บทความ

MAXXBASS


MAXXBASS & MISSING FUNDAMENTALS OF BASS

สิ่งที่ผมนำมาเสนอ หรือแนะนำส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คิดว่าน่าจะมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องเสียงรวมไปถึงระบบเครื่องเสียงรถยนต์ด้วย MAXXBASS ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจ และเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จัก ปัจจุบันมีหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีระบบ MAXXBASS นี้ เพื่อที่จะได้รู้จักกับระบบนี้ได้ดีขี้นลองมาติดตามกันครับ

ประวัติโดยย่อของเบสส์ มนุษย์เราหลงใหลในเสียงเบสส์มาตั้งแต่ที่พวกเขาได้เรียนรู้การทำเสียงดนตรีโดยการนำเอาแท่งไม้มาตีลงไปบนหนัง ที่ห่อหุ้มไปบนโพรงไม้ จากเสียงเบสส์ในยุคนั้นได้พัฒนามาเป็นกีตาร์เบสส์ไฟฟ้าในทุกวันนี้

ด้วยความรักและหลงใหลในเสียงเบสส์ ทำให้มีการคิดค้นเสาะหาวิธีการสร้างเสียงเบสส์ให้มากแบบขึ้น ดีขี้นมากกว่าเดิมจึงทำให้เกิดเป็นเครื่องดนตรีที่ให้เสียงต่ำมากมาย อาทิเช่น กลอง ฮอร์น เครื่องลม เครื่องสายซึ่งไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรีแบบใด ก็ก่อให้เกิดเสียงเบสส์ความถึ่ต่ำ ที่ดังขึ้น และให้เสียงเบสส์ที่ลึกขึ้น

การคิดค้นเครื่องดนตรีนี้ มาถึงขีดสุดเมื่อต้นยุคกลาง ที่มีการสร้างไพพ์ออร์แกนเป็นครั้งแรกและติดตั้งไว้ในโบสถ์ฝรั่ง ในยุคนั้นโบสถ์จะเป็นแหล่งรวมของคนทุกหมู่เหล่าที่มีความศรัทธาในพระเจ้าและมีโอกาสได้เห็นได้ยินในสิ่งที่ไม่มีที่ไหนมาก่อน ไพพ์ออร์แกนติดตั้งไว้ในโบสถ์ขนาดใหญ่เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่อยู่ในโบสถ์ ได้สัมผัสถึงประสบการณ์อันแปลกใหม่ในเสียงเบสส์

ในโบสถ์จะมีท่อไพพ์ขนาดใหญ่มาก ที่สามารถทำ PEDAL TONES ในระดับที่สามารถทำให้ร่างกายเราเขย่าได้พอๆ กับระบบเครื่องเสียงในรถยนต์ทุกวันนี้ และไพพ์ออร์แกนขนาดใหญ่ในโบสถ์ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการถวายความจงรักภักดีต่อพระเจ้า

ปัญหาอยู่ที่ว่า ต้องเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่มากเท่านั้น ถึงจะติดตั้งไพพ์ออร์แกนขนาดใหญ่ได้ซึ่งบางท่อยาวถึง 40 ฟุต ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการติดตั้ง ทำให้โบสถ์ขนาดเล็กไม่สามารถติดตั้งได้หัวข้อที่จะนำมาไขต่อก็คือ
ทำอย่างไรถึงจะติดตั้งแหล่งกำเนิดเสียงเบสส์ขนาดใหญ่ไว้ในพื้นที่ขนาดเล็กได้ MISSING FUNDAMENTAL

ในต้นปี 1700 นักแต่งเพลง เน้นเล่นเครื่องดนตรีไพพ์ออร์แกน โดยเขาสามารถทำให้ผู้ฟังได้ยิน เสียงเบสส์ต่ำ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มีเครื่องดนตรีเสียงเบสส์ต่ำจริงมาเล่น แต่เป็นการเล่นโนทหลายตัวผสมกัน ซึ่งสูงกว่าโทนเสียงต่ำ หรือ FUNDAMENTAL ที่เขาต้องการให้ได้ยิน ยกตัวอย่าง ถ้าเขาต้องการให้ผู้ฟังได้ยินโนท C ต่ำ เขาจะต้องเล่น C ที่สูงขึ้นไปอีกหนึ่งออคเทฟ และ G ที่สูงกว่านั้น ทำให้เกิดเป็นเสียง C ต่ำขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจต่อผู้ฟัง

ปรากฏการณ์ได้พลิกการออกแบบออร์แกนไปข้างหน้าอีก 200 ปี แทนที่จะต้องสร้างไพพ์ขนาดใหญ่โตเพื่อสร้าง PEDAL TONE ต่ำ ผู้ออกแบบสามารถทำให้เกิดโนทเสียงที่แตกต่างเมื่อ กดโนทเสียงต่ำลงไปบนคีย์บอร์ด
และโนทเสียงต่ำก็จะปรากฏขึ้นมาราวกับว่ามันผ่านการเล่นไปบนไพพ์ออร์แกนขนาดใหญ่ แต่เอฟเฟคท์นี้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะโนทเบสส์ต่ำที่ลวงนี้ ยังไม่สามารถเขย่าห้องให้สั่นได้จริงๆ เป็นการทำให้เกิดเสียงดนตรีจากไพพ์ออร์แกนขนาดใหญ่ ที่ให้เสียงดีในโบสถ์ขนาดเล็กเท่านั้น

HELMBOLTZ ได้ทำการวิเคราะห์ในกลไกของ MISSING FUNDAMENTAL เพื่อหาคำนิยาม ในวิธีที่พวกเราได้ยินเสียงดนตรี ทฤษฎีปัจจุบัน ส่วนใหญ่แนะนำว่าหูของคนเราไม่สามารถได้ยิน โนทเดี่ยวตัวเดียวได้ตรงๆ แต่ค่อนข้างที่จะได้ยินเสียงประสานของโนทหลายๆ ตัวมารวมกัน
ทำให้เป็นไปได้ว่าเสียงที่หูเราได้ยินนั้น อาจจะไม่ใช่ระดับเสียงจริงๆ ก็ได้
ถ้าเสียงที่ประสานกันนั้นมีความถูกต้อง

เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็สามารถทำสิ่งเดียวกันในระบบเครื่องเสียงรถยนต์ โดยทำให้มีเสียงเบสส์ที่ดัง และลึกมากจากลำโพงขนาดเล็กได้ MAXXBASS ในปี 1995 MEIR SHASHOUA, CTO ของบริษัทเวฟ ผู้นำในการผลิตเครื่องประมวลสัญญาณเครื่องเสียง โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการควบคุมสำหรับการใช้งานในระดับมืออาชีพ และพัฒนาทฤษฎีว่าด้วยเสียงประสานที่ก่อให้เกิดเอฟเฟคท์ หรือ MISSING FUNDAMENTAL

เทคโนโลยีนี้ได้จดสิทธิบัตรในปี 1999 เป็นวิธีที่ใช้สร้างการรับรู้คลื่นเสียงความถี่ต่ำลวง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ลวงหูให้ได้ยินเสียงเบสส์ ทั้งที่จริงๆ แล้วไม่มีเสียงเบสส์ในที่นั้น หนึ่งในเทคโนโลยีจาก WAVE ก็คือ MAXXBASS
ที่ประยุกต์มาใช้ในสตูดิโอห้องอัดเสียงที่ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน
โดยให้แทรคเบสส์ดรัมที่ตีหนักมากจากลำโพงขนาดเล็ก และทำให้เสียงแทรคเบสส์ กระแทกกระทั้นอย่างหนัก

MAXXBASS นำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี 1999 ซึ่งปัจจุบันได้เป็นเครื่องมือมาตรฐานในการบันทึกซีดีระดับทอพใน 2-3 ปีมานี้ ถ้าเคยได้ฟังเพลง
เลดีมาร์มาเลด ที่ร้องโดย คริสตินา อกีเลรา แล้วคุณจะได้ยิน MAXXBASS ในเพลงนี้ WAVEรู้ว่าเทคโนโลยีของเขา เข้าไปสู่สตูดิโออัดเสียงระดับโลกแล้ว ในความเป็นจริงเขาเชื่อว่า เทคโนโลยีของเขาจะรวมเข้าไว้เป็นอันเดียวกับสินค้าของผู้บริโภค ซึ่งในการทำเช่นนั้น ต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

ในช่วงปลายปี 2001 หลังจากนั้นอีก 3 ปีแห่งการพัฒนา WAVE จะทำ MX 3000 AS MAXXBASS ASIC สำเร็จ เป็นไอซีที่ติดตั้งบนผิวหน้าที่ไม่แพง ที่รวมเอากำลังของ MAXXBASS ทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้ครบตามปรากฏการณ์ MISSING FUNDAMENTAL MAXXBASS

กับเครื่องเสียงรถยนต์ MAXXBASS เปลี่ยนกฎทุกอย่างที่เราเคยรู้มา ในการทำเสียงเบสส์ในรถยนต์ โดยยอมให้ลำโพงประตูขนาด 4″x6″ ขับเสียงที่ความถี่ต่ำ 80-90 HZ ในปกติทั่วไป ให้ต่ำได้ถึง 40 HZ ในความเป็นจริงแล้ว มันทำให้เราได้ยินเสียงเบสส์ ในขณะที่ลำโพงเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อย
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าทุกความถี่ต่ำ กว่าจุดที่เอฟเฟคท์ MAXXBASS เริ่มต้นเรียกว่า FC ขับออกมาด้วยครอสส์โอเวอร์ที่ซ่อนอยู่ในชิพ

ดังนั้น สิ่งที่คุณรับได้ก็คือ ได้เบสส์มากขึ้นในขณะที่ลำโพงเคลื่อนที่น้อยลง
นั่นหมายความว่าลำโพงคุณเล่นความถี่ต่ำได้ต่ำลง และดังขึ้น เอฟเฟคท์ MAXXBASS สามารถใช้กับระบบได้ทุกขนาด ระบบโรงงานกับแอมพ์ภายนอกขนาดเล็กจะให้เสียงเหมือนกับคุณเพิ่มซับวูเฟอร์ขนาดเล็ก ลำโพงประตูอัพเกรดกับแอมพ์มัลทิแชนแนล และซับวูเฟอร์ขนาดเล็ก จะให้เสียงเหมือนกับคุณเพิ่มซับวูเฟอร์ขนาดใหญ่ขึ้น

MAXXBASS จะยิ่งน่าตื่นเต้นขึ้น หากออกแบบระบบได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อลำโพงไม่ได้เล่นความถี่ต่ำจริงๆ คุณสามารถออกแบบให้มันมีประสิทธิภาพได้มากขึ้น ในแผนงานที่นำเสนอให้ AES (AUDIO ENGINEERING SOCIETY) มาร์ทิน คอลลัมส์ (MARTIN COLLUMS) นักวิศวกรเครื่องเสียงได้คำนวณว่า MAXXBASS ออกแบบให้ระบบลำโพง ขนาด 5″ มีประสิทธิภาพเพิ่มขี้นอีก 7.5 เดซิเบล และดังขึ้นอีก 6 เดซิเบล เมื่อเทียบกับแบบมาตรฐาน

ถ้าเนื้อที่ในรถยนต์ของคุณ มีไม่เพียงพอสำหรับการวางระบบเครื่องเสียงที่ดีๆ ผลิตภัณท์ที่มี MASSBASS จะช่วยให้คุณได้ยินเสียงเบสส์ได้มากขึ้น และดังขี้น อย่างที่บอกในตอนต้น MAXXBASS ยังดูเป็นของใหม่ แต่อีกไม่ช้าจะมีแอมพ์มัลทิแชนแนล พรีแอมพ์/ โพรเซสเซอร์ และ MAXXBASS เปล่าๆ หรืออาจจะได้เห็นรวมอยู่ในเฮดยูนิท ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.maxxbass.com

ตัวอย่าง

ในภาพกราฟิคจะเห็นการทำงานของ MAXXBASS สำหรับเครื่องเสียงรถยนต์ ลำโพง โคแอกเซียลขนาด 6″ กับ F3 ขนาด 80 HZ นั่นหมายความว่าจะไม่เล่นความถี่ต่ำจริง แต่จะเล่น ออคเทฟที่เหนือกว่า E ต่ำ บนกีตาร์เบสส์ (41.2 HZ) ลำโพงในตัวอย่างนี้มี XMAX 8 มม. ซึ่งทำช่วงยืด/ยุบแต่ละด้านได้สูงมาก ถ้าเราเล่นเพลงที่มีโนทเบสส์ตัวเดียวแรงๆ ที่ 40 HZ จะเห็นว่ามี
ซิงเกิลไลน์ของพลังงานที่ 40 HZ และลำโพงอยู่พอดีที่ช่วงจำกัดยืด/ยุบ เพราะขนาดที่เล็กของลำโพง ไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ในอากาศได้มากที่ 40 HZ และที่ได้ยินโนทนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเพลง

เมื่อคุณปล่อยสัญญาณเดียวกันนี้ ผ่านโพรเซสเซอร์ MAXXBASS จะเห็นว่าสัญญาณ 40 HZ ลดลง 6 เดซิเบล และเกิดเสียงประสานที่สัมพันธ์กับสัญญาณนี้ ในสเปคตรัมที่เหมาะสมกับหูในการได้ยินโนท 40 ็HZ การเคลื่อนที่ของลำโพงลดลงประมาณ 4 เท่าถึง 2 มม. ซึ่งหมายความว่าลำโพงจะต้องใช้กำลังมากกว่า 4 เท่า ก่อนที่จะถึงขีดจำกัดของช่วงยืดยุบ ทำให้คุณได้ยินเสียงเบสส์จริงๆ ในเพลง เบสส์ที่มากขึ้น การจัดการกำลังขับที่สูงขึ้น และ SPL ที่สูงขึ้นก่อนดิสทอร์ชัน หาได้จาก MAXBASS

 

1 ถ้าคุณเล่นเพลงที่มีโนทเบสส์ตัวเดียวแรงๆ ที่ 40 HZ จะเห็นว่ามีซิงเกิลไลน์ของพลังงานและลำโพงอยู่พอดีที่ช่วงจำกัดยืด/ยุบ ขนาดที่เล็กของลำโพงไม่สามารถเคลิ่อนที่ในอากาศได้มากที่ 40 HZ ทำให้ได้ยินโนทเพียงส่วนหนึ่งของเพลง

2 เมื่อคุณปล่อยสัญญาณเดียวกันนี้ผ่านโพรเซสเซอร์ MAXXBASS จะเห็นสัญญาณ 40 HZ ลดลง 6 เดซิเบล และเกิดเสียงประสานที่สัมพันธ์กับสัญญาณ ในสเปคตรัมที่เหมาะสมกับหูในการได้ยิน โนท ทำให้ได้ยินเสียงเบสส์จริงๆ ในเพลง



------------------------------
เรื่องโดย : วิโชค
นิตยสาร CAR STEREO ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2546
คอลัมน์ : เทคนิค
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/S8It9
อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th