บทความ

ดิฟเฟอเรนเชียล ลอค


ในบ้านเรานั้น มีรถกระบะทำมาค้าขายอยู่ 7 ยี่ห้อ ซึ่งแข่งขันกันสนุกและดุเดือดมากครับ ใครมีของดีอะไร ก็งัดออกมาโชว์ และเรียกลูกค้ากันเป็นว่าเล่น สองปีที่แล้ว เราได้สัมผัสกับเครื่องยนต์ทรงพลัง หัวใจสะอาด ระบบคอมมอนเรล ซึ่งถ้าใครไม่มี นอกจากจะเชยแหลกแล้ว ยอดขายยังหดหาย ราวกับต้องมนต์ดำ !

ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปเร็วมาก เดิมเราใช้รถกระบะแบบธรรมดา กลายเป็นว่า เดี๋ยวนี้รถกระบะไม่ธรรมดาเสียแล้ว ไล่เรียงกันให้เห็น ตั้งแต่หน้าตาที่ดูอินเตอร์ บางรุ่น บางยี่ห้อ สามารถพัฒนาให้กลายเป็นรถอเนกประสงค์ หรือที่เราเห็นคล้ายๆ เอสยูวี นั่นละครับ ตัวอย่างมีให้ดูทั้ง โตโยตา ฟอร์ทูเนอร์, อีซูซุ มิว-7, ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และเร็วๆ นี้เราจะได้เห็น มิตซูบิชิ ทไรทัน ในรูปแบบรถอเนกประสงค์

ส่วนภายในนั้น มีการพัฒนาความหรูหรา ที่ถึงพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายต่างๆ นานาชนิดที่ว่ารถเก๋งบางรุ่นยังอาย เรื่องเครื่องยนต์นั้น ไม่ยิ่งหย่อนกว่าใคร โดยเฉพาะเครื่องยนต์คอมมอนเรล ที่มีสมรรถนะแรง ขนาดที่ว่า 160 แรงม้ายังดูพื้นๆ เครื่องบางรหัส สามารถผลิตกำลังได้เบาะๆ แค่200 แรงม้าเอง !

เรื่องช่วงล่างที่พัฒนากันแบบสุดๆ พยายามที่จะให้นุ่ม หนึบ เกาะถนนมาก พอๆ กับรถเก๋ง แต่นั่นดูเหมือนจะธรรมดาครับ เพราะค่ายน้องใหม่อย่าง เชฟโรเลต์ เขาเปลี่ยนลุค รถกระบะให้ดูแกร่ง และไม่ธรรมดาด้วยการใส่เฟืองท้ายแบบดิฟเฟอเรนเชียล ลอค หรือ ดิฟฟ์ ลอค มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในชื่อรุ่นว่า โคโลราโด G80…

เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เฟืองท้ายที่ผู้ผลิตรถกระบะยี่ห้ออื่นๆ เขาใส่มาให้นั้น มันเป็นคนละแบบกับ เชฟโรเลต์ โคโลราโด G80 ในรถกระบะ 4×2 ทั่วไป จะใส่เฟืองท้ายแบบโอเพน ดิฟฟ์ ส่วนในรถกระบะ 4×4 เราจะคุ้นเคยกับเฟืองท้าย แบบลิมิเทด สลิพ ซึ่งรวมถึงในรถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือเอสยูวี ก็มีเฟืองท้ายแบบที่ว่านี้เหมือนกัน ยังไม่เคยมีใคร หรือผู้ผลิตรายใดที่กล้าหาญชาญชัย ใส่ ดิฟฟ์ ลอค ในรถกระบะทุกรุ่น โดยเฉพาะรุ่น 4×2

ในวงการแข่งรถเรารู้กันว่า ดิฟฟ์ ลอค คือ อาวุธร้ายที่นักแข่งชอบใช้ เนื่องจากว่า มันมีขีดความสามารถในการทำงานที่ใกล้เคียงกับแอร์ ลอคเกอร์ แต่มีราคาถูกกว่า และแถมยังไม่ต้องวุ่นวายในการปลดลอคต่างๆ ให้ยุ่งยาก คนที่เคยใช้งานแอร์ ลอคเกอร์ และลิมิเทด สลิพ จะรู้ดีว่า การถ่ายเทแรงบิดในยามคับขันนั้น เป็นเรื่องสำคัญ ในยามที่ล้อข้างใดข้างหนึ่งสูญเสียกำลัง หรือหมุนฟรี ระบบลิมิเทดสลิพ จะถ่ายเทแรงบิดจากล้อที่ติดพื้นไปช่วยล้อที่หมุนฟรี ในสัดส่วนแค่ 25 % เท่านั้น ขณะที่ แอร์ลอคเกอร์ ที่ส่งแรงบิดไปช่วยมากกว่า แต่ค่อนข้างยุ่งยากที่คุณจะต้องรู้จังหวะในการใช้งาน ถ้าผิดจังหวะแรงลมอัดจะทำให้ชิ้นส่วนในชุดเฟืองท้าย แตกกระจาย และนั่นหมายความว่า โอกาสที่จะรอดจากอุปสรรค ออกมาซบอกเมียที่บ้านเท่ากับศูนย์ ถ้าโชคร้ายก็ต้องทิ้งรถ แล้วค่อยกลับไปกู้ออกมา…ผิดกับ ดิฟฟ์ ลอค ที่ทำงานโดยส่งแรงบิดไปช่วยในสัดส่วน 50/50 ล้อทั้งสองข้าง หมุนในสัดส่วนที่เท่ากัน ทำให้มีแรงบิดมากพอที่รถจะตะกุยพาตัวเองรอดจากอุปสรรคนั้นๆ

เห็นหรือยังครับว่า ดิฟฟ์ ลอค มีประโยชน์มากแค่ไหน ? ส่วนเรื่องการดูแลรักษานั้น ทำได้ง่ายกว่าทุกระบบที่กล่าวมาครับ เพียงแค่ใส่ใจใช้น้ำมันเฟืองท้ายให้ถูกเบอร์ เปลี่ยนถ่ายตามกำหนด ไม่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยไม่รู้จังหวะ รับรองครับว่า ไม่มีเสีย และไม่มีถอย

สำหรับราคานั้น เท่าที่ทราบคุณต้องจ่ายเพิ่มอีก 2.2 หมื่นบาท ถ้าเทียบกับแอร์ ลอคเกอร์ และลิมิเทดสลิพ แล้ว ถูกกว่าเยอะครับ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ใช้รถกระบะ 4×2 สำหรับขนพืชไร่ในสวน ในนาระบบ ดิฟฟ์ ลอค น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่ผู้ใช้งานต้องเรียนรู้ และทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ตรงนี้ละครับ จะยากกว่าการขายผัก ขายปลา แต่ถ้าคุณรู้ คุณจะสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และปลอดภัยครับ



------------------------------
เรื่องโดย : ลิขิต น้าประเสริฐ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2549
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/dJJpr
อัพเดทล่าสุด
18 Jan 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,990,000
2.
990,000
3.
1,397,000
4.
4,090,000
5.
16,950,000
6.
3,500,000
7.
3,065,000
8.
11,530,000
9.
24,500,000
10.
17,440,000
11.
14,900,000
12.
679,000
13.
21,900,000
14.
14,900,000
15.
3,699,000
16.
2,930,000
17.
1,290,000
18.
21,890,000
19.
3,090,000
20.
75,000,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New

บทความที่เกี่ยวข้อง

DCENTI บุกตลาดไทย ชูกลยุทธ์มาตรฐานส่งออก