บทความ

รถกิจกรรมกลางแจ้ง


ชายตามองไปที่ตัวเลขขายรถใน 5 เดือนแรกของปีนี้ เมื่อเห็นยอดรวมแล้วยังชื่นใจอยู่ เพราะตลาดทั้งหมดขายได้ 248,176 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของเมื่อปีก่อน (203,166 คัน) 22.2%

 

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ใครต่อใครพากันประเมินว่า ตลาดรถยนต์ในปีนี้จะโตขึ้นจากปีก่อนอีกประมาณ 15% เพราะฉะนั้น จนถึงเดือน 5 ตลาดโดยรวมก็ยัง “โต” กว่าที่คาดการณ์อยู่ถึงเกือบ 50% เลยทีเดียว

 

ตลาดรถอเนกประสงค์ เอมพีวี ขยายตัวแบบสุด ๆ ถึง 440.9% คือเบ่งขึ้นจาก 1,918 เป็น 10,375 คัน …รถกระบะขับ 2 ล้อ โตรองลงมา คือพุ่งขึ้นจาก 95,097 เป็น 130,561 คัน คิดเป็นอัตราการขยายตัว 37.3%…รถตู้ รถเพื่อการพาณิชย์ ที่จัดอยู่ในหมวดอื่น ๆ ก็โตมากเอาการ ขยับขึ้นจาก 9,388 เป็น 12,214 คัน หรือโตขึ้นในสัดส่วน 30.1%…ส่วนตลาดรถยนต์นั่งนั้น โตน้อยหน่อย คลานต้วมเตี้ยมขึ้นไปแค่ 6.7% คือจาก 70,857 เป็น 75,638 คัน

 

ที่น่าห่วง เห็นจะเป็นตลาดรถขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือที่เราชอบเรียกว่า รถกิจกรรมกลางแจ้ง หรือ เอสยูวี นั่นแหละ เพราะตกทั้งสองขา…คือขาที่เป็นรถกระบะขับ 4 ล้อ ก็ลดลงจาก16,317 เหลือ 12,973 คัน หรือตก 20.5% กับอีกขา คือรถ เอสยูวี แท้ๆ ที่ก็ลดลงจาก 9,589 เหลือ 6,415 คัน คิดเป็นยอดที่ถดถอยลง 33.1%

 

ที่เป็นอย่างนี้ ผู้ชำนัญการเขาให้อรรถาธิบายว่า “ตลาดเฉพาะทาง” หรือ NICHE MARKET ที่รถพวกนี้สังกัดอยู่นั้น เป็นตลาดที่ค่อนข้างอ่อนไหว…ขึ้นเร็ว ลงเร็ว

 

ถ้ายังจำกันได้ ในช่วงเวลาประมาณปีเศษ ๆ ที่ผ่านมา ฮอนดา ได้เอา ซีอาร์-วี (แม้จะไม่ใช่รถกิจกรรมกลางแจ้งเต็มรูปแบบ แต่ก็ต้องถือเป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อประเภทหนึ่ง) มากระตุ้นตลาด…ด้วยราคา และรูปทรงที่เหมาะสมในช่วงนั้น ทำให้ผู้คนเกิดความหลงใหลคลั่งไคล้ขึ้นอย่างกะทันหัน

 

แย่งกันสั่ง แข่งกันซื้ออยู่ระยะหนึ่ง…จำได้ใช่ไหมล่ะ ?!

ช่วงนั้น ใครก็รู้ว่า “ดีมานด์” ของรถประเภทนี้ ไม่ได้เป็น “ความต้องการแท้” ของตลาด แต่นักการตลาดของ ฟอร์ด ก็อาศัยโอกาสทองของ “กระแส” ในตอนนั้น นำ เอสเคพ เข้ามาลองทำตลาดดู แล้วอาศัยความเป็น “เอสยูวี” เต็มรูปแบบกว่า ซีอาร์-วี ใช้เครื่องใหญ่กว่า อัตราเร่งดีกว่า “แซง” ซีอาร์-วี แย่งความเป็นผู้นำตลาดไปครองได้สำเร็จ

 

ถ้าจะเปรียบ ก็เหมือนกับ ฟอร์ด กระแทกซ้ำ “ความต้องการเทียม” ให้อัดแน่นเข้าไปอีก

 

รถประเภทนี้ ที่จริงแล้ว มี “ข้อด้อย” ที่ปฏิเสธไม่ได้อยู่ข้อหนึ่งคือ ภาระที่ต้องแบกอุปกรณ์ขับ 4 ล้อติดตัวไปด้วยตลอดเวลา ก็เลยกินน้ำมันมากกว่าเก๋งขับ 2 ล้อธรรมดาอยู่พอสมควร

 

ทีนี้พอเกิดภาวะน้ำมันแพง “ความต้องการเทียม” ของรถประเภทนี้ก็ค่อย ๆ คลายออก “กระแสนิยม” เริ่มหดกลับ ตลาดก็เลยตกลงทั้ง 2 ขาอย่างที่เห็นนั่นแหละ

 

ความจริง ถ้าจะถือวิกฤติเป็นโอกาส ก็ต้องคิดว่า ดีเหมือนกัน เพราะเราจะได้รู้ “ความต้องการจริง” ของรถประเภทนี้ว่า มันเป็นจำนวนเท่าไหร่กันแน่ ต่อไปเวลาคำนวน จะได้ไม่ผิดพลาดมากยังไงล่ะ !?

 

ทีนี้พอเห็นอย่างนี้ ผมอดไม่ได้ที่จะต้องหันกลับไปตั้งข้อสังเกตุ เกี่ยวกับอัตราการเติบโตอย่างถล่มทลายของ รถอเนกประสงค์ เอมพีวี ในช่วงนี้…ไม่รู้ว่า มันจะเป็น “ลางบอกเหตุ” ชี้ตลาดอนาคตของรถประเภทนี้ว่า จะมีอันต้องตกกระแทกพื้นเหมือนอย่างรถ เอสยูวี ด้วยหรือเปล่า ?!?

ใครรู้ช่วยบอกที !!!



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน สิงหาคม ปี 2547
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NsF9n

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
22 Nov 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
21,900,000
2.
11,530,000
3.
14,900,000
4.
3,699,000
5.
2,930,000
6.
679,000
7.
1,290,000
8.
21,890,000
9.
3,090,000
10.
75,000,000
12.
1,545,000
13.
1,465,000
14.
2,390,000
15.
489,000
16.
1,199,000
18.
2,490,000
19.
479,000
20.
939,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th