บทความ

เริ่มต้นปีไม่สวย


โดยปรกติธรรมดา ก็คาดหมายกันเอาไว้เต็มเปี่ยมว่า การเริ่มต้นของปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปีไหนมักจะต้องประสบแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่เป็นมงคลทุกปีไป แต่ปีใหม่ปีนี้ ผิดแผกกว่าทุกปีที่ผ่านมาเริ่มต้นไม่สวยเอาเสียเลย

น่าจะเป็นความเลวร้ายที่ต่อเนื่องมาจาก เมื่อปลายปีก่อน จากเหตุธรณีพิบัติ คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายฝั่ง 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับโลกของไทย ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศนับเป็นแสนล้านบาท ในแต่ละปี เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 วิบัติภัยคราวนี้ไม่แต่จะทำให้รายได้เข้าประเทศจำนวนมหาศาลต้องชงักงันไปเท่านั้น ยังต้องสูญเสียชีวิตผู้คนไปอีกจำนวนมากถึง 5 พันกว่าชีวิตสูญหายอีกนับพัน มีผู้บาดเจ็บเป็นเรือนหมื่น ในจำนวนผู้รับเคราะห์กรรมเหล่านี้ คนไทยกับคนต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวมีปริมาณก้ำกึ่งกันทีเดียว

วิบัติภัยคราวนี้ ต้องบันทึกเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์โลกด้วย ไม่แต่เพียงประเทศเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความหายนะ อีกหลายประเทศโดยรอบมหาสมุทรอินเดีย นับตั้งแต่อินโดนีเซีย พม่า มาเลเซีย บังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา มัลดีฟ และอีกหลายประเทศทางตะวันออกของอัฟริกาก็ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน รวมๆ กันแล้ว เหตุจากสึนามิครั้งนี้ คร่าชีวิตผู้คนไปถึงกว่า 200,000 คน เป็นการสูญเสียครั้งสำคัญ ที่ต้องบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์โลกในลำดับต้นๆ กันเลย

กับประเทศเรา รังสีของความหายนะจากอุบัติภัยครั้งนี้ยังคงแผ่คลุมอยู่ในบรรยากาศตลอดเดือนมกราคม

11 มกราคม 2548 เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์สูง 6 ชั้น 5 คูหา อันเป็นที่ตั้งของร้านค้าอะไหล่รถยนต์ย่านวัดดวงแข ปทุมวัน ในกรุงเทพมหานคร ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยกำลังทำการปฎิบัติหน้าที่ ตึกทั้งหลังก็พังยุบตัวลงมา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยต้องเสียชีวิตถูกซากตึกทับเป็นจำนวนถึง 4 คน เป็นครั้งแรกที่เกิดการสูญเสียในลักษณะนี้

17 มกราคม 2548 เหตุการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้น เมื่อรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีอยู่สายเดียวในเมืองไทย และเพิ่งจะมีขึ้นในเมืองไทยยังไม่ทันครบขวบปีดี เกิดการชนกันบริเวณสถานีใต้ดิตรงสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในขณะที่ขบวนรถใต้ดินจากบางซื่อมาจอดที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแล้ว มีรถเปล่าซึ่งอยู่มนระหว่างการซ่อมบำรุงจากศูนย์ซ่อมบำรุงย่านศูนย์วัฒนธรรมขาดการควบคุมไหลลงมาชนขบวนรถที่มีผู้โดยสารจอดรอการเดินทางอยู่

เคราะห์ดีที่อุบัติภัยคราวนี้ มีเพียงแต่ผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต

แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่จะต้องบันทึกเอาไว้ในความทรงจำของผู้คนไปอีกนานและก็เป็นที่แน่นอนว่าความเชื่อมั่นในความปลอดภัยในระบบการคมนาคมแบบพิเศษที่อยู่ใต้ดินและรวมถึงที่ลอยฟ้าอยู่อาจต้องสั่นคลอนไปบ้างไม่มากก็น้อย

24 มกราคม 2548 ประชาชนชาวจังหวัดกาญจนบุรีที่มีถิ่นฐานอยู่ท้ายเขื่อนศรีนครินทร์ทั้งในเขตอำเภอเมือง อำเภอท่ามะกา และอำเภอข้างเคียง ต่างพากันแตกตื่นอพยพหนีกันให้จ้าละหวั่นจากที่อยู่เดิมไปสู่ที่สูงๆ ตามเนินเขาที่พอจะไปถึงได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพราะตื่นข่าวที่แพร่สะพัดว่า เขื่อนศรีนครินทร์เกิดการแตกร้าวและกำลังจะพังทะลายอันเนื่องมาจากเหตุแผ่นดินไหว ที่เกาะสุมาตราและคลื่นยักษืสึนามิ แตกตื่นโกลาหลเพราะมีภาพหลอนของวิบัติภัยสึนามิอยู่เต็มหูเต็มตากันทุกคน

สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างก็สงบลง เมื่อเรื่องเขื่อนร้าวเขื่อนแตกเป็นเพียงแต่ข่าวลือที่เกิดขึ้นจากปากโดยหาต้นตอไม่ได้

25 มกราคม 2548 เพราะกระแสความหายนะที่เกิดขึ้นจากคลื่นยักษ์สึนามิยังคงอบอวลอยู่เหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตและทรงความสำคัญขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

เวลา 5.00 น. เช้าวันนี้ เรือเร็วที่เรียกว่า “สปีดโบต” รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจำนวน 40 กว่าคน กลับจากงาน “ฟูลมูนปาร์ตี” บนเกาะพงันกำลังจะมาถึงเกาะสมุยเกิดพลิกคว่ำจมลง

อุบัติเหตุคราวนี้ มีคนตายที่พบศพแล้ว 14 คน มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติสูญหายหาไม่พบอีก 1 คน

หลังจากเหตุการณ์สึนามิ บนชายฝั่งทะเลด้านอันดามันแล้ว คาดหมายกันว่า สถานที่ท่องเที่ยวทางด้านฝั่งทะเลอ่าวไทยจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนต่างชาติจะพากันมาท่องเที่ยวทดแทนแหล่งท่องเที่ยวเดิมทางด้านอันดามัน แต่เมื่อมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก เกร่งว่าจะทำให้เสียบรรยายกาศการท่องเที่ยวตามไปด้วย

เรื่องร้ายๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตผู้คนและการสูญเสียอย่างอื่น ยังมีให้เห็นอีกหลายกรณีในรอบเดือนมกราคม

อย่างเช่น สถิติจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุอุบัติภัยจากการจราจรในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่จะต้องมีการบันทึกเอาไว้และต้องบอกกล่าวให้ได้รับรู้กันหลัง วันที่ 4 มกราคม 2548

ปีนี้ ความสำคัญและข่าวคราวของเรื่องนี้ ถูกกระแสคลื่นยักษ์สึนามิ กลบไปเสียสนิทไม่มีใครให้ความสนใจเท่าที่ควร

ที่จริงต้องถือว่า เป็นเรื่องดีและเป็นมงคลพอสมควรเหมือนกัน ที่จะต้องบอกกล่าวให้ได้รับรู้กันว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางการจราจรในช่วงเทศกาลปีเก่า-ปีใหม่ ในปีนี้ ลบสถิติของเดิมไปเสียแล้ว แต่เป็นสถิติที่ลดลงจากเดิมถึงเกือบ 50 %

ปี2546 มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลนี้อยู่ที่ 631 คน

แต่ปี 2547 จำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางจราจรลดเหลือเพียงจำนวนแค่ 362 คนเท่านั้นเอง



------------------------------
เรื่องโดย : หลวงเลียบเมือง
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2548
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/wG3ce

Follow autoinfo.co.th