บทความ

สังเวียน เอฟ 1 ยังอยู่ภายใต้การคุมบังเหียนของม้าป่าลำพอง


สังเวียน เอฟ 1 ยังอยู่ภายใต้การคุมบังเหียนของม้าป่าลำพองแม้ว่า มิคาเอล ชูมาเคร์ ไม่ได้คว้าแชมพ์ทั้ง 2 สนาม แต่ “รูบินโญ” มือสองของม้าป่าลำพองสีแดงเพลิงแห่งมาราเนลโล กู้สถานการณ์โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในช่วงจังหวะ และโอกาสที่เหมาะสมที่สุด ส่งผลขึ้นไปคว้ารองแชมพ์โลกประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ เป็นไปตามเป้าหมายที่ทีม แฟร์รารี ตั้งเป้าหมายไว้ ขณะที่อันดับ 3 คงเบียดลุ้นกันถึงโค้งสุดท้ายของสนามปิดฤดูกาล เช่นเดียวกับรองแชมพ์โลกประเภททีมผู้ผลิตแม้ว่าทีม แฟร์รารี จะครองความยิ่งใหญ่บนสังเวียน ฟอร์มูลา วัน มาอย่างต่อเนื่องในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ด้วยการกวาดแชมพ์โลกประเภทผู้ขับไปได้ติดต่อกันถึง 5 สมัยซ้อน และประเภททีมผู้ผลิตได้ถึง 6 สมัยซ้อน ซึ่งเป็นการคว้าดับเบิลแชมพ์ 5 สมัย แต่การคืนสู่สนามแบบเต็มรูปแบบของทีม เรอโนลต์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้สร้างความกดดันให้แก่ทีมระดับหัวแถวไม่น้อย เช่นเดียวกับทีม บาร์หลังจากที่ได้มีการปรับเปลี่ยนนักขับ และปรับปรุงทีมครั้งใหญ่ ส่งผลให้ทีมแข่งลูกผสมแห่งอังกฤษทีมนี้ ก้าวขึ้นมาอยู่ระดับหัวแถวแบบพลิกความคาดหมาย

ทีมน้องใหม่ และนักขับน้องใหม่ประจำทีม เรอโนลต์ และทีม บาร์ ได้โชว์ศักยภาพ ด้วยการเขี่ยทีมวิลเลียมส์และทีม แมคลาเรน ตกไปอยู่ขอบสนามตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาลเลยทีเดียว และอันดับรองแชมพ์โลกประจำปีนี้หนีไม่พ้น 2 ทีมจากฝรั่งเศส และอังกฤษ ที่ต้องดวลล้อกันถึงโค้งสุดท้ายของ อินเตร์ ลาโกส เซอร์กิท ที่ บราซิล กรองด์ปรีซ์ อย่างแน่นอน

สำหรับ 2 สนามในศึก อิตาลี กรองด์ปรีซ์ และ จีน กรองด์ปรีซ์ มิคาเอล ชูมาเคร์ ไม่สามารถโชว์ความโดดเด่นได้เช่นครั้งที่ผ่านมา เกิดความผิดพลาดหลายครั้งด้วยกัน โดยเฉพาะที่ เซียงไฮ้ เซอร์กิท สนามประลองความเร็วแห่งใหม่ล่าสุดในตารางการแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน จนกระทั่งไปจบการแข่งขันในอันดับที่ไม่มีแต้มติดมือออกไปเลย ขณะที่ รูเบนส์ บาร์ริเชลโล สามารถกวาดแชมพ์ไปได้ถึง 2 สนามติดต่อกัน

 

อิตาลี กรองด์ปรีซ์
แฟร์รารี เรียงแถวเข้าเส้นชัยในอันดับ 1-2 ในคอกของตัวเอง

ศึก ฟอร์มูลา วัน สนามที่ 15 รายการ อิตาลี กรองด์ปรีซ์ แข่งขันที่ มนซา เซอร์กิท อีกหนึ่งสนามในถิ่นของทีมม้าป่าลำพองสีแดงเพลิงแห่งมาราเนลโล และ 2 นักขับประจำทีมไม่สร้างความผิดหวังให้แก่บรรดากองเชียร์เจ้าถิ่นที่แห่กันเข้ามาเต็มสนาม จน มนซา เซอร์กิท เต็มไปด้วยสีแดงทั้งสนามอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการเรียงแถวเข้าเส้นชัยใน 2 อันดับแรกของทีม แฟร์รารี

แต่แชมพ์ประจำสนามที่ 15 ของฤดูกาลปี 2004 กลับตกเป็นของมือสองของ แฟร์รารี รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แบบมีพลิกลอคเล็กน้อย หยุดสถิติการคว้าแชมพ์อย่างต่อเนื่องของ มิคาเอล ชูมาเคร์ ไปโดยปริยาย และเป็นการคว้าแชมพ์ครั้งแรกประจำฤดูกาลนี้ของ “รูบินโญ” ที่บราซิล ที่ไม่สามารถทาบรัศมี อาร์ยทัน เซนนา เจ้าตำนาน ฟอร์มูลา วัน ที่จบชีวิตจากอุบัติเหตุอย่างรุนแรงที่ อีโมลา เซอร์กิท เมื่อหลายปีก่อน

ก่อนการแข่งขันในรายการนี้ มิคาเอล ได้ออกมากล่าวว่า “หากรองแชมพ์ประจำปีนี้ไม่ตกเป็นของ บาร์ริเชลโล เขาคงนอนไม่หลับแน่ เป็นสัญญาณที่พอจะบอกได้ว่า นับจากสนามนี้เป็นต้นไป ทีมแฟร์รารี จะผลักดันให้มือ 2 ของทีมขึ้นไปคว้ารองแชมพ์โลกให้ได้ เนื่องจากแต้มสะสมประเภทผู้ขับไม่ทิ่งห่างกันมากนักระหว่างอันดับ 2-4″

อิตาลี กรองด์ปรีซ์ จึงเป็นอีกหนึ่งสนามที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อบรรดาทีมระดับหัวแถวในการก้าวขึ้นเบียดลุ้นรองแชมพ์โลกในปีนี้ สังเวียนนี้จึงร้อนระอุตั้งแต่ในรอบควอลิฟายด์ จนกระทั่งถึงวันแข่งจริงแม้ว่าจะมีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้าก็ตาม

มนซา เซอร์กิท มีความยาวต่อรอบสนามเท่ากับ 5.793 กม. แข่งขันทั้งหมดรวม 53 รอบสนามระยะทางรวม 306.720 กม. มีโค้งทั้งหมดรวม 10 โค้ง เป็นโค้งซ้าย 4 และโค้งขวา 6 โค้ง ลักษณะของสนามมีดาวน์ฟอร์ศต่ำ มิคาเอล เป็นนักขับที่ทำสถิติความเร็วสูงสุดต่อรอบสนามไว้เมื่อปีที่แล้ว ด้วยเวลา 1 นาที 21.832 วินาที และ ฮูอัน ปาบโล มนโตยา ทำเวลาได้ดีที่สุดในรอบควอลิฟายด์ ด้วยเวลา 1 นาที 20.264 วินาที

รูเบนส์ บาร์ริเชลโล คว้าโพลโพสิชันได้ในรายการนี้ พร้อมกับการคว้าแชมพ์แรกของฤดูกาลและเป็นการเรียงแถวเข้าเส้นชัยใน 2 อันดับแรกของทีม แฟร์รารี เป็นสนามที่ 8 ของฤดูกาลนี้ส่วนอันดับ 3 ตกเป็นของ เจนสัน บัททัน ดาวรุ่งจากอังกฤษ ทีม บาร์ เป็นการขึ้นโพเดียมเป็นสนามที่ 8 ของปีนี้

และ บาร์ริเชลโล คว้าโพลโพสิชันให้แก่ทีม แฟร์รารี ครั้งนี้เป็นโพลที่ 175 ของ แฟร์รารี และเป็นครั้งที่ 11 ในชีวิตการแข่งขันรถสูตรหนึ่งของเขา ส่วนอันดับ 2 ของตำแหน่งสตาร์ทจากกริด ตกเป็นของ มนโตยา ดาวรุ่งจากโคลัมเบียแห่งทีม วิลเลียมส์ ตามมาด้วย มิคาเอล ส่วนอันดับที่ 4 เป็นของแฟร์นันโด อาลนโซ อีกหนึ่งดาวรุ่งจากเมืองกระทิงดุแห่งทีม เรอโนลต์ และทีม บาร์ อีก 2 คันในอันดับ 5-6 อันดับ 7 เป็นของ คีมี ไรค์โคเนน เจ้าของแชมพ์สนามที่แล้ว และแชมพ์แรกในฤดูกาลนี้ของทีม แมคลาเรน

ในช่วงเช้าได้มีฝนตก สภาพสนามเปียกชื้น การเลือกใช้ยางเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการคว้าแชมพ์ในเซอร์กิทแห่งนี้ หลังจากสัญญาณไฟออกสตาร์ท ได้มีการช่วงชิงอันดับก่อนเข้าโค้งแรก อาลนโซ สามารถออกสตาร์ทได้ดีที่สุดจากอันดับ 4 ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ส่วน บาร์ริเชลโล ออกสตาร์ทได้ดีเช่นกัน ชิงเข้าโค้งแรกไปก่อนใคร ขณะที่ มิคาเอล ตัดโค้งชิเคนแรก แต่ก็ยังตามหลัง มนโตยา และไปหลุดในช่วงโค้งชิเคนที่ 2 อันดับหล่นไปอยู่ที่ 15 หลังจากเกิดเฉี่ยวชนกับ บัททัน

เฟลิเป มัสซา แห่งทีม เซาเบอร์ สร้างผลงานได้โดดเด่นเช่นกัน เพียงรอบแรกสามารถขยับอันดับขึ้นไปอยู่ที่ 7 หลังออกสตาร์ทจากอันดับ 16 แต่รถไปเฉี่ยวชนกับ นิค ไฮด์เฟลด์ ทีมจอร์แดน ต้องเข้าพิทไปเปลี่ยนแผงสปอยเลอร์หน้า ส่วน ออลีวีแอร์ ปานีส จากทีมโตโยตา ไปชนท้ายรถของ อันโตนีโอ ปิซโซนีอา แห่งทีม วิลเลียมส์ ที่ลงมาขับแทน ราล์ฟ ชูมาเคร์ ที่ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ศึก สหรัฐ กรองด์ปรีซ์ และรถหลุดไปลงหล่มทราย ต้องออกจากการแข่งขันไปตั้งแต่ช่วงแรก ส่วน ปิซโซนีอา สามารถแข่งขันต่อไปได้ และในช่วงกลางของการแข่งขัน บาร์ริเชลโล ได้เข้าพิทไปเปลี่ยนยางเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพสนาม เป็นผลให้ อาลนโซ ขึ้นมานำหัวแถว ตามมาด้วย บัททันซึ่งหลังจากจบการแข่งขัน บาร์ริเชลโล ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “เขาคงหมดโอกาสคว้าแชมพ์ประจำรายการนี้ หลังจากออกจากพิทมาอันดับของเขาหล่นไปอยู่ที่ 4″ แต่ในท้ายที่สุด อาลนโซ ต้องออกจากการแข่งขันไป ขณะที่เหลืออีกเพียง 13 รอบสนาม หลังจากรถหมุนหลุดออกนอกทแรค อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ บาร์ริเชลโล คว้าแชพ์แรกของฤดูกาลได้สำเร็จ

บาร์ริเชลโล เคยคว้าแชมพ์ประจำรายการนี้ได้เมื่อปี 2002 เเละเป็นการคว้าแชมพ์ได้ 2 ครั้งในสนามเดียวกัน ทางด้านทีม บาร์ ประสบความสำเร็จอีกสนาม ด้วยการเข้าเส้นชัยแบบมีแต้มทั้ง 2 คัน เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 3-4 เก็บแต้มออกไปได้อีก 11 แต้ม โดย บัททัน เข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ตามมาด้วย ทาคูมา ซาโต ส่งผลให้คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิตขึ้นไปอยู่อันดับ 2 มี 94 แต้มตามมาด้วยทีม เรอโนลต์ มี 91 แต้ม โดยสนามนี้ทีม เรอโนลต์ ไม่สามารถเก็บแต้มออกไปได้ โดย อาลนโซ ต้องออกจากการแข่งขันไป ในขณะที่เพื่อนร่วมทีม ยาร์โน ตรุลลี จบการแข่งขันในอันดับ 10

ทีม วิลเลียมส์ เป็นอีกทีมในสนามนี้ ที่ประสบความสำเร็จด้วยการเข้าเส้นชัยแบบมีแต้มทั้ง 2 คันเช่นกัน มนโตยาที่คว้าอันดับ 2 ของโพลโพสิชัน จบการแข่งขันในอันดับ 5 และ ปิซโซนีอาจบการแข่งขันในอันดับที่ 7 ส่วนทีมแมคลาเรน เดวิด คุลธาร์ด ทีม แมคลาเรน เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 6 แต่ ไรค์โคเนน ต้องออกจากการแข่งขันไปเป็นคันที่ 2 ของการแข่งขัน เนื่องจากเครื่องยนต์พัง

มิคาเอล ชูมาเคร์ เป็นนักขับที่มาคว้าแชมพ์ประจำรายการนี้ได้มากที่สุด ทั้งหมด รวม 4 ครั้งด้วยกันเป็นสถิติการคว้าแชมพ์สูงสุดประจำ มนซา เซอร์กิท

 

ผลการแข่งขัน อิตาลี กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 1 ชั่วโมง 15 นาที 18 วินาที
2 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี + 1.347 วินาที
3 เจนสัน บัททัน บาร์ + 10.197 วินาที
4 ทาคูมา ซาโต บาร์ + 15.370 วินาที
5 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ + 32.352 วินาที

 

จีน กรองด์ปรีซ์
บาร์ริเชลโล กู้ชื่อให้ แฟร์รารี
มิคาเอล ถึงจุดตกต่ำสุดในรอบหลายปี

ศึก จีน กรองด์ปรีซ์ ได้รับการบรรจุเข้าตารางการแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน เป็นครั้งแรกในปีนี้ หลังจากความพยายามมาเป็นเวลาหลายปีของรัฐบาลจีน ที่ผลักดันให้รายการแข่งรถรายการนี้มาจัดขึ้นในประเทศ

เซียงไฮ้ เซอร์กิท สนามแข่งขัน ฟอร์มูลา วัน แห่งใหม่ล่าสุดในประเทศจีน ชานเมืองเซียงไฮได้ถูกจัดเป็นสนามแข่งขันในศึก กรองด์ปรีซ์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของจีน เซอร์กิทแห่งนี้เป็นสนามแข่งขันสมัยใหม่ที่สุดในจีน โดยได้รับการออกแบบให้หลายโค้งมีองศารับโค้ง เพื่อการยึดเกาะถนนที่ดีกว่า รถแข่งสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้น และมีจุดที่รถแข่งสามารถแซงกันได้อยู่หลายจุดด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งความเร้าใจที่แตกต่างกับเซอร์กิทรุ่นเก่า และช่วงทางตรงยาวรถแข่งสามารถทำความเร็วได้สูงสุดของกำลังของเครื่องยนต์ ก่อนที่จะถึงจุดเข้าโค้งที่แคบที่ต้องแตะเบรคกันอย่างหนัก และมีโค้งต่อเนื่องรูปตัว “เอส” แบบกว้างๆ ให้บรรดานักขับได้โชว์ศักยภาพของตนเองและรถแข่งได้อย่างสนุก ซึ่งแตกต่างจากสนามแข่งขันอื่น

รายการ จีน กรองด์ปรีซ์ สนามที่ 16 ประจำฤดูกาลปี 2004 ของศึก ฟอร์มูลา วัน รูเบนส์ บาร์ริเชลโล มือสองของทีม แฟร์รารี สามารถคว้าแชมพ์ประจำรายการไปครองได้เป็นคนแรกของเซอร์กิทแห่งนี้โดยก่อนหน้านี้สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดในรอบควอลิฟายด์ในวันเสาร์ เป็นการคว้าโพลโพสิชันได้เป็นสนามที่ 2 ติดต่อกัน และขึ้นนำในแบบม้วนเดียวจบ ตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ทจากโพลโพสิชัน จนกระทั่งผ่านธงตราหมากรุกไปเป็นคันแรก คว้าแชมพ์เป็นสนามที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ก้าวขึ้นไปคว้ารองแชมพ์โลกไปครองได้สำเร็จ

ส่วนอันดับ 2 เป็นของ เจนสัน บัททัน ที่ต้องคว้าแชมพ์ประจำรายการนี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นถึงจะยังมีโอกาสในการลุ้นรองแชมพ์โลก อันดับ 3 ที่ได้ขึ้นโพเดียมประจำรายการนี้ เป็นของ คีมี ไรค์โคเนน จากฟินแลนด์แห่งทีม แมคลาเรน ไปพลาดท่าในช่วงท้ายๆ เกมส์ หลังจากการเลือกยุทธวิธีในการเข้าพิทถึง 3 ครั้ง โดยถูก บัททัน คว้าอันดับ 2 ไปแทนจากการเข้าพิทเพียง 2 ครั้งเท่านั้น โดย ไรค์โคเนน ตามไล่จี้ บาร์ริเชลโล มาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงออกสตาร์ท ซึ่ง บาร์ริเชลโล ออกมายอมรับว่าได้รับความกดดันอย่างหนัก จนกระทั่ง ไรค์โคเนน ที่ออกสตาร์ทจากอันดับ ต้องพลาดอันดับ 2 ไปอย่างน่าเสียดายจากยุทธวิธีในการเข้าพิท

เซียงไฮ้ เซอร์กิท ชานนครเซียงไฮ้ ถูกใช้เป็นสนามประลองความเร็วเป็นครั้งแรกในศึก จีน กรองด์ปรีซ์ เซอร์กิทแห่งนี้ได้รับการสร้างขึ้นเมื่อ 18 เดือนที่ผ่านมา ใช้งบประมาณในการก่อสร้างไป 325 ล้านดอลลาร์สหรัฐสามารถจุผู้ชมได้ 150,000 คน ได้รับความสนใจจากชาวจีนอย่างล้นหลามตั๋วเข้าชมการแข่งขันถูกจองหมดไปล่วงหน้าก่อนการแข่งขันถึง 6 เดือน

บาร์ริเชลโล นักขับที่คว้าโพลโพสิชันเป็นครั้งแรกของเซอร์กิทแห่งนี้ เป็นการคว้าโพลสนามที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นการคว้าโพลเป็นสนามที่ 3 ของปีนี้ ซึ่งเป็นโพลครั้งที่ 12 ในชีวิต เอฟ 1 ของเขาทางด้าน มิคาเอล สร้างผลงานที่รายการนี้ได้อย่างตกต่ำที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียวด้วยการออกสตาร์ทในอันดับสุดท้ายจากในพิท หลังจากในรอบควอลิฟายด์เมื่อวันเสาร์ รถของมิคาเอล หลุดโค้งตั้งแต่โค้งแรก ต้องไปออกสตาร์ทจากอันดับสุดท้าย เป็นผลงานตกต่ำที่สุดในช่วงที่ผ่านมารวมทั้งหมด 210 สนาม

การแข่งขันในวันอาทิตย์ มิคาเอล ชูมาเคร์ ก็ต้องประสบกับอุปสรรคอย่างมากมาย ทั้งรถหมุนรถยางแตกและไปเฉี่ยวชนในโค้งที่แคบที่สุดหลังสิ้นสุดทางตรงยาว กับรถของทีม แจกวาร์ ที่ขับโดยคริสตีอาโน คไลน์ เป็นผลให้ต้องนำรถเข้าพิทและออกจากการแข่งขันไปเป็นคันแรก และท้ายที่สุด มิคาเอล ไปจบการแข่งขันในอันดับที่ 12 ช้ากว่า 1 รอบสนาม หลังจากพยายามอย่างยิ่งที่ไล่แซงไต่อันดับขึ้นมา แต่ไปพบอุปสรรคมากมายในรายการนี้ เป็นสนามที่ 2 ของฤดูกาลนี้ที่ มิคาเอลไม่สามารถเก็บแต้มติดมือออกไปได้ โดยสนามแรกประสบอุบัติเหตุรถชนในอุโมงค์ที่ศึก โมนาโค กรองด์ปรีซ์

ราล์ฟ ชูมาเคร์ กลับมาลงสนามได้เป็นครั้งแรก หลังจากได้รับอุบัติเหตุอย่างรุนแรงในรายการ สหรัฐกรองด์ปรีซ์ ต้องพักรักษาตัวอยู่หลายเดือน ไม่ได้ลงแข่งขันติดต่อกัน 6 สนาม แต่โชคไม่เข้าข้างต้องออกจากการแข่งขันไป หลังจากประสบถูก เดวิด คุลธาร์ด จากทีม แมคลาเรน เฉี่ยวชนในโค้ง โดย คุลธาร์ด พยายามเบียดแซงด้านในโค้ง ทั้งคู่ต้องนำรถเข้าพิท คุลธาร์ด สามารถออกมาแข่งขันต่อได้ ส่วน ราล์ฟ ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างหัวเสีย

ราล์ฟ ทำเวลาในรอบควอลิฟายได้ดี ด้วยการติดอันดับ 5 ขณะที่เพื่อนร่วมทีม มนโตยา ติดอันดับ 10 อันดับ 4 จากจุดสตาร์ทเป็นของ มัสซา ทีม เซาเบอร์ และอันดับ 7 เป็นของ ฟิซิเกลลา เพื่อนร่วมทีมส่วน แฟร์นันโด อาลนโซ ได้ออกสตาร์ทจากอันดับ 6 และออกสตาร์ทได้ดีเยี่ยมเช่นเคย สามารถแซงบัททัน ขึ้นมาได้

ทีม เซาเบอร์ เป็นอีกทีมที่ประสบความสำเร็จด้วยการเข้าเส้นชัยแบบมีแต้มทั้ง 2 คันด้วยการจบในอันดับ 7-8 ส่วน มนโตยา สนามนี้เข้าเส้นชัยในอันดับ 5 ตามมาด้วย ทาคูมา ซาโตนักขับหนึ่งเดียวจากแดนอาทิตย์อุทัยแห่งทีม บาร์

ทีม เรอโนลต์ ส่ง ชากส์ วิลล์เนิฟ อดีตแชมพ์โลก ฟอร์มูลา วันชาวแคนาดาลงขับแทน ยาร์โน ตรุลลี ฤดูกาลหน้าจะย้ายไปขับให้กับทีม โตโยตา ประกบคู่กับ ราล์ฟ ที่ย้ายออกจากทีม วิลเลียมส์ ไปเช่นกัน

ทางด้านเจ้าของแชมพ์โลก 7 สมัย มิคาเอล นอกจากไม่ประสบความสำเร็จในเซอร์กิทแห่งนี้แล้วตั้งแต่ในรอบควอลิฟายด์ จนกระทั่งก่อนวันแข่งจริงต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ แต่ยังสามารถก้าวขึ้นเป็นนักขับที่ทำความเร็วต่อรอบสนามได้ดีที่สุด ด้วยเวลา 1 นาที 32.238 วินาที ในรอบที่ 55 ขณะที่พยายามอย่างหนักหน่วงที่จะไล่แซงขึ้นมาอยู่หัวแถวให้ได้ จนกระทั่งไปประสบอุบัติเหตุทั้งรถหมุนและรถยางแตก

ทีม บาร์ ประสบความสำเร็จกับการเก็บแต้มออกไปจากสนามแห่งนี้ได้รวม 9 แต้มด้วยกันเป็นผลให้คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิตขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 2 แซงหน้าทีม เรอโนลต์

อีก 2 สนามสุดท้าย เป็นศึก ญี่ปุ่น กรองด์ปรีซ์ สนามที่ 17 สนามรองสุดท้ายของปีนี้ และไปปิดฤดูกาลกันที่อเมริกาใต้ในศึก บราซิล กรองด์ปรีซ์ เป็นการช่วงชิงอันดับ 3 ประเภทนักขับและอันดับรองแชมพ์โลกประเภททีมผู้ผลิตระหว่างทีม บาร์ กับทีม เรอโนลต์ ขณะที่ทีม วิลเลียมส์ และทีม แมคลาเรน ปีนี้ผลงานไม่ดีทั้งคู่ต้องช่วงชิงอันดับ 4 กันเอง

 

ผลการแข่งขัน จีน กรองด์ปรีซ์
อันดับ ผู้ขับ ทีม เวลารวม
1 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 2 ชั่วโมง 9 นาที 12.420 วินาที
2 เจนสัน บัททัน บาร์ +1.035 วินาที
3 คีมี ไรค์โคเนน แมคลาเรน +1.469 วินาที
4 แฟร์นันโด อาลนโซ เรอโนลต์ +32.510 วินาที
5 ฮูอัน ปาบโล มนโตยา วิลเลียมส์ +45.193 วินาที
สรุปคะแนนสะสมรวม 16 สนาม
ประเภทผู้ขับ
อันดับ ผู้ขับ ทีม คะแนนรวม
1 มิคาเอล ชูมาเคร์ แฟร์รารี 136
2 รูเบนส์ บาร์ริเชลโล แฟร์รารี 108
3 เจนสัน บัททัน บาร์ 79
4 แฟร์นันโด อาลนโซ เรอโนลต์ 50
5 ยาร์โน ตรุลลี เรอโนลต์ 46
ประเภททีมผู้ผลิต
อันดับ ทีม คะแนนรวม
1 แฟร์รารี 244
2 บาร์ 105
3 เรอโนลต์ 96
4 วิลเลียมส์ 64
5 แมคลาเรน 58


------------------------------
เรื่องโดย : ไททาเนียม
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤศจิกายน ปี 2547
คอลัมน์ : เจาะสนามแข่งต่างประเทศ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/UPU2l
อัพเดทล่าสุด
16 Aug 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
3,590,000
2.
1,316,000
3.
1,749,000
4.
1,699,000
6.
3,299,000
7.
5,399,000
8.
6,799,000
9.
3,249,000
10.
4,980,000
11.
53,500,000
13.
3,600,000
14.
4,539,000
15.
13,339,000
16.
2,999,000
17.
1,749,000
18.
1,800,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th