บทความ

คดีขนผ้าอนามัย


ยอดปรารถนาของชาวเราขณะนี้คือ “รถยนต์” จำพวกรถเก๋งหรือกระบะ เพราะต้องการพึ่งพาตนเองไม่อยากเสี่ยงตายกับรถขนส่งมวลชนที่รัฐเป็นผู้บริหารแท้ๆ แต่ผลงานโหลโท่ยแก้ไม่ตกจนกระทั่งบัดนี้ แปลกรัฐบาลไม่ยักเสียคะแนนสักเท่าไร เพราะพี่แกขยันงัดมุกอื่นมาทำให้ชาวบ้านป่วน จนพากันลืมโวยเรื่องความเดือดร้อนจากปัญหาจราจร นี่มันยังงี้ซะด้วย

แม้การมีรถยนต์ใช้มันชวนให้ปลื้มไม่ว่าจะเป็นหนี้หัวโตแค่ไหน แต่สังเกตเห็นไหมว่าทุกคนกลัวอันตรายจากรถซึ่งเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ มีไม่น้อยที่ขนเครื่องรางของขลังใส่ไว้หน้ารถจนเพียบ พระทำด้วยโลหะองค์เขื่องเศียรแหลมเปี๊ยบยังอัญเชิญไปด้วยก็มี

น่ากลัวไม่น้อย ตัวอย่างจากข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร อายุสามสิบกว่า ขับรถเก๋งอยู่ในกทม. หลับในหรือยังไงไม่ทราบ รถทิ่มเข้ากับแท่งคอนกรีทปิดกั้นทาง เลขที่ออกไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้

“ปากกาลูกลื่น” ซึ่งเราๆ ท่านๆ พกอยู่ที่กระเป๋าเสื้อโดยทั่วไปกลายเป็นอาวุธร้าย โดนแรงกระทบกระแทกจากรถปักเข้าหน้าอกตรงหัวใจลึกครึ่งด้าม อีกครึ่งหักหล่นอยู่ในรถ หนุ่มใหญ่ผู้เคราะห์ร้ายตายด้วยปากกานี่เอง เพราะบาดแผลอื่นๆ แค่เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง

ถ้าจะบอกว่าเป็นเพียงหนึ่งในแสนในล้านรายก็น่าจะได้ แต่เป็นสิ่งควรสังวร ต่อไปผมคนหนึ่งล่ะจะไม่เหน็บปากกาที่กระเป๋าเสื้อเวลาขับรถ ไม่อยากตายแบบพิสดารเหมือนชาวศุลกากรรายนี้จึงบอกฝากมิตรรักแฟนเพลง เผื่อท่านไม่ทราบข่าวที่เกิดขึ้น

ไปว่ากันถึงเรื่องคดีความของเราซะที เกี่ยวกับการรับจ้างขนของแล้วเกิดการเสียหายระหว่างขนส่งเห็นว่าเป็นเรื่องน่ารู้จึงนำมาโชว์ตรงนี้ แม้จะเป็นการขนส่งทางทะเลก็เป็นความรู้ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการขนส่งทางรถได้เช่นกัน

“บริษัท กิมจิไทย จำกัด” สั่งซื้อสินค้าชนิดที่ผู้หญิงนำมาใช้อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ และที่เมืองจีนเขาห้ามไม่ให้โฆษณาทางทีวีอย่างบ้านเรา นั่นคือ “ผ้าอนามัย” จาก “บริษัท กิมจิเกาหลี จำกัด”จำนวน 1,687 กล่อง ราคาเกือบ 4 ล้านบาท เพื่อมาขายที่เมืองไทย ขนส่งทางเรือว่าจ้าง “บริษัท แล่นเรือเกาหลี จำกัด” เป็นผู้จัดส่ง

งานนี้ บริษัทกิมจิไทย ไม่ประมาท เพราะการขนส่งทางเรือหมายถึงคืบก็ทะเลศอกก็ทะเลจึงซื้อประกันไว้กับ “บริษัท ดีแน่ประกันภัย จำกัด”

ปรากฏว่าไม่เสียเบี้ยประกันฟรี เมื่อสินค้ามาถึงท่าเรือคลองเตย บริษัทกิมจิไทย ไปรับเอาสินค้ามาตรวจดูพบกว่าผ้าอนามัยตั้ง 143 กล่องใหญ่ ราคา 3 แสนกว่าบาทเปียกน้ำทะเล ขืนเอามาขายผู้ใช้โดนเกลือเข้าไปเต็มๆ ลองหลับตานึกภาพดูว่าจะเป็นอย่างไร จึงแจ้ง บริษัทดีแน่ประกันภัย ให้มารับผิดชอบ

บริษัทเขามวยหลัก มีการว่าจ้างบริษัทที่มีความชำนิชำนาญการตรวจพิสูจน์ว่าเสียหายจากอะไรกันแน่แล้วพบว่ากล่องกระดาษที่บรรจุผ้าอนามัยเปียกน้ำทะเล เนื่องจากพบสารคลอไรด์ซึ่งเป็นสารประกอบของเกลือ 0.04 เปอร์เซนต์ แสดงว่าโดนน้ำทะเลระหว่างขนส่งทางเรือ ไม่ใช่โดนน้ำจืด

บริษัทประกันทำหนังสือทวงถามให้บริษัทแล่นเรือเกาหลีและบริษัทแล่นเรือไทยซึ่งร่วมกันขนส่งโดยบริษัทแล่นเรือไทยขนทอดสุดท้ายถึงท่าเรือคลองเตย ให้รับผิดชอบจ่ายค่าเสียหาย ผู้รับขนสั่นหัวไม่จ่ายตามระเบียบ โยนไปว่าไม่ใช่ความผิดของเรา อย่างไรก็ไม่จ่าย มีอะไรหรือเปล่า

ลองทายดูสิว่าคดีแบบนี้ขึ้นศาลอะไรที่เมืองไทย ทายได้โดยไม่ต้องบ้าส่งเอสเอมเอสให้บริษัทโทรศัพท์โกยเงินเข้ากระเป๋า ทายถูกถือว่าเก่ง

บริษัทดีแน่ประกันภัย เป็นมวยจ้างทนายยื่นฟ้องไปที่ศาลทรัพย์สินทางปัญหาโน่น บังคับให้บริษัทแล่นเรือทั้งสอง ซึ่งเขาไม่ใช่คำว่าเดินเรือ เพราะเรือไม่มีเท้าคงเดินไม่ได้ ร่วมกันรับผิด 3 แสนกว่าบาทพร้อมดอกเบี้ย อ้างว่าขนส่งไม่ดี ทำให้สินค้าโดนน้ำเค็มในทะเลเสียหายเอาไปขายให้ผู้หญิงใช้ได้ซะเมื่อไหร่

จำเลยทั้งสองสู้คดี เถียงข้างๆ คูๆ ว่า เจ้าของสินค้ารู้อยู่นี่ว่าผ้าอนามัยโดนความชื้นไม่ได้จึงต้องระมัดระวังหีบห่อด้วยวัสดุป้องกันน้ำได้ แต่ทะลึ่งไม่ทำดันใส่กล่องกระดาษ เลยเกิดเรื่องเจ้าของสินค้ายังผนึกตู้คอนเทเนอร์เองอีกต่างหาก จะมาโทษเราได้ยังไง สินค้าถึงท่าเรือคลองเตยอย่างเรียบร้อย ไม่ได้เสียหายระหว่างขนส่ง คงจะเปียกน้ำที่ท่าเรือคลองเตยตอนขนขึ้นจากเรือแล้วนั่นแหละ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรกคือศาลทรัพย์สินทางปัญญากลางพิจารณาตามขั้นตอนสไตล์นายกชวนแล้ว ตัดสินให้บริษัทแล่นเรือเกาหลี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญารับขนสินค้าจ่ายค่าเสียหายเต็มตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย ยกฟ้องบริษัทแล่นเรือไทย จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้รับช่วงโดยไม่ได้ทำสัญญาอะไรกับเจ้าของสินค้า

โจทก์คือบริษัทประกันภัยดีแน่พอใจคำตัดสิน ไม่ดิ้นรนอะไรอีก

จำเลยที่ 2 ซึ่งแพ้คดีแต่ผู้เดียวหาทางเด้งเชือกด้วยการอุทธรณ์ แต่ไม่ได้อุทธรณ์ไปที่ศาลอุทธรณ์ตามปกติเหมือนคดีทั่วไป โน่นอุทธรณ์ไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาเล่นแค่สองจังหวะก็รู้ผลเด็ดขาด ไม่ต้องไต่บันไดสามขั้นให้เสียเวลา แก้ตัวอย่างเดิมขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาเหม่อมองดูคดีนี้ด้วยความอ่อนเพลียเล็กน้อย ตั้งหลักได้จึงพิจารณาอย่างเนิบๆ ตามประสาคนมีอายุแล้วชี้จนขาดออกมาว่า

ผู้ทำสัญญารับขนสินค้าคือจำเลยที่ 2 อย่างเห็นๆ จึงชิ่งไปทางไหนไม่ได้

ประเด็นว่าสินค้าเสียหายระหว่างขนส่งหรือไม่ งานนี้ฝ่ายผู้ที่ได้รับความเสียหายเขามวยหลักจ้างบริษัทผู้ชำนาญการตรวจสอบ พบว่ากล่องที่ใส่ของเปียกน้ำพบว่ามีสารคลอไรด์ซึ่งมีอยู่ในเกลือทะเลไม่ใช่น้อย ตั้ง 0.04 เปอร์เซนต์ บ่งชัดว่าโดนน้ำทะเลระหว่างขนส่ง ไม่ใช่โดนน้ำธรรมดาที่ท่าเรือคลองเตย อย่ามาเถียงซะให้ยาก

ที่จำเลยโมเมว่าส่งมอบสินค้าให้ท่าเรือคลองเตยแล้ว ตามกฎหมาย พรบ. การรับขนของทางทะเลปี 2534 สันนิษฐานว่า รับสินค้าไว้ในสภาพ จำนวน น้ำหนัก และรายละเอียดอื่นๆ ตรงตามใบขนไม่มีอะไรเสียหายนั้น ศาลฎีกาศอกกลับว่า ไม่ใช่ข้อสันนิษฐานเป็นเด็ดขาด โจทก์เขามีสิทธินำสืบถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น จะเอากฎหมายมาโมเมมัดเขาไม่ได้หรอก

ข้อที่จำเลยอ้างว่าไม่ได้ส่งสินค้าไปตรวจพิสูจน์ส่งแต่วัสดุห่อหุ้มหรือกล่องบรรจุสินค้า จึงยืนยันไม่ได้ว่าเสียหายจากน้ำทะเลระหว่างขนส่ง ศาลฎีกาบอกว่าพอเพียงที่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้าโดนน้ำทะเลระหว่างขนส่งแล้วล่ะ

ที่จำเลยเถียงว่าตู้คอนเทเนอร์มิดชิดสินค้าไม่โดนน้ำทะเลหรอก ศาลฎีกายันว่า เรือในทะเลต้องโดนคลื่นลมเป็นธรรมดา น้ำทะเลมีโอกาสเข้ามาในระวางสินค้าอย่างแหงๆ เมื่อจำเลยไม่ได้นำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่าระวางเรือมีสิ่งปิดกั้นมิดชิดจนน้ำเข้าไม่ได้ จึงแก้ตัวไม่พ้นผิด

ว่าแล้วศาลฎีกาก็พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ผู้รับขนสินค้าทางเรือจ่ายเงินตามฟ้อง

งานนี้ถ้าเป็นการขนส่งทางรถ แล้วรถอยู่บนเรือเฟอรี่แล่นอยู่ในน้ำทะเล ผู้รับขนหรือเจ้าของรถบรรทุกไม่ไม่ระมัดระวัง คลุมรถหรือปิดกั้นให้ดี น้ำทะเลที่ซัดสาดเข้ามาโดนสินค้าเสียหาย มันก็เข้าทำนองเดียวกับคดีนี้นั่นเอง

เห็นไหมว่าเรื่องของการขนส่งทางเรือเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางรถได้เหมือนกัน



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2548
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/OxsF2

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th