บทความ

ในความเป็นคนไทย


ขณะเมื่อผมเขียนเรื่องนี้ เป็นห้วงเวลาที่ คุณภราดร ศรีชาพันธุ์ นักเทนนิสมือ 1 ของเมืองไทยได้รับการวิพากษ์วิจารณ์หนัก เกี่ยวกับยอดเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย คลื่น “สึนามิ” มหาสมุทรอินเดีย

และเมื่อ คุณภราดร ได้รับการกล่าวขวัญอย่างหนาหู ผมก็เป็นคนไทยอีกคนที่อดเกิดความสงสารคุณภราดร ไม่ได้

คุณภราดร ศรีชาพันธุ์ เป็นนักกีฬาชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมากที่สุดคนหนึ่ง และได้นำความเป็นคนไทยไปอวดสายตาชาวต่างประเทศในทุกเวทีที่มีโอกาสไปเล่นกีฬาของเขา คือ เทนนิสระดับมืออาชีพ

ก่อนหน้าคุณ ภราดร เล็กน้อย ผมเคยชื่นชมเจ้าเสือน้อย ไทเกอร์ วูดส์ ซึ่งมีคุณแม่เป็นคนไทย ความสามารถในความเป็นนักกอล์ฟของเขาทำให้ผมรู้สึกหยิ่งผยองในความเป็นคนไทย แต่ต่อมาผมไม่เห็นเจ้าเสือน้อยมีความสำนึกในความเป็นคนไทย แทบจะเรียกได้ว่า ไม่รู้ตนเองด้วยซ้ำไปว่าเป็นคนไทย

ผมจึงหมดความสนใจในตัวนักกีฬาคนนี้ กลับมาชื่นชม คุณภราดร อย่างเต็มร้อย

คุณภราดร ลงเล่นที่ไหน ผลเกมการเล่นจบลงอย่างไร คุณภราดร ก็มีพฤติกรรมแบบเดียว คือพนมมือไหว้ผู้ชมเทนนิสรอบสนามทั้ง 4 ด้าน เป็นประจำ

การพนมมือไหว้ของ คุณภราดร ก็ทำได้อย่างลงตัว เพราะ คุณภราดร ทำด้วยใจ ไม่มีใครบีบบังคับให้ทำ หรือต้องการทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ หน้าตาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเป็นยิ้มแบบคนไทย เป็น “A CERTAIN SMILE” ยิ้มพิมพ์ใจคนดูทั้งสนาม

ถ้าให้ผมเปรียบเทียบท่าพนมมือไหว้ระหว่าง คุณภราดร กับท่าพนมมือไหว้ของเจ้าหน้าที่สายการบินสาวของการบินไทย ผมยังเห็นว่า คุณภราดร ไหว้ได้เนี้ยบกว่าแยะ

ด้วยพฤติกรรมนี้เท่านั้น ชาวต่างประเทศก็ตระหนักความเป็นคนไทยกันอย่างถ้วนหน้า เห็นคล้อยไปกับคำพูดแต่โบราณกาลที่ว่า ประเทศไทยคือ “สยามเมืองยิ้ม” เป็นไมตรีจิตที่แสดงให้เห็นทั้งความอบอุ่นและความร่มเย็นของคนไทย

ยิ่งไปกว่านั้น ฝีมือในการเล่นเทนนิสของ คุณภราดร ยังเป็นที่ขยาดหวาดกลัวของคู่ต่อสู้ สามารถทะยานเข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลกในเวลาอันรวดเร็ว ก็ยิ่งทำให้ชื่อเสียงขจรขจาย กลายเป็น นักกีฬาที่ไม่ธรรมดา กลายเป็น “ซูเพอร์สตาร์” เป็นขวัญใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน

การเป็นคนดังนั้น อย่าคิดว่าเป็นเรื่องสบายหรือเป็นนิยายแห่งความสุข ตรงกันข้ามความเป็นคนดังจะทำอะไรก็เป็นข่าว ชีวิตความเป็นส่วนตัวที่เคยมีได้ล้มละลายหายไปหมดสิ้น จะใช้รถยนต์สักคันก็เป็นข่าว จะออกไปกินข้าวกับผู้หญิงสักคนที่ไหนก็เป็นเรื่อง จะไปนอนผึ่งแสงแดดตามชายทะเลหรือชายหาดส่วนตัวที่ไหน ยังไม่วายเดือดร้อนตากล้องสมัครเล่นประเภทปาปาเรซซีแอบถ่ายรูปมาขายสื่อ

คนดังในที่นี้หมายถึงความดังระดับสากล ถ้าเป็นสินค้าก็ต้องถึงระดับแบรนด์ เนม

คุณภราดร ดังขึ้นมาโป้งเดียว สินค้าทุกประเภทก็หลั่งไหลเข้ามาหาเพื่อใช้ความดัง คุณภราดร เป็นสะพานเชื่อมถึงสินค้า กลายเป็น “ธุรกิจ” มีมูลค่า มีการขาย และมีการซื้อ

เจ้าเสือน้อย ไทเกอร์ วูดส์ ก็เหมือนกัน พอดังขึ้นมาความร่ำรวยจากสินค้าต่างประเภทก็ทวีทับถม ต่อสัญญากันไม่เลิกในแต่ละปี

เราจะพบเห็นอยู่บ่อยๆ ในความดังของนักกีฬาแต่ละประเภท โดยเฉพาะนักฟุตบอลระดับเกือกทองคำแต่ละคนมีค่าตัวสูงๆ เพราะความหอมฟุ้งที่ใครต่อใครพากันประมูลแย่งซื้อตัวด้วยทนความดังของบุคคลผู้นั้นไม่ได้

คุณภราดร ของผม ดังอยู่พักหนึ่ง ฟอร์มการเล่นก็ถึงคราวขาลงซึ่งเป็นเรื่องปกติของนักเทนนิสมืออาชีพ ย่อมมีชนะมีแพ้ ยิ่งมีตำแหน่งยิ่งได้รับความกดดันในการเล่นสูงขึ้น เพราะจะต้องป้องกันตำแหน่งของตนไว้ให้ได้นานที่สุด

ในรอบปีที่ผ่านมา คุณภราดร มีฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีขึ้น อันดับโลกที่พลอยหล่นตามไปด้วย จนถึงสิ้นปี อันดับมือวางของโลกสำหรับ คุณภราดร ก็ตกอยู่ที่ 27

ชื่อนักเทนนิสอาชีพของใครต่อใคร ที่ผมไม่เคยได้ยินก็แซงหน้าชื่อ คุณภราดร ไปหมด

ฟอร์มการเล่นที่เปลี่ยนไปของ คุณภราดร เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของคนทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วก็ลงความเห็นว่า คุณภราดร น่าจะมีโคชเป็นชาวต่างประเทศผู้เชี่ยวชาญ ทั้งๆ ที่ ตลอดเวลา คุณพ่อชนะชัย ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ทุ่มเทให้แก่ลูกชายแบบสุด สุด

แต่ คุณภราดร ก็ยังเห็นว่า ฟอร์มการเล่นของเขาถือว่ายังใช้ได้เป็นที่น่าพอใจ ที่ผิดพลาดตกรอบไปนั้นส่วนใหญ่มาจากการบาดเจ็บ ความไม่สมบูรณ์ในร่างกาย มากกว่า

ถึงกระนั้น คุณภราดร ก็ทนเสียงวิจารณ์คนส่วนมากไปไม่ได้ จำเป็นต้องมีโคชเป็นชาวต่างประเทศ ร่วมงานกับ คุณพ่อชนะชัย

ภัยธรณีพิบัติจากคลื่น “สึนามิ” ในมหาสมุทรอินเดีย เกิดเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมปีที่แล้ว สร้างความเสียหายให้กับประเทศต่างๆ บนมหาสมุทรอินเดีย มีผู้คนล้มตายมากกว่า 2 แสนศพ สูญหายอีกบานตะไท

ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเป็นบริเวณกว้างครอบคลุมถึงพื้นที่ของ 6 จังหวัดภาคใต้ คนที่ล้มตายไปมีทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวประมาณห้าพันกว่าราย

เมื่อเหตุเกิดแล้ว คนไทยก็ทั้งแผ่นดินก็พร้อมใจกันบริจาคทรัพย์และสิ่งของเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทำกันอย่างเอิกเกริกโดยมิได้มีการนัดหมาย

เรื่องนี้ก็มาถึงคนดังอย่าง คุณภราดร ซึ่ง คุณภราดร เปิดเผยว่า ขณะที่สถานทีโทรทัศน์ช่องหนึ่งมาขอให้บริจาคเงินนั้นเป็นเวลาที่กำลังประกอบพิธีทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของครอบครัวศรีชาพันธุ์ ย่อมเป็นความยุ่งเหยิงพอสมควร และสึนามิเพิ่งเกิดได้วันเดียว ยังไม่รู้อะไรเป็นอะไรชัดเจน จึงมียอดเงินบริจาคของคุณภราดร 1 หมื่นบาท

ทีนี้ก็ยุ่งแหละครับ เพราะคุณภราดรยังเป็นคนดังของสังคมไทย ไม่มีใครคาดคิดว่านักเทนนิสมืออาชีพอย่าง คุณภราดร ที่หาเงินได้มากมายจะมียอดบริจาคเพียง 1 หมื่นบาท

ทั้งๆ ที่การบริจาคน่าเป็นสิทธิ์ส่วนตัวของผู้ให้ ผู้รับไม่มีสิทธิ์เรียกร้องกำหนดกฎเกณฑ์อะไรได้เลย

คุณภราดร ถูกวิจารณ์หนักในเรื่องนี้ ในเวลาเดียวกับที่ลงแข่งชิงแชมพ์เชนไน โอเพน ที่อินเดีย ซึ่งปรากฏว่าแพ้ให้แก่ โมยา ที่ป้องกันแชมพ์อย่างไม่น่าแพ้ หลังการแข่งนี้แล้วปรากฏว่า คุณภราดร ได้บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย “สึนามิ” เพิ่มอีก 1 ล้านบาท ผ่านทางสภากาชาดไทย

ล่าสุดในศึกออสเตรเลียน โอเพน อันเป็นรายการแกรนด์ สแลมรายการแรกของปี 2005 ที่นครเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ซึ่งปีที่แล้วมา คุณภราดร สามารถทำสถิติเข้าถึงรอบ 16 คนสุดท้าย ก่อนจะพ่ายให้กับ อังเดร อากัสซี คุณภราดร ก็จบเห่ในรอบ 2 พ่ายให้แก่นักหวดชาวฟินแลนด์ 3 เซทรวด โดยตีพลาดเองถึง 42 ครั้ง

เป็นการขึ้นปีใหม่ 2005 ที่ไม่งดงามเสียเลยสำหรับ คุณภราดร

ก่อนหน้านี้ คุณภราดร ก็ถูกยกเลิกสัญญาการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง และถูกบริษัทรถยนต์นั้นระบุว่า คุณภราดร

“ไม่ใช่มืออาชีพ”

ทราบว่า สัญญาดังกล่าวมีอายุ 3 ปี เงินตอบแทนปีละ 3 ล้านบาท ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย

ความเป็นมืออาชีพจึงถือเป็นเรื่องสำคัญของคนดังทั้งหลายในโลกนี้ เพราะการจะทำตัวอย่างไรให้ความดังของตนคงที่ รู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อการรับงาน การจัดตารางเวลาให้กับคนดัง ตลอดจนกระทั่งการวางแผนประชาสัมพันธ์ จัดการบริหารจดหมายหรืออี-เมล์จากแฟนทั่วโลก เรื่องต่างๆ เหล่านี้ ต้องมีคนดูแลให้ทั้งสิ้น

นักกีฬาดังๆ หรือดารานักแสดงดังๆ ย่อมไม่มีเวลาพอที่จะจัดการกับเรื่องเหล่านี้ได้ เพราะเวลาที่สำคัญหมดไปกับอาชีพของตนเอง หมดไปกับการฝึกซ้อม สมาธิในการเล่นแต่ละเกม ไม่เหลือเวลาให้มาทำงานประเภทนี้

สิ่งเหล่านี้ผมคาดว่า คุณภราดร น่าจะมีอย่างไม่ครบถ้วนนัก ต่างกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายๆ คนของโลก หรือคนดังของสังคมที่ต้องมีบริษัทหรือคณะทำงานรับจ้างอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ดูแลแม้กระทั่งการแต่งตัว การทำผม เสื้อผ้า จิปาถะ

ถึงอย่างไรผมก็ยังให้ความนับถือ คุณภราดร ศรีชาพันธุ์ นับถือในความเป็นคนไทยและขอยกย่องเป็นคนไทยตัวอย่างอีกคนหนึ่ง ในจำนวนไม่กี่คนเวลานี้



------------------------------
เรื่องโดย : บรรเจิด ทวี
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2548
คอลัมน์ : เล่นท้ายเล่ม
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HUL2z

Follow autoinfo.co.th