ศาลชั้นต้นยกคำร้องถูกต้องแล้ว

ศาลฎีกาพิพากษายืน

ดีครับที่ศาลฎีกาตีกรอบไว้ค่อนข้างรัดกุม ไม่ยอมให้บริษัทเอาประกาศ หรือระเบียบการทำงาน
มาปัดความรับผิด เพราะถนนหนทางในบ้านเรานั้น แต่ละแห่งแต่ละสาย มีการคอร์รัพชัน
โกงกินทั้งสิ้น จะพังมิพังแหล่อยู่แล้ว

แต่ประหลาดมหัศจรรย์อย่างยิ่ง ไม่มีการเอาผิดเลยก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่มีกฎหมาย มีพยานหลักฐาน
มัดคอ คือ สภาพถนน และสัญญารับเหมาก่อสร้างทุกเส้นทาง นี่คือเรื่องแปลกแต่จริงใน
ประเทศไทยของเรา น่าเศร้าไหมละพี่น้อง คตง. น่าจะคลำเรื่องคอร์รัพชันสร้างถนนดูบ้าง

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2548



------------------------------
เรื่องโดย : ณรงค์ นิติจันทร์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2550
คอลัมน์ : รู้ไว้ใช่ว่า
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1UxCO
อัพเดทล่าสุด
18 Nov 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
3.
524,000
4.
599,000
5.
3,599,000
7.
2,090,000
8.
2,229,000
9.
779,000
10.
3,590,000
12.
1,316,000
13.
1,749,000
15.
3,299,000
16.
5,399,000
17.
6,799,000
18.
3,249,000
19.
4,980,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th