บทความ

ไล่ลมเบรค


เคยบ้างไหมที่เวลาเหยียบเบรคแล้วรู้สึกว่า แป้นเหยียบเบรคหยุ่นๆ กว่าแต่ก่อน แทนที่จะรู้สึกว่าแข็งเหมือนทุกครั้งที่เหยียบเบรค ทั้งนี้เป็นเพราะมีลมหรืออากาศแทรกตัวอยู่ในระบบไฮดรอลิควิธีแก้ไขอาการแป้นเบรคหยุ่นคือ ต้องไล่ลมออกจากระบบเบรคให้หมด

ด้วยคุณสมบัติของลมหรืออากาศที่เบากว่าน้ำมันเบรค เมื่อเราเหยียบแป้นเบรคลมไปจะทำให้เกิดแรงดันในระบบเบรคที่สูงมาก เพื่อดันให้น้ำมันเบรคเกิดการไหลหมุนเวียนอยู่ในระบบเบรคเมื่อมีอากาศแทรกตัวอยู่ในน้ำมันเบรคจะทำให้อากาศนั้นเกิดการแตกตัวเป็นฟองเล็กๆในน้ำมันเบรคเหมือนกับน้ำอัดลม ด้วยน้ำหนักที่เบาของอากาศ ทำให้ฟองอากาศลอยตัวขึ้นสูงแล้วมารวมตัวกันที่ส่วนบนของห้องสูบกระบอกเบรคล้อ หรืออยู่ในท่อเบรคส่วนที่โค้งขึ้นด้านบนหรือช่วงหลังที่ต่อมาจากแม่ปั๊มเบรค

การไล่ลมเบรคเป็นขั้นตอนไล่อากาศออกจากระบบเบรคโดยการทำที่ความดันเบรคต่ำๆเติมน้ำมันเบรคใหม่เข้าไปไล่น้ำมันเบรคเก่าที่รวมตัวกับฟองอากาศเหมือนน้ำอัดลมออกมาจนหมด

สกรูไล่ลมเบรค (BLEEDER SCREWS) เป็นจุดที่ใช้สำหรับไล่ลมและน้ำมันเบรคเก่าออกจากระบบซึ่งตำแหน่งของสกรูนี้จะอยู่ที่จุดสูงสุดของห้องสูบกระบอกเบรคล้อ และที่แม่ปั๊มเบรคช่วยการคลายสกรูออกหนึ่งรอบเต็มจะเป็นการยกบ่าวาล์วเปิดให้น้ำมันเบรคและอากาศไหลออกมาทางรูตรงกลางของสกรู

เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศไหลกลับเข้าระบบ ต้องอาศัยท่อยางหรือท่อพลาสติคเป็นท่อไล่ลม (BLEEDER DRAIN HOSE)สวมเข้ากับหัวปุ่มของสกรูไล่ลม โดยให้ปลายอีกด้านของท่อยางจุ่มลงไปในน้ำมันเบรคที่อยู่ในแก้วหรือขวดไล่ลมปกติที่หัวของสกรูไล่ลมจะมีจุกยางครอบอยู่เพื่อป้องกันฝุ่นหรือโคลนไม่ให้เข้าไปอุดรูไล่ลม เมื่อต้องการไล่ลมเบรคต้องถอดเอาจุกยางที่ครอบอยู่ออกก่อน

การไล่ลมเบรคไม่นิยมทำหลังจากที่ใช้งานรถมาใหม่ๆ เนื่องจากในระบบเบรค มีแรงดันที่สูงอัดให้อากาศเกิดการแตกตัวเป็นฟองอากาศเล็กๆกระจายเต็มระบบเบรคไปหมด การไล่ลมเบรคที่ดีควรทำในขณะที่ระบบมีแรงดันต่ำที่สุดที่มีพอจะให้น้ำมันเบรคไหลออกมาได้

วิธีการไล่ลมเบรคจะมี 2 วิธีคือ ใช้แรงดันต่อเนื่องจากถังไล่ลม เป็นวิธีการที่ศูนย์บริการใหญ่ๆ เขาใช้กัน กับใช้คนย้ำเบรคซึ่งเป็นวิธีที่เราไล่ลมด้วยความดันเป็นห้วง ต้องอาศัยคนสองคนทำงานร่วมแรงประสานกัน คนหนึ่งเป็นคนเปิด/ปิดสกรูไล่ลมและรองน้ำมันเบรคที่ไหลออกมาจากระบบ กับอีกคนทำหน้าที่ปั๊มแป้นเบรคเพื่อสร้างแรงดันในระบบ การปั๊มเบรคต้องเบรคย้ำหลายๆครั้งอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันแรงดันสูงเกิน และรักษาระดับน้ำมันเบรคในกระปุกน้ำมันเบรคให้อยู่ในระดับที่สูงเกินกว่าระดับ MIN เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปในระบบได้อีก

การไล่ลมเบรคสกรูไล่ลมต้องเปิดก่อนที่จะเหยียบแป้นเบรค และต้องปิดก่อนที่จะปล่อยแป้นเบรคทุกครั้ง หรืออีกวิธีเป็นการเปิดสกรูไล่ลมไว้ให้น้ำมันเบรคไหลออกเองโดยเติมน้ำมันเบรคเข้าไปเรื่อยๆ จนกว่าอากาศจะออกจากระบบจนหมดโดยไม่ต้องมีการเหยียบเบรคในการไล่ลม

ในการไล่ลมเบรคโดยอาศัยคนย้ำเบรค ต้องทำในขณะที่ดับเครื่องยนต์ และปล่อยแวคคัมหรือแรงดันในระบบให้หมดก่อนแล้วถึงค่อยไล่ลมเบรคที่แม่ปั๊มเบรค (ถ้ามีสกรูไล่ลม) ต่อมาด้วยการไล่ลมที่กระบอกเบรคล้อ รถปัจจุบันที่ใช้เบรคแบบสองวงจรไขว้จะมีแม่ปั๊มเบรคสองตอน ต้องไล่ลมเบรคแยกกันแต่ละวงจร โดยไล่ลมเบรควงจรตอนแรกของแม่ปั๊มเบรคก่อนหรือระบบท่อตอนหลังของแม่ปั๊มก่อน ถ้าที่ล้อมีกระบอกเบรคล้อสองตัวและมีสกรูไล่ลมเบรคสองตัว ให้ไล่ลมที่สกรูตัวที่อยู่ต่ำกว่าก่อน

แถมท้ายด้วยการเปลี่ยนน้ำมันเบรคใหม่ ซึ่งควรเปลี่ยนใหม่อย่างน้อยปีละครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากน้ำมันเบรคมีคุณสมบัติในการดูดความชื้นจากในอากาศได้ ทำให้เมื่อใช้งานไประยะหนึ่ง จะมีความชื้นหรือน้ำแทรกตัวอยู่ในน้ำมันเบรค เป็นเหตุให้ผิวในของชิ้นส่วนระบบเบรคที่เป็นโลหะเกิดเป็นสนิมกัดกร่อนภายในจนเกิดการรั่วซึมตามมา

ดังนั้นทางที่ดีควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรคเก่าออก และไม่แนะนำให้นำน้ำมันเบรคเก่ากลับมาใช้งานอีก ขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันเบรคเริ่มจากที่แม่ปั๊มเบรคให้ถอดเอากระปุกน้ำมันเบรคและฝาครอบออกมาทำความสะอาด เติมน้ำมันเบรคใหม่ใส่กลับเข้าไปในระดับที่ต้องการ แล้วจึงจัดการไล่ลมเบรคตามขั้นตอนที่ได้แนะนำหากน้ำมันเบรคกระเด็นไปเปื้อนในส่วนที่เป็นสี ให้รีบทำความสะอาดทันทีด้วยน้ำสบู่และล้างตามด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ในตำแหน่งสกรูไล่ลมทุกจุดอย่าลืมปิดจุกยางครอบใส่กลับเข้าที่ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปอุดตันรูไล่ลม

จำไว้ว่าทุกครั้งที่รู้สึกว่าแป้นเบรคมีความหยุ่นมากกว่าแต่ก่อน หรือต้องมีการถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งของระบบเบรค ต้องทำการไล่ลมเบรคทุกครั้งทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อการใช้งานบนท้องถนน



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค ควรรักษ์เจริญ
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2546
คอลัมน์ : เทคนิคตีนโต
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iNMmF
อัพเดทล่าสุด
24 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th