บทความ

ระวังกลโกงอู่ซ่อมรถ 2


ฉบับที่แล้วเราคุยกันเรื่อง กลโกงบรรดาอู่ซ่อมรถ ซึ่งหลายคนคงเจอมาแล้วกับตัวเอง ในขณะที่บางคนอาจเคยได้รับคำบอกเล่ามาจากเพื่อนๆ ที่เคยเจอมา สำหรับหลายคนได้แต่เคยได้ยินได้ฟังคำเล่าขานมาบ้างแต่ยังไม่เคยเจอกับตัวเอง ก็ต้องขอเตือนให้ระวังไว้นะครับ ถ้าไม่เลือกเข้าซ่อมในอู่ที่มีมาตราฐาน มีระบบตรวจสอบที่ดี โชคไม่ดีก็อาจจะเจอกลโกงของอู่ด้วยตัวเองจริงๆ เข้าสักวันก็เป็นได้ หรืออาจเจอมาแล้วแต่ไม่รู้ตัว

ที่เตือนมานี้มิได้ต้องการให้ทุกคนมองอู่ซ่อมในแง่ร้ายนะครับ การมองโลกในแง่ดีเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ แต่ก็อยากให้เรามองโลกด้วยความเป็นจริงมากกว่า เพราะโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมีทั้งแง่ดีและแง่ร้าย เราจำเป็นต้องระมัดระวังและป้องกันตัวเองเป็นดีที่สุด สำหรับรถที่ทำประกันภัยหรือถูกรถประกันภัยเฉี่ยวชน และเข้าซ่อมกับอู่ที่บริษัทสั่งซ่อมก็อาจจะเจอกลโกงของอู่ที่กล่าวมาในฉบับที่แล้วน้อยกว่ารถที่เข้าซ่อมกับอู่ที่เข้าซ่อมเอง

แต่ก็มิได้หมายความว่าอู่ประกันจะไม่มีกลโกงนะครับ ซึ่งคนทั่วไปอาจคิดว่าอู่ประกันคงจะโกงยากเพราะบริษัทประกันมีระบบควบคุมราคาซ่อมและอะไหล่ทุกชิ้นอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ถ้าอู่โกงได้ก็โครตเก่งเลย อันที่จริงแล้วอู่ประกันก็โกงได้เช่นเดียวกับอู่ทั่วไปนั่นแหละ แม้อู่ที่ได้รับการยกระดับเป็นอู่กลางก็ยังถูกขึ้นบัญชีโกงเลย แต่ยอมรับว่าอู่ประกันมีกลวิธีที่สูงกว่าอู่ทั่วไปและส่วนใหญ่จะทำกันเป็นทีมโดยมีพนักงานเคลม พนักงานคุมราคาของบริษัทประกันภัย ร้านอะไหล่ในเครือของประกันภัย ร่วมกันโกงบริษัทและลูกค้า

คนโดยทั่วไปมักมีความเชื่อว่าอู่ประกันซ่อมไม่ค่อยดี ไม่ค่อยมีคุณภาพ สาเหตุเนื่องมาจากบริษัทประกันภัยให้ราคาซ่อมต่ำ อีกทั้งยังมีระบบตรวจสอบคุมเข้มทั้งอะไหล่และการซ่อมอย่างเข้มงวด อู่ที่รับงานประกันจึงหน้าแห้งรายได้หดโดยเฉพาะถ้าซ่อมรถคู่กรณีด้วยแล้วราคาถูกกดไปอีก 30-50 % แถมเงินงวดจ่ายค่าซ่อมจะออกช้าไปเป็นเดือนถึงสองเดือนแล้วแต่บริษัท ถ้าโชคไม่ดีไปซ่อมให้กับบริษัทที่สภาพคล่องแย่อาจต้องรอ 3 เดือน 6 เดือน จึงจะได้เงินค่าซ่อม คนในวงการอู่ประกันมักรู้ดีว่าบริษัทไหนจ่ายเงินค่าซ่อมเป็นอย่างไร

และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่คนในวงการอู่ต้องปรับตัวโดยการยกระดับไปเป็นอู่กลางที่ได้ค่าซ่อมราคาดีกว่า หันหลังให้กับบริษัทประกันภัยที่จ่ายน้อยจ่ายช้าไปทำสัญญาซ่อมให้กับบริษัทประกันภัยที่จ่ายดีกว่าจ่ายดีกว่า หรือมิฉะนั้นก็ต้องหาทางซิกแซกร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บริษัทประกันหาทางเพิ่มรายได้ให้อู่โดยวิธีการต่างๆ อันเป็นที่มาของกลโกงอู่ประกัน

เป็นที่ทราบกันดีว่าธุรกิจประกันภัยเป็นธุรกิจที่ต้องมีระบบตรวจสอบหลายชั้น เพราะมีจุดรั่วไหลมากมาย แต่โดยที่คนออกแบบระบบ และคนก็เป็นคนคุมระบบ ไม่ว่าระบบจะดีเพียงใดถ้าได้คนไม่ดีเข้ามาในระบบก็ทำให้ระบบตรวจสอบได้ยากเช่นกัน ที่เขาโกงกันส่วนใหญ่มิใช่ว่าระบบมันโกง แต่คนในระบบโกงกันเองเสียมากกว่าโดยทำการโกงกันอย่างเป็นระบบ โกงกันเป็นทีมเลยทำให้ตรวจสอบยากเพราะคนตรวจสอบก็อยู่ในทีมนั้นด้วย

อู่ประกันเขาโกงกันอย่างไรหรือ คำตอบเขาก็โกงกันเช่นเดียวกับอู่ทั่วไปนั่นแหละ โดยเฉพาะอู่ที่เหมาซ่อมอู่พวกนี้จะจัดซื้อจัดหาอะไหล่เองก็ต้องหาช่องทางลดต้นทุนสร้างกำไรจากอะไหล่นั่นแหละ ทั้งอะไหล่เทียมอะไหล่มือสองต้องได้ราคาถูกและมีแหล่งที่จะส่งให้ ส่วนคุณภาพก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันที่จริงการลดต้นทุนก็ไม่ใช่เรื่องผิดถ้าสิ่งที่ทำสิ่งที่ได้มาอยู่ในครรลองครองธรรมคือไม่ได้โกง แต่ส่วนใหญ่อู่พวกนี้จะทำการโกงเช่นเดียวกับอู่ทั่วไปที่ได้กล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว

มีคำถามต่อมาว่า แล้วบริษัทมีระบบตรวจสอบควบคุมไม่ได้หรือ อย่างที่บอกแหละอู่ทำการโกงแต่เพียงลำพังอาจตรวจสอบพบโดยไม่ยากนัก ซึ่งก็ตรวจสอบพบบ่อยครั้ง แต่ถ้าอู่ร่วมกับพนักงานเคลมและพนักงานคุมราคาของบริษัททำการโกงโอกาสตรวจพบก็จะยาก โดยพนักงานเคลมทำรายการเคลมมากกว่ารายการเสียหายจริงโดยการสร้างหลักฐานขึ้นจากภาพถ่าย และพนักงานคุมราคาก็เออออห่อหมกคุมราคาค่าเสียหายเพื่อสั่งซ่อมตามรายการนั้นด้วย ไม่ว่าจะมีการซ่อมจริงหรือไม่ก็ตาม รายการที่ทำขึ้น หรือราคาที่สร้างขึ้นและได้รับการอนุมัติแล้ว ย่อมสามารถเบิกเงินค่าซ่อมจากบริษัทได้เสมอ โดยรายการดังกล่าวสามารถแบ่งสรรปันส่วนกันได้ระหว่างอู่กับพนักงานเคลมและพนักงานคุมราคาอย่างสบายอุรา

เจ้าของรถหลายคนมักสงสัยว่าทำไม ? ค่าซ่อมที่อู่ประกันเบิกจากบริษัทประกันไปเพื่อการซ่อมรถที่เสียหายจึงสูงกว่าความเป็นจริงมากทั้งที่ดูจากความเสียหายแล้วไม่น่าจะสูงถึงขนาดนั้น เช่น ค่าซ่อม 3 รายการประมาณว่าซ่อมสัก 7,000 บาท แต่ดูจากรายงานค่าเสียหายสูงถึง 15,000 บาท ทำให้ค่าเบี้ยปีต่ออายุแพงขึ้น เนื่องจากไม่ได้รับส่วนลดประวัติดีตามเกณฑ์ที่ควรได้ บางคนอาจถูกเพิ่มเบี้ยเพราะประวัติไม่ดีคือมีเคลมค่าเสียหายสูงกว่า 200 % ของค่าเบี้ยสุทธิปีที่ผ่านมา ทั้งที่ความเสียหายที่เกิดจริงไม่น่าจะมีค่าซ่อมถึงขนาดที่ประกันแจ้งในใบเตือนต่ออายุ

พอเจ้าของรถขอเข้าไปดูในรายละเอียดปรากฏว่ามีการเคลมความเสียหายมากว่ารายการที่เกิดขึ้นจริงหลายรายการ เช่น มีการแจ้งเคลมทั้งหมด 2 ครั้ง เคลมครั้งที่ 1 มีรายการความเสียหาย 2 รายการ เคลมครั้งที่ 2 มีรายการความเสียหาย 3 รายการ ปรากฏว่าในบันทึกค่าสินไหมทดแทนจ่ายของบริษัทมีรายการเคลมครั้งที่ 3 เพิ่มขึ้นมาโดยมีรายการความเสียหายอีก 3 รายการ ซึ่งเป็นรายการซ้ำกับครั้งที่ 1 และ 2 บางส่วน ซึ่งอู่ได้ทำการซ่อมไปแล้ว และทำการเบิกจ่ายโดยอู่ที่ซ่อมเดิมซึ่งซ่อมในการเคลมครั้งแรกและครั้งที่สองนั่นเอง นั้นก็หมายความว่าเคลมครั้งที่ 3 เป็นเคลมผี ไม่มีการซ่อมจริงแต่เอารายการซ่อมเดิมมาสร้างหลักฐานมาการเบิกเงินค่าซ่อมไป

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ 2 กรณีคือ กรณีแรกอู่ซ่อมดำเนินนการเองโดยอาศัยหลักฐานที่ผู้เอาประกันไปเซ็นไว้ครั้งที่เข้าไปทำเคลมที่อู่ ไม่ว่าจะเป็นใบเคลมฟอร์ม รายการความเสียหาย บัตรประชาชน ใบขับขี่ แม้แต่รายเซ็นที่อู่ให้เซ็นไว้ในใบรับ/ส่งรถไว้ซ่อม ซึ่งมักจะมีการเอกสารแบบฟอร์ที่ยังไม่ได้กรอกแนบมาให้เซ้นด้วยเสมอ ซึ่งเจ้าของรถ หรือคนขับขี่ มักไม่ค่อยได้สังเกตแล้วก็เซ็นให้ไป สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นเอกสารที่อู่นำมาใช้ทำเคลมรายการเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มรายการความเสียหายจากเคลมที่กำลังสั่งซ่อม เช่น จากเดิม 2 รายการ เป็น 4-5 รายการ หรือ มีการทำเคลมขึ้นมาใหม่ภายหลังโดยที่ไม่มีการซ่อมจริงแต่อาศัยภาพความเสียหายและภาพการซ่อมเดิมมาเบิกค่าซ่อมไป และเจ้าของรถก็ไม่ทราบว่ามีการซ่อมอะไรไปบ้าง ถึงเวลานัดหมายก็ไปรับรถที่อู่ซ่อมเสร็จเรียบร้อยกลับไปใช้งานโดยไม่ได้สงสัย

กรณีที่สอง เป็นการทำรายการเคลมขึ้นโดยพนักงานเคลมร่วมกับอู่ซ่อมและพนักงานคุมราคาโดยอาศัยหลักฐานการเคลมเดิมบางส่วน และทำเช่นเดียวกับที่อู่ทำการซ่อมเอง แล้วจัดแบ่งผลประโยชน์กันตามระเบียบ ในบางกรณีเจ้าของรถก็เป็นงง เพราะปีนี้ไม่เคยแจ้งเคลมแจ้งซ่อมเลยแต่ปรากฏในรายการเตือนต่ออายุประกันระบุว่ามีรายการเคลมความเสียหายซึ่งได้เบิกจ่ายค่าซ่อมไปแล้ว พอขอตรวจสอบพบว่าเป็นรายการเคลมและซ่อมของปีก่อนหน้านี้ที่เคยซ่อมและเบิกจ่ายไปแล้ว ทำไมมาเบิกจ่ายในปีนี้อีกโดยอู่ซ่อมเดิมมีหลักฐานเคลมที่เป็นรายเซ็นชื่อของตนเองถูกต้องด้วย พูดไม่ออกว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำให้ไม่ได้รับส่วนลดประวัติดีในเบี้ยประกันปีต่ออายุ

กรณีดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นได้ทั้งกับอู่ประกัน อู่กลาง และอู่ห้าง โดยเฉพาะอู่ห้างเจ้าของรถมักจะชอบเข้าซ่อมเพราะมั่นใจว่าต้องซ่อมดีมีมาตรฐานและได้อะไหล่แท้ แต่ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ต่างจากอู่มาตรฐานทั่วไปเท่าใดนัก เพราะอู่ห้างส่วนใหญ่ไม่ได้ซ่อมเองมักจะส่งงานให้อู่ข้างนอกซ่อม แล้วเบิกอะไหล่จากห้างแต่ตอนคิดราคาค่าซ่อมก็เป็นราคาห้างซึ่งจะแพงกว่าอู่ทั่วไปอยู่ประมาณ 30-50% และที่สำคัญคือรายการอะไหล่จะถูกเสนอให้เปลี่ยนตลอดทั้งที่ความเสียหายไม่ถึงขนาดต้องเปลี่ยนสามารถซ่อมคืนสภาพเดิมได้ตามปกติ จนหลายบริษัทประกันภัยต้องรับสภาพขาดทุนอย่างมากจากการที่รถเข้าซ่อมห้างต้องปรับเพิ่มเบี้ยประกันรถเข้าซ่อมห้างสูงขึ้นจากปกติ

ปัญหาเหล่านี้เป็นกลโกงที่ทำให้เกิดรายการความเสียหายจากการเคลมสูง ผู้ซึ่งเสียประโยชน์โดยตรงก็คือบริษัทประกันที่จ่ายค่าซ่อมไป และเจ้าของรถที่ต้องจ่ายค่าเบี้ยในปีถัดไปสูงขึ้นโดยไม่สมเหตุสมผล เรื่องนี้ผู้เป็นเจ้าของรถเองจะต้องระมัดระวังตรวจสอบรายการความเสียหายและไม่เซ็นเอกสารแบบฟอร์มเปล่า ไม่ควรให้สำเนาใบขับขี่หรือสำเนาบัตรประชาชนกับอู่โดยไม่มีการขีดฆ่าและระบุวัตถุประสงค์การใช้วันที่ที่เซ็นรับรองให้ชัดเจน มิฉะนั้นอาจจะถูกนำมาแอบอ้างใช้ในภายหลังทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้

เรื่องของกลโกงอู่ซ่อมนี้เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป ทำให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นายพงษ์ ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ในฐานะกำกับดูแลกรมการประกันภัย ต้องออกมากำหนดนโยบายมาตรฐานของอู่กลางใหม่เพราะ “ปัญหาที่ผู้บริโภคร้องเรียนเข้ามาก็เป็นปัญหาเดิมๆ คือ อู่ไม่มีมาตรฐานทั้งในเรื่องราคา บริการ และการซ่อม โดยได้มอบให้สมาคมประกันวินาศภัยกำหนดมาตรฐานของอู่กลางฯขึ้นมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาของวัสดุอุปกรณ์จะต้องตรวจสอบได้การบริหารจัดการต้องโปร่งใส และจำเป็นจะต้องนำระบบ E-CLAIM เข้ามาใช้ให้ได้มากที่สุด”

นอกจากนั้นยังมีมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจสอบและลงโทษอู่กลางที่ไม่ได้มาตรฐานด้วยโดยอู่ที่มีปัญหาจะต้องถูกประเมินเป็นประจำและต้องเพิ่มโทษปรับเป็น 10 เท่าไม่ใช่แค่ 30,000 อย่างในปัจจุบัน และหากทุจริตรุนแรงก็ให้สั่งปิดได้ทันที โดยเฉพาะกับอู่สมาชิกที่ถูกจัดไว้ในเกรดซี ที่คุณสมบัติและมาตรฐานอาจขาดตกบกพร่องไป จะเป็นกลุ่มที่จะถูกเพ่งเล็งมากที่สุด โดยกำชับให้คณะกรรมการอู่กลางฯกำหนดบทลงโทษอู่สมาชิกขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการตักเตือนปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท กระทั่งมาตรการสุดท้ายคือ คำสั่งให้ปิดกิจการ

การที่รัฐมนตรีต้องออกนโยบายและสั่งการเช่นนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอู่ซ่อมประกันภัยที่ผ่านมาถึงเวลาแล้วต้องมีมาตรฐานและโปร่งใส่ตรวจสอบได้ ไม่ทำให้เกิดปัญหาแก่เจ้าของรถและสังคมอีกต่อไป …



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล นิติธรรมโกศล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2548
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/HzIkW
อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th