บทความ

“กวนเมือง/แก้ตัวดุ่ยๆ”


มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่มีหัวคิด แต่คนส่วนหนึ่งมันสิ้นคิด เห็นผิดเป็นชอบ ทำสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ สุดจะบรรยาย

เมื่อขื่อแปเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่เอาไหนเข้าไปด้วย พวกสิ้นคิดจึงก่อความเดือดร้อนให้สุจริตชนคนทั่วไปตลอดเวลา ดังที่เกิดในไทยแลนด์ ประเทศที่หย่อนยานการบังคับใช้กฎหมาย การควบคุมความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง แม้รัฐบาลซึ่งครองอำนาจเป็นรอบสอง ที่จะคุยนักคุยหนาว่าเก่งอย่างโน้นอย่างนี้ก็ตามที

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ กรณีเด็กวัยรุ่นกวนเมืองซึ่งอยู่ในกทม. ศูนย์กลางแห่งอำนาจรัฐแท้ๆ ยังแข่งรถบนถนนหลวง สร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนไม่หยุดหย่อน ไม่มีทีท่าว่าจะกำราบลงได้ ซึ่งถ้าจะเอาจริงซะอย่าง จับยัดตะรางคนละ 6 เดือน เป็นอย่างต่ำ มันก็น่าจะเข็ดหลาบไม่กล้าทำผิดง่ายๆ

เมื่อเร็วๆ นี้ พอตำรวจไปไล่จับมันพากันแยกย้ายหลบหนี ไอ้หนุ่มคนหนึ่งบิดคันเร่งสวนรถของชาวบ้าน ผลคือรถของมันชนเข้ากับรถกระบะอย่างจัง เดนสังคมตายคาที่ ผู้ที่ซวยไปด้วยคือเจ้าของรถกระบะ หน้ารถงี้พังยับเพราะแรงปะทะ ทั้งๆ ที่ เขาขับรถมาดีๆ เซ็งไหมท่านผู้ชม

ต่อมาไม่กี่วันรถเก๋งของพวกชอบซ่าก็ไม่น้อยหน้า แข่งกันมาตามถนนรามอินทราไปมีนบุรี ผลคือรถเก๋งคันหนึ่งชนท้ายรถกระบะของชาวบ้าน ยังดีที่ฝ่ายรถกระบะไม่ถึงตาย ส่วนรถเก๋งเสียหลักไปอัดกับเสาไฟอีกต่อหนึ่ง ตาย…ห่า…มไปสาม นี่คือการกระทำแบบสิ้นคิดของคนในบ้านเราที่มีอยู่เสมอ สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอยู่เสมอ

เขียนไปก็เท่านั้นแหละ เพราะขื่อแปมันยานโทงเทงอย่างที่บอก เราไม่มีการลงโทษที่เฉียบขาดให้มันทันเกมกับพวกมารสังคม ชาวบ้านจึงต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่อตลอดเวลา ขณะที่ ฯ พณ ฯ ทั้งหลายเขามีรถนำรถตาม เขาจึงไม่สนใจว่าใครจะเดือนร้อนอย่างไร

เข้าสู่เนื้อหาว่าด้วยคดีความซะที งวดนี้เป็นเรื่องของการแก้ตัวแบบดุ่ยๆ ทำนองเดียวกับการแก้ตัวของขบวนการโกงกินในบ้านเราที่ยุ่บยั่บไปหมด แม้กระทั่งการไปสร้างศาลาไทยออกงานที่ญี่ปุ่นแบบมักง่ายขายหน้าไปทั้งโลก ซึ่งชาวบ้านได้ยินแล้วขำกลิ้ง มาดูสิว่า ศาลรับฟังคำแก้ตัวแบบน้ำใสๆ หรือไม่

งานนี้ตำรวจแสดงความแข็งขัน ตรวจยึดรถบรรทุกพ่วงซึ่งบนรถที่มีหินแกรนิตก้อนเบ้อเริ่มเทิ่ม 2 ก้อน อยู่บนรถ เพราะน้ำหนักบรรทุกเกินตั้ง 11 ตันเศษ หรือ 1 หมื่นกว่ากิโลกรัม น้อยอยู่หรือ

เรื่องถึงศาลโดยอัยการทำหน้าที่ฟ้องร้อง ให้เอาผิดโชเฟอร์ข้อหาขับรถบรรทุกน้ำหนักเกินว่าที่กฎหมายกำหนด และลงโทษเจ้าของรถทางเศรษฐกิจ ด้วยการร้องขอให้ยึดรถบรรทุกพ่วงราคานับล้านบาทนั้นเสีย

โดยปกติคนขับรถที่โดนฟ้องให้การรับสารภาพ และโดยปกติอีกเช่นกัน โทษจำคุกได้รับการรอลงอาญา จ่ายเฉพาะค่าปรับกลับบ้านได้ และตามมาด้วยการสั่งริบรถบรรทุกพ่วงของกลาง แต่ไม่ริบหินแกรนิท

ผู้ที่เดือดร้อนหนักคือเจ้าของรถบรรทุกพ่วง พี่แกให้ทนายยื่นคำร้อง อ้างว่าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด กำชับคนขับรถแล้วให้ระวัง อย่าบรรทุกน้ำหนักเกิน มันไม่ฟัง จึงขอรถคืนเพื่อนำไปทำมาหากินต่อไป

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว ไม่ขัดคอเจ้าของรถ สั่งคืนรถให้ตามที่ต้องการ

ยังดีที่อัยการกัดไม่ปล่อย ขวางไว้ด้วยการยื่นอุทธรณ์ ยืนกรานว่าศาลต้องสั่งริบรถไว้เป็นของหลวง คืนไปไม่ได้หรอก เพราะรู้เห็นเป็นใจในการทำผิดแหงๆ

เจ้าของรถหน้าตูมอยู่ไม่นานก็หน้าเหี่ยว เพราะ

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเออออตามท่านอัยการ พิพากษากลับให้ริบรถเสีย

ศาลสูงหรือศาลฎีกาไม่เหงามือ มีงานทำอีกคดีหนึ่ง เพราะเจ้าของรถเล่นเกมยาว โยนคดีขึ้นมา ออดอ้อนขอรถคืน อ้างว่าสั่งคนขับและลูกน้องอย่างแข็งขัน ไม่ให้บรรทุกน้ำหนักเกิน แต่มันฝ่าฝืน การบรรทุกหินแกรนิทใช้วิธีคำนวณน้ำหนักด้วยสายตา ไม่มีตาชั่ง จึงคลาดเคลื่อนโดยสุจริต แน่ะ…อ้างสุจริตซะด้วย ทำให้เจ้าของรถที่แสนซื่อตกที่นั่งซวย ขอได้โปรดเมตตาอย่าริบรถไปเลย สงสารเถิด

ศาลฎีกาเล็งดูคดีนี้อย่างเป็นกลาง และตัดสินอย่างกลางๆ ว่า

การนำรถไปบรรทุกหินแกรนิทเป็นกิจการของเจ้าของรถที่ทำมานาน ย่อมมีประสบการณ์เป็นอย่างดี จะมาแก้ตัวดุ่ยๆ ว่าประมาณด้วยสายตา ไม่มีตาชั่งสำหรับชั่ง เลยคลาดเคลื่อน มันฟังขึ้นซะที่ไหน เพราะหนักที่เกินไม่ใช่ 10 กิโล 100 กิโล ฟาดเข้าไปตั้ง 1 หมื่นกว่ากิโล

งานนี้ศาลเห็นว่าเจ้าของรถรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดอย่างชัวร์ๆ อย่ามาอ้อนซะให้ยาก

ศาลอุทธรณ์สั่งให้ริบรถบรรทุกพ่วงนั้นโดนใจศาลฎีกาอยู่แล้ว

ศาลฎีกาจึงพิพากษายืน เพื่อกำราบเจ้าของรถให้เข็ด

เห็นหรือยังว่าเจ้าของรถแก้ตัวแบบน้ำใสๆ ไม่ใช่น้ำขุ่นๆ เพราะเห็นตัวโต้งๆ ว่าร่วมรู้เห็นเป็นใจในการบรรทุกหินแกรนิทขึ้นรถ ทั้งๆ ที่รู้ว่าน้ำหนักเกินตั้งมากมาย

หนอยแก้ตัวแบบง่ายๆ โยนความผิดให้ลูกน้องว่าฝ่าฝืนคำสั่ง มันทำกันไปเอง ท่าเชื่อคำแก้ตัวพรรค์นี้ ก็ปัญญาอ่อนเต็มที ใช่ไหม ครับ

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2536



------------------------------
เรื่องโดย : "จอมยุทธ"
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2548
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/S7FZs

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
23 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th

What's New