บทความ

ดาการ์ แรลลี 2002


ศึกทะเลทราย “ดาการ์ แรลลี” หนึ่งในการแข่งขันแรลลี ที่ยิ่งใหญ่และท้าทายที่สุดในโลก จนได้ฉายา “แรลลีแห่งความตาย” เพราะเกือบทุกปี จะต้องมีผู้เข้าแข่งขันสังเวยชีวิตในรายการนี้ นอกจากนั้น อีกหนึ่งความท้าทายที่นักแข่งต้องเผชิญก็คือ ความแปรปรวนของสภาพอากาศในทะเลทราย ที่ร้อนแสนสาหัสในตอนกลางวัน และหนาวสุดขั้วในตอนกลางคืน อาจพูดได้ว่า ใครก็ตาม ที่สามารถลุยจนจบการแข่งขันได้ ก็ถือเป็นผู้ชนะเช่นเดียวกัน !

การแข่งขัน ดาการ์ แรลลี ในปีนี้ มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อย โดยเปลี่ยนมาออกสตาร์ทกันที่เมือง อาร์ราส (ARRAS) และใช้ชื่อรายการว่า “อาร์ราส-แมดริด-ดาการ์” มีรถเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 300 คัน และยังมีรถเซอร์วิศอีกกว่า 100 คัน ซึ่งในปีนี้ แบ่งการแข่งขันออกเป็น 14 สเตจ เริ่มตะลุยจาก อาร์ราส ประเทศ ฝรั่งเศส ไปยัง สเปน แล้วจึงเริ่มคลุกทราย ข้าม แอฟริกา เพื่อเข้าเส้นชัยที่เมือง ดาการ์ (DAKAR)

หลังจากตรวจสภาพรถ ในวันที่ 26-27 ธค. แล้ว ก็เริ่มแข่งขัน สเตจ 1 กันในวันศุกร์ที่ 28 โดยใช้เส้นทางจากเมือง อาร์ราส ไปยังเมือง ชาโตรูซ์ (CHATEAUROUX) ใน ฝรั่งเศส ระยะทาง 456 กม. ต่อด้วย สเตจ 2 ในวันเสาร์ เริ่มเดินทางลงใต้ เส้นทางเป็นทางวิบาก เต็มไปด้วยโคลนทำให้หลายคันติดหล่ม จนเสียเวลาไปมาก

ในวันอาทิตย์ เป็นการแข่งขันใน สเตจ 3 ซึ่งเส้นทางยังเต็มไปด้วยโคลน และรถทุกคันยังต้องมุ่งหน้าลงไปทางใต้ ก่อนเริ่ม สเตจ 4 กันในเมือง แมดริด (MADRID) ประเทศ สเปน แล้วไปหยุดที่ช่องแคบ ยิบรอลเตอร์ (GIBRALTER) เพื่อข้ามไปลุยกันต่อใน แอฟริกา และสิ้นสุดสเตจนี้ที่เมือง
ราบัท (RABAT) จากนั้น จึงเริ่มฟาดฟันกันต่อใน สเตจ 5 วันรุ่งขึ้น ด้วยเส้นทางจาก ราบัท ไป
เออร์ ราชิดา (Er RACHIDA) ลัดเลาะไปตามเส้นทางคดเคี้ยว บนถนนราดยาง สลับกับทางวิบากในบางช่วง

มาถึง สเตจ 6 มีระยะทาง 576 กม. นักแข่งตัวเต็งอย่าง ชอง-หลุยส์ ชเลสแซร์ ออกสตาร์ทไม่ดีเท่าไร เครื่องยนต์ดีเซลของเขา เกิดมีน้ำมันรั่วออกมา และในเวลาไม่นาน ก็ไม่มีอะไรเหลือนอกจากโครงรถไหม้ ! ส่วนนักแข่งคนอื่นๆ กำลังเข้าสู่เนินทราย ในทะเลทราย ซาฮารา

สเตจ 7 วิ่งไปบนทางเรียบ ด้วยระยะทาง 793 กม. เริ่มต้นจาก ควอร์ซาเซท (QUARZAZATE) ก่อนไปเจอทางขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ เพื่อสิ้นสุดสเตจที่ ตัน ตัน (TAN TAN) และออกจากที่นี่ในช่วงเช้ามืด ไปตามทางเรียบสลับกับทางราดยางและเนินทรายใน สเตจที่ 9

จากนั้น เริ่มแข่งใน สเตจ 10 คดเคี้ยวไปทางตะวันตกด้วยระยะทาง 404 กม. ต่อด้วย สเตจ 11 ในวันรุ่งขึ้น มุ่งไปยัง………(TIDJIKJA) ระยะทาง 502 กม. ซึ่งสเตจนี้ ค่อนข้างลำบากกว่าสเตจก่อนๆ แม้แต่รองแชมพ์ปีที่แล้ว “ฮิโรชิ มาซูโอกะ” ยังพลาดท่าจมทราย แถมยังโดนรถของ ชอง-ปีแอร์ ฟนเตเนย์ ชนท้ายอีก

เข้าสู่ สเตจ 12 ด้วยเส้นทางที่เป็นทรายปนกรวด ในสเตจนี้ มาซูโอกะ ยังคงเป็นผู้นำ แม้ว่าจะมีนักแข่งคนอื่นทำเวลาตีตื้นขึ้นมา…ถึงตอนนี้…ดูเหมือนว่าตำแหน่งผู้ชนะ น่าจะอยู่ในกำมือของ มาซูโอกะ และเขาก็ยังทำได้ดีใน สเตจ 13 ซึ่งเป็นสเตจที่มีนักแข่งหลายคน “ถอดใจ” ขอออกจากการแข่งขัน เนื่องจากหมดลุ้น 1 ใน 10 ของผู้ชนะแน่นอน แต่ก็ยังมีอีกหลายทีม ที่ยังสนุกกับการแข่งขัน และยังขยี้คันเร่งต่อ ถึงแม้จะไม่ได้อะไรกลับมาก็ตาม

และแล้วก็มาถึง สเตจ 14 สเตจสุดท้าย ระยะทาง 69 กม. วิ่งไปตามชายหาดรอบเมือง ดาการ์ เพื่อเข้าเส้นชัย และเริ่มพิธีมอบรางวัลและเฉลิมฉลอง ก่อนที่จะร่ำลากันไป เพื่อเตรียมตัวกลับมาเปิดศึกทะเลทรายครั้งใหม่ในปีหน้า

 

สรุปผลการแข่งขัน ดาการ์ แรลลี 2002
ประเภทรถยนต์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
ชนะเลิศ ฮิโรชิ มาซูโอกะ มิตซูบิชิ 46 ชั่วโมง 11 นาที 30 วินาที
รองอันดับ 1 จุททา ไคล์นชมิดท์ มิตซูบิชิ 46 ชั่วโมง 33 นาที 31 วินาที
รองอันดับ 2 เคนจิโร ชิโนซูกะ มิตซูบิชิ 46 ชั่วโมง 46 นาที 45 วินาที
รองอันดับ 3 ชอง-ปีแอร์ ฟนเตเนย์ มิตซูบิชิ 47 ชั่วโมง 49 นาที 00 วินาที
รองอันดับ 4 การีอส โซอูซา มิตซูบิชิ 51 ชั่วโมง 32 นาที 27 วินาที


------------------------------
เรื่องโดย : สุรเชษฐ์ เทียนทอง
ภาพโดย : -
นิตยสาร 4WHEELS ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/fFIIL

Follow autoinfo.co.th