บทความ

12 ทริค พิชิตฝน


ขับรถเข้าป่าหน้าฝนเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะป่าหน้าฝนจะมีความสวยงามและเป็นธรรมชาติมาก อย่างไรก็ตามการขับรถในหน้านี้ย่อมต้องมีอันตรายมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะต้องระมัดระวังกับเส้นทางที่ลื่นและมีอุปสรรคแล้ว ยังต้องดูแลรักษารถเราให้สมบูรณ์ เพื่อให้สามารถพาเราถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ลองทำตามเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ดู จะช่วยให้เดินทางในหน้าฝนได้ปลอดภัยและสนุกสนานมากขึ้น

 

เตรียมของก่อนลุย

เริ่มจากหาแผ่นผ้าใบขนาดพอเหมาะติดรถเอาไว้ เพราะก่อนลุยน้ำลึกหากใช้ผ้าใบนี้มาปิดหน้ากระจังรถจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำที่ตัวรถวิ่งปะทะผ่านเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ได้ อย่างไรก็ตามควรต้องระลึกไว้เสมอว่าการใช้ผ้าใบปิดหน้ารถเป็นเวลานานอาจทำให้เครื่องยนต์ร้อนจัดได้ นอกจากนี้พวกของกระจุกกระจิกที่จำเป็นก็ควรมีติดรถตลอดเวลา อย่าง น้ำยาอเนกประสงค์ไล่ความชื้น,ไฟฉาย, สายลากรถ, แม่แรง, ผ้าแห้ง เป็นต้น เพราะบางครั้งแม้จะไม่ได้ใช้กับรถเรา ก็อาจใช้อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยเหลือผู้อื่นที่กำลังเดือดร้อนได้

 

 

ไปไม่ได้อย่าเสี่ยง

หลายครั้งเดินทางไกลแม้เราจะมีการวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี อาจจะเกิดปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ที่เราคาดไม่ถึง เช่น ต้นไม้ล้มขวางทาง บ่อโคลน ห้วย ลำธาร หรือน้ำป่า ก่อนจะฝ่าไปควรพิจารณาให้ดีถึงผลดีผลเสีย ความคุ้มค่า ถ้าอันตรายเกินไปจนเกิดความลังเลก็ควรหลีกเลี่ยง อย่าคิดว่ารถเรามีอุปกรณ์พิเศษมากมายเต็มพิกัด เช่นติดตั้งมาทั้งวินช์หน้า/หลัง ยางมัด เทอร์เรน โซ่พันล้อ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถช่วยเราได้เสมอไป ถ้าสถานการณ์นั้นเกินขีดความสามารถของมัน และที่ขาดไม่ได้ในการเดินทางคือ ควรจะหาเพื่อนไปด้วยอีกอย่างน้อย 2 คัน เพราะหากเกิดอะไรขึ้น ยังสามารถช่วยเหลือกันให้ออกมาได้

 

ป้องกันก่อนลุยน้ำ

การขับรถผ่านระดับน้ำที่สูงเกินกว่าขีดความสามารถของรถเราย่อมจะทำให้เกิดความเสียหายตามมา ดังนั้นก่อนลุยควรต้องหาทางป้องกันจุดอ่อนที่น้ำจะสามารถแทรกเข้าไปทำอันตรายแก่ตัวรถ ซึ่งจุดแรกที่น้ำมักเข้าถึงก่อนและทำอันตรายกับรถได้อย่างรวดเร็วคือ ทางท่อไอดี เพราะการลุยน้ำในระดับสูงนั้น กระแสน้ำที่วิ่งปะทะหน้ารถ อาจกระเด็นเข้าทางปากทางท่อไอดีได้ ดังนั้นหากจำเป็นต้องลุยน้ำลึก ขอแนะนำให้ต่อสนอร์เกิลเพิ่มเติม เพราะจะช่วยเพิ่มระดับความสูงของปากท่อไอดีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในเครื่องยนต์นั้นมีน้อยมาก เมื่อต่อท่อสนอร์เกิลแล้ว อย่าลืมหาท่อยางหม้อน้ำที่ไม่ใช้แล้วมาต่อปลายท่อไอเสีย ดัดให้โค้งขึ้นมาอยู่ในระดับสูงขึ้น จะทำให้ไอเสียไหลออกได้สะดวกขึ้นเวลาลุยน้ำลึก

 

รู้เทคนิคการขับ

รถที่ใช้เกียร์ธรรมดาควรเหยียบคลัทช์ เปลี่ยนเกียร์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะขับเข้าไปลุยน้ำ และหลีกเลี่ยงการเหยียบคลัทช์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ในขณะลุยน้ำโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้น้ำเข้าไปแทรกตัวอยู่ในผ้าคลัทช์ได้ การที่จะไม่ต้องเหยียบคลัทช์บ่อยก็คือ การขับรถที่ความเร็วเหมาะสมกับสถานการณ์ขณะนั้นอย่างคงที่ รักษารอบเครื่องยนต์และระยะห่างระหว่างรถคันหน้าเอาไว้ และขับในลักษณะดันคลื่นน้ำไปข้างหน้าตลอดเวลา การขับแบบชะงักจะทำให้น้ำตีกลับเข้ามาในห้องเครื่องยนต์ทันที ส่วนจะใช้ความเร็วเท่าใดนั้น คงต้องประเมินจากหลายปัจจัย เช่น ระดับความลึกของน้ำ สภาพของพื้นถนน ความหนาแน่นของการจราจร แต่ขอแนะนำว่าให้ขับช้าไว้ก่อนดีที่สุด

 

ใช้เกียร์ให้ถูกต้อง

ในรถเกียร์อัตโนมัติถ้าถนนลื่นมากลองเลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง D3 หรือ D2 ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาแรงบิดจากเครื่องยนต์ให้คงที่ ในส่วนรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ถ้าเป็นระบบฟูลล์ไทม์ก็ไม่ต้องทำอะไรเพราะระบบจะทำหน้าที่กระจายแรงบิดให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นพาร์ทไทม์ก็ต้องปรับเกียร์ระบบขับเคลื่อนมาที่ตำแหน่ง 4H หรือ 4L ตามแต่ความโหดของสภาพถนน ซึ่งการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนก็ควรทำตั้งแต่ตอนรถจอดอยู่กับที่ และถนนแห้งเท่านั้น

 

เลือกยางให้เหมาะ

เส้นทางเดินทางในป่าหรือในพื้นที่ห่างไกลของเมืองไทย สภาพพื้นผิวส่วนใหญ่จะเป็นดิน และลูกรังถนนเหล่านี้เมื่อโดนฝน จะเปลี่ยนสภาพกลายเป็นดินเหนียว และดินโคลน ดังนั้นก่อนการเดินทางควรจะเลือกลักษณะดอกยางให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางที่จะไป ในกรณีเช่นนี้ ยางแบบโคลนหรือที่เรียกกันว่า “มัด เทอร์เรน” จะเหมาะสมที่สุด เพราะยางแบบนี้มีดอกยางเป็นบั้งๆ ขนาดใหญ่กว่าปกติ ซึ่งจะช่วยให้มีการตะกุยดินได้ดีกว่า นอกจากนี้ด้วยระยะห่างของช่องดอกยาง ทำให้ยางสามารถสลัดโคลนที่ฝังอยู่ในร่องดอกยางได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามถ้าท่านไม่ได้ใช้งานบนทางลูกรังเป็นประจำก็อาจจะพิจารณายางประเภท “ออลล์ เทอร์เรน” เพราะมีดอกยางละเอียดขึ้นมาหน่อย ทำเสียงรบกวนตอนวิ่งทางเรียบน้อยกว่า

 

ส่ายพวงมาลัยช่วย

แม้รถขับเคลื่อนสี่ล้อส่วนใหญ่จะมีระบบเกียร์อัตราทดต่ำพิเศษไว้ให้เลือกใช้ แต่ยามที่ต้องลุยในทางโคลนที่ลึกและมีความหนืดมาก โอกาสที่รถจะหมดแรงตะกุย หรือเมื่อความฝืดระหว่างหน้ายางน้อยเกินไป การส่ายพวงมาลัยช่วยอาจทำให้รถไปได้ดีขึ้น เพราะการส่ายพวงมาลัยจะทำให้หน้ายางมีโอกาสหาไลน์ใหม่ๆ ที่ดีกว่า และยังช่วยแหวกทางให้เราอีกด้วย อย่างไรก็ตามถ้าทำแล้วรถยังไม่สามารถเคลื่อนที่ไปได้ก็ควรถอยหลังมาตั้งหลักใหม่จะดีกว่า เพราะการฝืนต่อไป นอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังอาจสร้างความเสียหายแก่รถและสภาพเส้นทางอีกด้วย

 

วินช์ พระเอกที่ต้องดูแล

แม้วินช์หรือรอกไฟฟ้าจะเป็นผู้ช่วยทรงพลังในการฉุดเราขึ้นจากหล่ม แต่ตัวมันเองก็ไม่แตกต่างไปจากอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าทั่วไป นั่นคือมันไม่ถูกกับน้ำ แม้โดยทั่วไปผู้ผลิตมักออกแบบให้มันสามารถทนน้ำได้ แต่ก็เพียงแค่ระดับหนึ่งเท่านั้น ก่อนการลุยน้ำลึกถ้าเป็นไปได้ควรหาผ้าพลาสติคหรือซองหนังมาหุ้มตัวมันรวมทั้งปลั๊กที่ต้องต่อกับรีโมทไว้ชั้นหนึ่งก่อน และพึงระลึกไว้เสมอว่าควรใช้งานวินช์ขณะที่ตัวมันแห้งเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าเกิดลัดวงจร รวมทั้งหลังการใช้งานหรือลุยน้ำทุกครั้งก็ควรดึงสายสลิงออกมาจากรอก เพื่อทำการตรวจสอบ ว่ามีรอยหัก หรือสนิมขึ้นที่สลิงมากน้อยแค่ไหน และก่อนเก็บก็ให้ใช้น้ำมันชะโลมให้ทั่วตลอดเส้น จะทำให้วินช์ราคาแพงของคุณมีอายุการใช้งานยาวนาน

 

อย่ามองข้ามใบปัดน้ำฝน

ยางใบปัดน้ำฝนก็เหมือนกับยางรถยนต์ เมื่อใช้งานไปช่วงหนึ่งก็จะเสื่อมสภาพ ถ้าคุณพบว่าเมื่อใช้งานใบปัดน้ำฝนแล้ว มีคราบมัวเหมือนลายน้ำเหลือบนกระจก หรือมีเสียงดังขณะปัด นั่นเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าถึงเวลาควรเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนแล้ว แต่บางครั้งสาเหตุอาจจะไม่ได้เกิดจากตัวยางใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพเสมอไป เพราะปัญหาอาจเกิดจากคราบสกปรกที่ฝังแน่นอยู่บนผิวกระจก และเนื้อยางใบปัดน้ำฝน ควรลองทำความสะอาดผิวกระจกให้ดีด้วยน้ำยาเช็ดกระจกโดยเฉพาะเสียก่อน ส่วนตัวยางใบปัดก็ลองหาผ้าเนื้อหยาบๆ อย่างเช่น ผ้ายีนส์ มาลูบที่ยางใบปัดหลายๆ ครั้งดู อาจจะช่วยให้ทัศนวิสัยกลับมาดีดังเดิม โดยไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท

 

ไปได้ก็ต้องหยุดได้

ระบบเบรคทำงานได้ด้วยการสร้างความเสียดทานหว่างผ้าเบรคกับจานเบรค ในขณะขับลุยน้ำจะแทรกซึมเข้าไปอยู่ในเบรคซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่จะลดความเสียดทานระหว่างสองสิ่งนี้ ดังนั้นหลังจากขับลุยน้ำให้เหยียบเบรคเบาๆ เป็นจังหวะ เพื่อให้ระบบเบรคเกิดความร้อน และทำให้น้ำระเหยแห้งไปจากระบบเบรคโดยเร็ว และเมื่อหมดหน้าฝนหรือน้ำแห้งแล้วก็ควรหาทางเปลี่ยนน้ำมันเบรคโดยเร็ว เพราะแม้ว่าทางเดินของน้ำมันเบรคจะเป็นระบบปิด แต่น้ำมันเบรคมีคุณสมบัติในการดูดความชื้นที่อาจแทรกเข้ามาได้รวดเร็วมาก น้ำที่แทรกเข้าไปจะทำให้จุดเดือดของน้ำมันเบรคต่ำลง ซึ่งเป็นอันตรายมากหากต้องใช้เบรคอย่างต่อเนื่อง

 

เพลาขับไม่ถูกกับน้ำ

เพลาขับและเฟืองท้ายเป็นส่วนที่อยู่ต่ำ และมักจะโดนน้ำอยู่เสมอ แต่มักถูกมองข้าม เนื่องจากหลายคนคิดว่าน้ำไม่มีทางเข้าไปในเฟืองท้ายได้ กว่าจะรู้ก็ตอนที่เฟืองท้ายมีเสียงหอนหรือมีอาการผิดปกติขึ้นมาแล้ว ที่จริงแล้วที่บริเวณเฟืองท้ายจะมีท่อหายใจเพื่อระบายแรงดันที่เกิดขึ้นภายในขณะใช้งาน และน้ำมีโอกาสเข้าทางช่องทางนี้ ดังนั้นถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะลุยน้ำลึก ลองหาสายยางขนาดเล็กต่อจากท่อหายใจ ให้ปลายสายขึ้นมาด้านบนจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้

 

เชครถหลังฝนหมด

แม้ว่าชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ที่อยู่ในส่วนล่างของตัวรถจะถูกออกแบบให้ใช้งานขณะฝนตกหรือลุยน้ำได้โดยไม่มีความเสียหาย แต่หากเราจำเป็นต้องลุยน้ำลึกเป็นเวลานาน น้ำจะแทรกซึมเข้าไปตามรอยต่อ ไปชะล้างเอาสารหล่อลื่นออกมาจนหมด หรือไม่ก็พาสิ่งสกปรกแทรกเข้าไปด้วย ดังนั้นหลังหมดฝนควรจะมีการเชครถในจุดต่างๆ อย่างเช่น ลูกหมาก ลูกปืนล้อ ก็ควรมีการเปลี่ยนจาระบีใหม่ ของเหลวต่างๆ จำพวกน้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย หรือน้ำมันเบรค ก็ควรเปลี่ยนถ่ายทิ้งทันทีเพราะสิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพจากน้ำจะไม่แสดงผลออกมาทันที แต่จะสร้างความเสียหายกับรถในระยะยาวได้



------------------------------
เรื่องโดย : สิทธิพงศ์ วิยาภรณ์
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2547
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/QcDBr

บทความที่เกี่ยวข้อง

มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท และทไรทัน ใหม่
มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ท และทไรทัน ใหม่
เทคโนเซล (เฟรย์)ฯ จัดกิจกรรม ทำดีเพื่อพ่อ
ฟอร์ด สานต่อกิจกรรม
ฮีโน เฟ้นหาสุดยอดนักขับ จัดแข่งขัน HINO SMART DRIVER CONTEST 2017
MERCEDES-BENZ STAR FEST 2017
ส่องกันชัดๆ ที่มาเลเซีย มาซดา ซีเอกซ์-5 ใหม่
อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th