บทความ

WORLD RALLY CHAMPIONSHIP 2004 สนาม 6


ศึกแรลลีชิงแชมพ์โลกประจำปี 2004 ดำเนินมาถึงสนามที่ 6 รายการอโครโปลิส แรลลี สนามที่มีประวัติอันยาวนานโดยใช้จัดการแข่งขันแรลลีระดับโลกมาแล้วมากกว่า 51 ปี และยังขึ้นชื่อในเรื่องความโหดที่สุด โดยนักแข่งจะต้องควบคุมรถให้ลัดเลาะไปตามถนนลูกรังเชิงเขาที่คดเคี้ยว และเต็มไปด้วยหินก้อนโต ทั้งยังต้องเผชิญกับความร้อน โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนอุณหภูมิในห้องโดยสารอาจจะพุ่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ซึ่งนักแข่งหลายต่อหลายคนเคยเป็นลมระหว่างการแข่งขันที่นี่มาแล้ว

 

อย่างไรก็ตามนักขับระดับหัวแถวต่างก็ยังหวังจะมาคว้าแชมพ์ออกไปจากสนามหฤโหดแห่งนี้ โดยเฉพาะ มาร์คุส โกรนโฮล์ม (MARCUS GRONHOLM) ที่ต้องการกลับมาล้างตา หลังจากที่ถูกสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติหรือเอฟไอเอ ตัดสินถอดเขาออกจากตำแหน่งชนะเลิศเมื่อสนามที่แล้ว หลังจากตรวจพบว่ารถรุ่น 307 ของทีม เปอโฌต์ ใช้ปั๊มน้ำขนาดผิดไปจากที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งผลการตัดสินครั้งนี้ทำให้คะแนนรวมของเขาตกลงไปอยู่อันดับ 4 ทันที ขณะที่ เซบัสเตียง โลบ์ (SEBASTIEN LOEB) นักขับทีม ซีตรอง ขยับขึ้นมาคว้าแชมพ์รายการไซปรัส แรลลี และเป็นผู้นำประเภทคะแนนรวมทันที

 

ช่วงออกสตาร์ทเลกแรก โกรนโฮล์ม พยายามแก้มือด้วยการทะยาน เปอโฌต์ 307 ขึ้นนำในสเตจแรกระยะทาง 2.25 กม. ทำเวลา 1 นาที 53.1 วินาที เฉือนแชมพ์โลกคนล่าสุด เพทเทร์ โซลเบร์ก (PETTER SOLBERG) จากทีม ซูบารุ ไปเพียง 0.2 วินาที และอีกสามสเตจต่อมาเขาก็ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้จนกระทั่งในช่วงบ่าย โกรนโฮล์ม กลับขับพลาดเองบ่อยครั้ง ส่งผลให้เวลารวมตกลงไปอยู่อันดับ 4

 

ส่วน โซลเบร์ก ขับได้ดีแบบไร้ที่ติ ควบรถ ซูบารุ ทำเวลาดีที่สุดได้ถึง 5 สเตจ กลายเป็นผู้นำทันที “มาร์คุส ทำผิดพลาดเอง 2-3 ครั้ง นั่นก็เพียงพอที่จะช่วยผมแล้ว” โซลเบร์ก กล่าวที่จุดเซอร์วิส ขณะที่อันดับสองในเลกแรกเป็นของ ฮาร์ริ โรวันเปรา (HARRI ROVANPERA) นักขับทีม เปอโฌต์ และอันดับสามเป็นของ ฟรองซัวส์ ดือวาล (FRANCOIS DUVAL) จากทีม ฟอร์ด

“ทั้งๆ ที่รถและยางชุดนี้ทำงานร่วมกันได้สมบูรณ์มาก แต่ดูเหมือนว่าโชคจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ยิ่งถ้าสเตจหน้ายากกว่านี้ ผมคงต้องระมัดระวังเต็มที่เพื่อที่จะได้ไม่พลาดอีก” โกรนโฮล์ม กล่าวอย่างผิดหวัง

 

แต่ดูเหมือนว่าโชคร้ายของนักขับสัญชาติฟินแลนด์คนนี้จะยังไม่หมด เพราะเพียงแค่ในช่วงท้ายของสเตจที่ 11 ล้อหลังซ้ายของ เปอโฌต์ 307 ก็ไปกระแทกก้อนหินเข้าอย่างจัง จนระบบรองรับเสียหายอย่างหนัก ทำให้ต้องออกจากการแข่งขันทันที

 

ด้าน โซลเบร์ก ผู้นำในขณะนี้ออกสตาร์ทในเลกที่สองด้วยเวลานำหน้าอันดับสอง โรวันเปรา จากทีมเปอโฌต์ ถึงเกือบ 1 นาที และความหวังของ โซลเบร์ก ที่จะคว้าแชมพ์ก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นอีกเมื่อคู่ปรับอย่าง โรวันเปรา ต้องเสียเวลาไปอีกหลายวินาทีจากการเลือกเนื้อยางที่แข็งเกินไป “ผมและทีมงานตกลงกันว่าจะเลือกยางแข็งไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย แต่การยึดเกาะถนนก็น้อยลงไปด้วย ทำให้ผมเสียเวลาค่อนข้างมากในสเตจที่ 11 เนื่องจากถนนลื่นและมีหินเยอะ” โรวันเปรา กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม โซลเบร์ก เองก็ไม่ได้โชคดีตลอดเนื่องจากระบบเบรคของรถ ซูบารุ เกิดมีปัญหาขึ้นมาระหว่างการแข่งขัน แต่ยังสามารถประคองรถจนเข้าจุดเซอร์วิสได้สำเร็จ “เบรคของรถพังหลังจากผ่านช่วง 8 กม. แรกของสเตจที่ 13 ผมต้องหยุดรถโดยใช้เบรคมืออย่างเดียวมาตั้ง 23 กม. ยังดีที่ผมทำเวลาสำรองไว้เยอะและผมก็ยังตั้งสติได้” โซลเบร์ก อธิบาย

 

จบการแข่งขันในเลกสองยังคงเป็น โซลเบร์ก ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงไม่หยุด หลังจากทีมเซอร์วิศแก้ไขระบบเบรคได้ทันท่วงที ด้วยการทำเวลารวมทิ้งห่าง โรวันเปรา ที่เพิ่งจะทำเวลากลับขึ้นมาอยู่อันดับสองอีกครั้งได้ถึง 58.5 วินาที โดยมี โลบ์ ที่ทำเวลาไล่จี้ขึ้นมาห่างเพียง 8.8 วินาที และยังมีหวังที่จะขึ้นมาเป็นอันดับสองให้ได้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องระวังรถ ฟอร์ด โฟคัส ที่ตามหลังมาเป็นอันดับ 4 ห่างออกไปเพียง 9.6 วินาที

 

ในเลกสาม อันดับอื่นๆ มีการเปลี่ยนมือกันตลอดเวลา แต่ โซลเบร์ก ยังคงแสดงให้เห็นถึงความชำนาญบนทางลูกรังด้วยการทำเวลาขึ้นนำแบบม้วนเดียวจบ แม้จะถูกลงโทษปรับเวลาถึง 30 วินาที ในข้อหาเซอร์วิสรถเกินเวลาที่กำหนดไว้

 

จบการแข่งขัน โซลเบร์ก สร้างผลงานคว้าตำแหน่งชนะเลิศเป็นครั้งที่สองประจำฤดูกาลนี้ หลังจากที่คว้าแชมพ์ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ด้วยเวลารวม 4 ชั่วโมง 38 นาที 36.2 วินาที ขณะที่อันดับสองกลายเป็น โลบ์ ที่สามารถพลิกกลับมาแซงหน้า โรวันเปรา ให้ร่วงลงไปอยู่อันดับ 3 ได้สำเร็จ หลังจากที่ทำเวลาดีที่สุด 4 ใน 6 สเตจสุดท้าย ทำเวลา 4 ชั่วโมง 39 นาที 24.6 วินาที

 

จากการที่ โซลเบร์ก เก็บได้ 10 คะแนนเต็มจากการแข่งครั้งนี้ ส่งผลให้คะแนนสะสมรวมประเภทผู้ขับกระโดดขึ้นมามี 38 แต้ม แซงหน้า มาร์ทิน ที่แข่งไม่จบในสนามนี้ไปถึง 4 แต้ม ขณะที่แม้ว่า โลบ์จะเข้าเส้นชัยทำเวลาเป็นอันดับสองแต่ยังคงรักษาเก้าอี้ตำแหน่งผู้นำไว้ได้อีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งได้คืนมาจาก โกรนโฮล์ม หมาดๆ โดยมีคะแนนรวมทั้งสิ้น 43 แต้ม

 

ด้าน โกรนโฮล์ม หลังจากที่ฉลองแชมพ์เก้อในสนามก่อน และยังมาแข่งไม่จบที่สนามนี้อีก ส่งผลให้คะแนนรวมตกลงไปอยู่อันดับสี่ โดยมีเพียง 24 แต้ม ตามหลังอันดับสาม มาร์ทิน ถึง 10 คะแนน

 

ด้านคะแนนสะสมประเภททีม หลังจากที่ โลบ์ ขยับขึ้นมาคว้าแชมพ์รายการที่แล้ว และสามารถคว้าอันดับสองในสนามนี้ ส่งผลให้ทีม ซีตรอง ขยับขึ้นมาเป็นทีมผู้นำทันที มีคะแนนทั้งสิ้น 65 แต้ม ส่วนอันดับสองเป็นของทีม ฟอร์ด มี 60 แต้ม และที่สาม ซูบารุ 50 แต้ม ส่วน เปอโฌต์ ร่วงลงไปอยู่อันดับสี่ เพิ่งเก็บได้เพียง 39 แต้มเท่านั้น

 

สรุปผลคะแนนการแข่งขันรวม 6 สนาม ประเภทผู้ขับ

อันดับ ผู้ขับ คะแนนรวม
ชนะเลิศ เซบัสเตียง โลบ์ 43
รองอันดับ 1 เพทเทร์ โซลเบร์ก 38
รองอันดับ 2 มาร์คโค มาร์ทิน 34

สรุปผลคะแนนการแข่งขันรวม 6 สนาม ประเภททีมผู้ผลิต

อันดับ ทีม คะแนนรวม
ชนะเลิศ ซีตรอง 65
รองอันดับ 1 ฟอร์ด 60
รองอันดับ 2 ซูบารุ 50



------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2547
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/f4YAB
อัพเดทล่าสุด
21 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th