บทความ

พิยุชน์ เจียมประเสริฐ


ตลาดรถหรูในเมืองไทยไม่ได้แข่งขันกันระหว่างบริษัทผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้นแต่มีคู่แข่งที่น่าจับตามองอีกส่วนหนึ่งคือ รถที่ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ซึ่งในเมืองไทยแบรนด์ที่ได้รับความนิยม และกำลังเติบโตอยู่ขณะนี้ คือ “บราบัส”

“ฟอร์มูลา” สัมภาษณ์พิเศษ พิยุชน์ เจียมประเสริฐ ประธาน บริษัท ทูบี มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ผู้นำทัพ “บราบัส” ผงาดขึ้นในเมืองไทย และนอกจากนี้เขายังเป็นกรรมการบริหาร บริษัท ซันยอง (ประเทศไทย) จำกัด อีกด้วย

 

ฟอร์มูลา : ความเป็นมาของ บราบัส ในเมืองไทย ?

พิยุชน์ : เมื่อ 18 ปี ที่แล้ว ในงานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ท มีรถแต่ง บราบัส โชว์อยู่ 2 คัน ในเอเชียมี แต่ที่ญี่ปุ่นมีตัวแทน บราบัส อยู่ นอกนั้นไม่มีใครรู้จัก บราบัส แต่พอมีงานโชว์รถยนต์ในเมืองไทย ผมนำ บราบัส ออกแสดง จึงได้รับการติดต่อจากประเทศเพื่อนบ้านขอมาเป็นตัวแทนต่อจากเรา รู้สึกภูมิใจมากที่เราเป็นตัวแทนในเมืองไทยรองจากญี่ปุ่น จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ตัวแทน บราบัส หลายๆ ประเทศก็ยังเป็นคู่ค้าและพันธมิตร เพราะเราเป็นคนแนะนำให้เขาเข้าสู่ธุรกิจ และตลาดในเอเชีย และด้วยการทำงานของบริษัทที่สร้างผลงานเป็นอย่างดี จึงทำให้เกิดความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว ทำให้ประธาน บราบัส มอบเข็มกลัดเนคไทฝังเพชรเป็นที่ระลึก ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 อันในโลก อันหนึ่งใช้เอง อีกอันเป็นของเพื่อนเขาที่เป็นรองประธาน และอีกอันเป็นของผม

ในปีที่ 2 ยอดซื้อสินค้าของเราจากโรงงาน บราบัส ก็เป็นอันดับหนึ่งของโลก รูปแบบของโฆษณา และแผนการตลาดของบริษัทก็ถูก บราบัส นำไปศึกษาและพัฒนาใช้ในหลายๆ ประเทศนั่นเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจที่ทำสินค้าที่ไม่เคยมีชื่อเสียงเลย ให้ขึ้นมาเป็นสินค้าติดอันดับ 1 ใน 10 และปัจจุบัน บราบัส เป็นบริษัททูนิงเครื่องยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

 

ฟอร์มูลา : ทูบี มอเตอร์สปอร์ต ฯ วางนโยบายไว้อย่างไร ?

พิยุชน์ : เมืองไทยในส่วนของคุณภาพ การดีไซจ์นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ความหรู และรูปแบบที่แตกต่างของ บราบัส ให้เป็นที่รู้จักแล้ว และสิ่งที่ต้องการสร้างต่อไปคือ การรู้จักถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบเบรค ระบบขับเคลื่อน ซึ่งในปีนี้จะเน้นด้านการพัฒนาเครื่องยนต์ โดยใช้รูปแบบของการสร้างความเชื่อถือ และการให้ลูกค้าบอกต่อปากต่อปาก เพราะการโฆษณาในเรื่องของสมรรถนะ เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ นอกจากการสัมผัสด้วยตนเอง โดยใช้หลักการเปิดตลาดรถยนต์ในราคาที่เท่าทุน เพื่อให้ลูกค้านำไปใช้ทดสอบและบอกต่อ ๆ กันไป บริษัทคงต้องใช้งบการตลาดเยอะเพราะเมื่อเราขายสินค้าที่ต่ำกว่าทุน หรือเท่าทุน คงต้องเหนื่อย

 

ฟอร์มูลา : เอส.อี.ซี. ฯ ทำตลาด บราบัส มา 4 ปีแล้ว ยังต้องปรับปรุงหรือพัฒนาในเรื่องใดบ้าง ?

พิยุชน์ : สิ่งที่ช่วยทางด้านการตลาดคือ การมีสินค้าให้ทดลองและได้สัมผัส ปัจจุบันลำบากเพราะต้นทุนสินค้าสูง จึงเป็นอุปสรรคมาก บริษัทคงไม่สามารถนำรถราคา 10 ล้านบาทไปให้นักข่าวทดสอบกันได้ เพราะการลงไป 10 ล้านบาท ยอดขายเท่าไรจึงจะครอบคลุมในส่วนนั้น ถ้าทำไป ราคาสินค้าต้องสูงมาก ก็ต้องกลับมาถามว่าตลาดรับไหวไหม เป็นความยุติธรรมแก่ผู้บริโภคหรือเปล่า ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องพยายามทำสินค้าให้มีราคาต่ำที่สุด ให้ลูกค้าเอาไปใช้ และมีการบอกต่อ ซึ่งผมเชื่อว่าน่าจะทำตลาดได้ดีที่สุด และแน่นอนว่าภาพลักษณ์ของ บราบัสในตลาดโลกช่วยได้มากว่ามีคุณภาพจริงในด้านการพัฒนารถยนต์ เพราะ บราบัส เองก็มีประกาศนียบัตรในการทำสถิติโลกอยู่หลายรายการ จึงเชื่อมั่นได้ว่าสินค้านั้นได้มาตรฐาน และมีประสิทธิภาพจริง และผ่านการทดสอบในเยอรมนี และ บราบัส รับประกันสินค้าถึง 3 ปี 1 แสนกม.

 

ฟอร์มูลา : ปีนี้จะมีสินค้าใหม่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

พิยุชน์ : มีอย่างแน่นอน เพราะ เมร์เซเดส-เบนซ์ มีรถรุ่นใหม่อีก 2-3 รุ่น บราบัส ก็คงนำรถรุ่นใหม่ที่พัฒนาออกมา เพราะ เมร์เซเดส-เบนซ์ คือวัตถุดิบ ถ้ามีวัตถุดิบเราก็สามารถสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ได้ ที่รู้ก็จะมี เอส-คลาสส์ และรถรุ่นใหม่ที่จะเป็นแบบกึ่งเอมพีวี และสินค้าใหม่ๆ ที่จะแนะนำออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้

 

ฟอร์มูลา : ตัว เอ-คลาสส์ จะนำมาจำหน่ายหรือไม่ ?

พิยุชน์ : ผู้บริโภคตลาดรถเมืองไทยส่วนใหญ่ต้องการจ่ายเงินน้อย แต่อยากได้รถใหญ่หาน้อยคนมากที่จะจ่ายเงินมากแล้วอยากได้รถเล็ก แต่ในขณะเดียวกัน บราบัส มีรถรุ่นใหม่เข้ามาคือ สมาร์ท ซึ่งนำเข้ามาจำหน่ายอยู่แล้ว และ บราบัส ก็เป็นบริษัทร่วมทุนกับ สมาร์ท เปิดบริษัท สมาร์ท บราบัส ทำให้รถรุ่นพิเศษที่ออกมา จะมีจำหน่ายที่โชว์รูม สมาร์ท ทั่วโลก

 

ฟอร์มูลา : ในปีนี้บริษัทคาดว่ายอดขายของ บราบัส จะมีจำนวนเท่าใด ?

พิยุชน์ : โดยรวมไม่นับมูลค่ากับราคารถ จะมีปริมาณ 50-60 ล้านบาท โดยคาดว่าการเติบโตจะมีอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เติบโตมากนัก เนื่องจากเป็นสินค้าตลาดระดับบน การอยู่มาถึง 18 ปีของ บราบัส จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ในเรื่องของคุณภาพ และการพัฒนารถสแตนดาร์ดให้มาเป็นรถพิเศษ และถ้าไม่โดดเด่น หรือมีคุณภาพ ก็คงหายไปจากตลาดนานแล้ว แต่เราจะเห็นว่าสินค้าที่นำเข้ามานั้นเป็นสินค้าที่มีออพชันครบอยู่แล้ว ถ้าไม่พิเศษโดดเด่น หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะ คงอยู่ไม่ได้ บริษัทเชื่อว่าสินค้าคงจะอยู่ในตลาดต่อไปได้ ส่วนสินค้าที่ไม่โดดเด่น หรือมีเอกลักษณ์ก็คงจะค่อยๆ หายไป บริษัทก็จะใช้ช่องทางนี้ในการเติบโตต่อไป

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบันนี้บริษัทมีฐานลูกค้าเป็นจำนวนกี่ราย ?

พิยุชน์ : เมืองไทยฐานลูกค้าของ บราบัส ในปัจจุบันมีถึง 2,000 ราย จากการสร้างฐานในอดีตตั้งแต่เริ่มต้นที่นักธุรกิจ และคนสูงอายุ แต่ช่วงหลังบริษัทจะสร้างฐานไปในกลุ่มของนักศึกษา ปลูกฝังให้รู้จักสินค้า บราบัส มากขึ้น แต่เชื่อว่าปัจจุบันนี้คนที่เริ่มทำใบขับขี่ และชอบเรื่องรถแต่งไม่มีใครไม่รู้จัก บราบัส

 

ฟอร์มูลา : การบริการหลังการขายของบริษัท มีปัญหาหรือไม่อย่างไร ?

พิยุชน์ : การบริการของ บราบัส จะง่าย เพราะสินค้าใช้แนวทางการพัฒนา ซึ่งทุกอย่างที่พัฒนาเป็นบราบัส สามารถเข้าไปใช้ศูนย์บริการของ เมร์เซเดส- เบนซ์ ปกติได้ ใช้เครื่องมือปกติ และช่างที่มีความรู้เรื่องรถยนต์ เมร์เซเดส-เบนซ์ ได้ทันที โดยปัจจุบันมีศูนย์บริการของบริษัทอยู่ที่ พระราม 9/เพชรบุรี/บางนา และทองหล่อ และที่อยู่ระหว่างการพัฒนาศูนย์บริการแบบครบวงจร ซึ่งในอนาคตแนวทางจะเน้นไปที่การจำหน่ายให้แก่ตัวแทนจำหน่ายที่บริษัทแต่งตั้ง โดยปัจจุบันได้มีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแล้ว ซึ่งมีแนวทางมาจาก เอส.อี.ซี. ฯ ที่จะจำหน่ายรถทั้งคันเพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้ที่จะซื้อรถ บราบัส จะต้องซื้อผ่าน เอส.อี.ซี. ฯ แต่แนวทางจะออกมาในรูปแบบของแฟรนไชส์ตามหัวเมืองต่างๆ ทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัด แต่ในส่วนของอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์จะใช้ตัวแทนร้านประดับรถยนต์ขนาดใหญ่เป็นหลัก แล้วจะกระจายสินค้าอีกทีหนึ่ง เนื่องจากสิ่งที่เน้นมากที่สุดคือ คุณภาพ การบริการ และรับประกันสินค้า ถึงแม้ว่าลูกค้าจะไปติดตั้งที่ใดมาแล้วก็ตามถ้ามีปัญหาบริษัทก็ยินดีที่จะช่วยแก้ไขให้

 

ฟอร์มูลา : ปัจจุบันมี บราบัส เพียงรายเดียวในตลาดรถแต่งใช่หรือไม่ ?

พิยุชน์ : จริงๆ แล้ว การพัฒนารถจะแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ คอมพลีททูนิง คือมีศูนย์พัฒนาและค้นคว้าผลิตภัณฑ์ของตนเอง ทำแบบครบวงจร ตั้งแต่ ระบบช่วงล่าง ท่อไอเสียเครื่องยนต์ ระบบแอโรพาร์ท มีใบอนุญาตเป็นบริษัทผลิตรถยนต์เลย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า สไตลิสต์ คือ พวกที่แต่งรถยนต์ให้สวย เช่น ทำสปอยเลอร์ หาล้อแมกตีโลโกของตนเอง หรือจ้างที่อื่นทำช่วงล่าง ทำท่อไอเสีย จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง แต่ในส่วนของ บราบัส เป็น 1 ในไม่เกิน 3 รายที่เป็นคอมพลีททูนิงจริงๆ ที่เหลือจะเป็นสไตลิสต์ทั้งหมด เพราะการเป็นคอมพลีททูนิงต้องมีศูนย์ค้นคว้าพัฒนาเครื่องยนต์ ในเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์ แอโรไดนามิค
มีสนามทดสอบรถ เรื่องช่วงล่าง มีโรงงานเกี่ยวกับทำภายใน บราบัส ใหญ่ที่สุดในโลกมีคนงานกว่า 400 คน ผลิตรถปีละ 5,000 คัน และที่นอกเหนือจาก บราบัส ก็มี เอบีที ที่ทำให้กับ โฟล์คสวาเกน

 

ฟอร์มูลา : ตลาดรถแต่งในเมืองไทยเป็นอย่างไร ?

พิยุชน์ : คนที่ชอบใช้รถประเภทนี้ คือ อย่างแรกมีเงินเหลือ สองชอบไม่เหมือนใคร มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีความมั่นใจสูง มีบุคลิกเฉพาะตัว และสามคนที่อยากลอง ลองไปแล้วติดใจ คนที่เคยใช้รถ บราบัส แล้วจะขับรถธรรมดาไม่ได้ รู้สึกว่ามันอึดอัด หรือทำไมเบรคไม่หยุด คุณภาพแตกต่างกัน 3 เท่า อัตราการเร่งแตะรถไปอยู่ๆ ก็ขับไม่ไปอย่างนี้

ผมเคยไปทดสอบรถ บราบัส กว่า 500 แรงม้า เสร็จแล้วอีก 2 วันไป ทดสอบรถกว่า 400 แรงม้า ความรู้สึกมันไม่เหมือนเลย และลูกค้าผมพอใช้แล้วจะเวียนมาตลอด เพราะรถที่ได้รับการพัฒนาแล้วมันจะราบเรียบกว่าเดิม ประหยัดน้ำมัน แรงกว่าเดิม ความปลอดภัยสูงขึ้น พอใช้แล้วรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ เพราะเขาไม่ได้ต้องการสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาดทั่วไป เมร์เซเดส-เบนซ์ อาจจะทำได้ดีกว่า บราบัส ด้วยเพราะทีมงานพร้อม องค์กรใหญ่พอ ถ้า เบนซ์ ทำเหมือน บราบัส แล้วปีหนึ่งขายได้ 1 ล้านคัน อาจจะเหลือปีละ 1 แสนคัน

 

ฟอร์มูลา : การเสียภาษีนำเข้าของ บราบัส แตกต่างจากรถทั่วไปอย่างไร ?

พิยุชน์ : ตัวรถยนต์ต้องเสียภาษีในส่วนของการพัฒนาทางด้านเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น ถ้าบางสิ่งบางอย่างแยกมาประกอบที่นี่ได้ เช่น ล้อ ยาง เราไม่นำมาพร้อมกับตัวรถ เอามาใส่ในเมืองไทย อย่างพวกสปอยเลอร์บางครั้งนำมาใส่ที่นี่ เพราะช่างฝีมืองานสีของเราจะประณีตกว่าต่างประเทศ เพราะค่าแรงถูก คนไทยมีศิลปะและความละเอียดอ่อนในการทำงานมากกว่า เพราะอุปกรณ์บางส่วนเราเสียพร้อมกับรถ และส่วนของแอสเซสเซอรี

 

ฟอร์มูลา : ในฐานะบริษัทเป็นตัวแทนนำเข้า อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือ หรือสนับสนุนสิ่งใดบ้าง ?

พิยุชน์ : สิ่งที่ผมเชื่อว่าตัวแทนสินค้าทุกคนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็ตามจะมีความรู้สึกเหมือนกันหมด เราเจอปัญหาพวกที่คอยฉวยโอกาสหลบเลี่ยงภาษีนำเข้ามาจำหน่ายหรือนำมาจำหน่ายเสียภาษีในอัตราที่ต่ำ ช่วงแรกผมท้อไปหลายครั้ง เคยคุยกับกงศุลว่าบริษัทในฐานะผู้นำเข้าตัวแทนจำหน่ายสินค้า ทำทุกอย่างถูกต้อง เราเจ๋ง แต่คนที่ทำผิดกฎหมายรวยเอาๆ นี่คือสิ่งที่เราน้อยใจมากกับสิ่งที่ทำถูกกฎหมาย แต่บริษัทไม่ได้รับการคุ้มครอง หนักใจมาก ผมทำ บราบัส มา 18 ปี คู่แข่งสำคัญที่สุด คือ สินค้าของเราเองที่คนอื่นนำเข้ามาจำหน่าย หรือสินค้าที่ร้องเรียนเข้ามา นั่นคือ สิ่งที่ห่วงมากที่สุด สินค้าจากระดับเดียวกันไม่เคยคิดว่าบริษัทมีคู่แข่ง แต่ต้องแข่งกับสินค้าของเราเอง

 

ฟอร์มูลา : ภาพลักษณ์ของ ซังยง เป็นอย่างไรบ้าง ?

พิยุชน์ : ซังยง ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับ เมร์เซเดส- เบนซ์ ที่ผ่านมาภาพลักษณ์ในเมืองไทยไม่ค่อยดีนัก ผมในฐานะผู้มีความชำนาญในเรื่องของการสร้างแบรนด์ ก็สรรหาแนวทางการแก้ไขภาพลักษณ์ เพราะ ซังยง เป็นสินค้าติดอันดับสูงของประเทศเกาหลี เพียงแต่ว่าปัญหาเกิดขึ้นมาจากเศรษฐกิจของไทยและเกาหลี และผู้นำเข้ารายเดิมไม่ค่อยสนใจในตัวสินค้า แต่โดยภาพลักษณ์แล้ว ซังยง เป็นสินค้าที่ดีมาก จึงจำเป็นต้องสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้

 

ฟอร์มูลา : คุณวางแผนสำหรับ ซังยง ไว้อย่างไร ?

พิยุชน์ : เริ่มทำมาปีกว่า สิ่งแรก คือ สร้างความเชื่อถือในการบริการหลังการขาย เมื่อทุกอย่างดีขึ้นจะทำให้รถมือสองกระเตืองขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพการเปลี่ยนมือง่ายขึ้น เพราะเชื่อว่าเป็นจุดขายเริ่มต้นของการแก้ภาพลักษณ์ในอดีต เพราะว่าไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เริ่มต้นจากการติดลบ ดังนั้นบริษัทจึงรับบริการทั้งหมดสำหรับรถ ซังยง ที่ติดเครื่องหมาย ซังยง ไม่ว่าจะซื้อมาจากที่ไหนแต่อยู่ในเมืองไทย จุดต่อไปคือพยายามให้คนรู้จักผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง คือในส่วนของ ซังยง มีรถให้ลูกค้าได้ทดลองขับจริง เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าดีจริง รับประกัน 1 ปี 1 แสนกม. เมื่อลูกค้าได้พิสูจน์ ก็จะเกิดความมั่นใจ หลังจากเปิดตัวปีแรกในปี 2545 ขายยากมาก ลูกค้าชอบ แต่ไม่กล้าซื้อ แต่เมี่อปี 2546 เกิดความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มียอดขายทะลุ 150 คัน พิสูจน์ได้ว่าแนวทางการตลาดของบริษัทไปถูกทิศทาง พิสูจน์ได้ว่าสินค้าดีจริง บริษัทเชื่อว่าปีนี้ จะเติบโตเกินกว่า 300 %

 

ฟอร์มูลา : ปีที่แล้วยอดขายของ ซังยง มีจำนวนเท่าใด ?

พิยุชน์ : ขายได้ 200 คัน โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าน่าจะถึง 600 คัน คาดว่าจะมีรถรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอีกในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นรถไลน์ใหม่ตามความนิยมของตลาด

 

ฟอร์มูลา : อนาคตของสินค้าเกาหลีจะเป็นอย่างไร ?

พิยุชน์ : ประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่มีความมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าอย่างมาก ซึ่งไม่แพ้สินค้าจากญี่ปุ่นเลย หรืออาจจะเหนือกว่าในบางเรื่อง จะเห็นได้ว่าช่วงแรกที่เข้ามาทำ เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ตลาดยังไม่ยอมรับ แต่หลังจากได้ทดลองใช้แล้ว ส่วนมากสินค้าเกาหลีจะต้องได้ทดลองใช้ก่อน ต้นทุนต่ำ ออพชันครบ ให้ลูกค้าได้ทดสอบไม่ว่าจะเป็นสินค้าของ แอลจี หรือ ซัมซุง ราคาต่ำกว่าสินค้าญี่ปุ่นนิดหน่อย แต่สินค้ามีคุณภาพ เมื่อให้ลูกค้าทดลองใช้จนกระทั่งเป็นที่ยอมรับ ใครจะเชื่อว่า 3 ปีที่ ซัมซุงเปิดตลาดโทรศัพท์มือถือ จะสามารถตีโนเกียได้ ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าโลกแห่งโทรศัพท์มือถือมานาน โซนี จะสะเทือน ซัมซุง ในด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ผมจึงเชื่อมั่นว่าสินค้าเกาหลีจะได้รับการตอบสนองอย่างดี เพราะคุณภาพดีมาก

ส่วน ซังยง ใช้เทคโนโลยีจากเยอรมนี นั่นคือ เทคโนโลยีของ เมร์เซเดส-เบนซ์ จ้างสำนักออกแบบที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก นั่นคือ คอนเซพท์ของรถทั้งคัน ที่เหลือใช้โลหะของเกาหลี และมีชื่อเสียงที่สุดในด้านโลหะ สิ่งสำคัญคือ คนเกาหลีมีความรักในชาติ เป็นชาตินิยมสูงจึงเป็นแรงบันดาลใจว่าการทำสินค้าออกสู่ตลาดโลกจะต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศ ในที่สุดเมื่อรวมทุกอย่างแล้วต้นทุนน่าจะแพง แต่ด้วยศักยภาพในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าเป็นค่าแรง จึงทำให้สินค้าเกาหลีไม่ได้มีราคาแพง คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์เกาหลีเป็นคนที่ฉลาดซื้อ คือ เน้นคุณภาพ และความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์มากกว่ายึดติดกับแบรนด์

 

ฟอร์มูลา : จะขยายศูนย์บริการและโชว์รูมเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ?

พิยุชน์ : จะเพิ่มขึ้นที่พัทยา ซึ่งนับว่าเป็นโชว์รูมขนาดใหญ่ หลังจากนั้นจะมีที่ภูเก็ต และที่พระราม 2 เชียงใหม่ ซึ่งจะมีในปีนี้ โดยจะเป็นการขยายเป็นดีเลอร์เป็นหลัก



------------------------------
เรื่องโดย : นุสรา เงินเจริญ
ภาพโดย : จินดา ลัยนันท์/เอกลักษณ์ จุลสุคนธ์
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2548
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/RK88E
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th