บทความ

อย่าเพิ่งหลงภูมิใจ !


ไปไหนๆ เดี๋ยวนี้ เรามักจะได้ยินใครๆ พูดถึงคำว่า “DETROIT OF ASIA” กันหนาหูขึ้นเรื่อยๆ

เราได้ยินเขาพูดกันว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ใครต่อใครในโลก ทำท่าว่าจะยอมรับ ประเทศไทยว่าเป็น”เมืองหลวงยานยนต์แห่งเอเชีย” เพราะเราผลิตรถได้มากขึ้นเรื่อยๆ จนติดอันดับโลกแล้ว

ความจริง มันก็น่าภูมิใจอยู่หรอก แต่ข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร เรามาลองดูกันที่ตัวเลข…ดีไหมครับ ?

ผมขอให้คุณผู้อ่านลองมองย้อนตามผมมาที่ปี 2539 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่ถือว่า วงการรถยนต์เรา “รุ่งสุดขีด”ก่อนที่จะโดนภาวะ “ต้มยำกุ้ง” โจมตี เศรษฐกิจตกดิ่งลงเหวมา 2 ปี แล้วถึงค่อยๆ เชิดหัวขึ้น จนกลับมา “ผงาด” ได้อีกครั้งในปี 2546 หรือเมื่อปีที่แล้วนี่เอง

ปี 2539 คนไทยเรา “บริโภค” รถในประเทศทั้งสิ้น 589,126 คัน ในขณะนั้นเรามียอดส่งออกรถอยู่”จิ๊บจ๊อย” แค่ประมาณ 14,000 คันเท่านั้นครับ และปีเดียวกันนั้น ยอดผลิตรถทั้งประเทศของเราตกอยู่ที่ 559,428 คัน น้อยกว่ายอดการใช้ในประเทศ รวมกับยอดส่งออก ส่วนที่เกินนั้นก็คือ ตัว “รถนำเข้า” นั่นเอง

ปี 2540 ยอดการซื้อรถของประชาชนทั้งประเทศเราลดลงเหลือ 363,156 คัน เพราะ “ชอค” จากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ไม่มีใครอยากใช้เงินสดจับจ่ายซื้ออะไรทั้งสิ้น แต่ปีนั้นยอดส่งออกเราเพิ่มขึ้นเป็น 42,200 คัน และเราผลิตรถได้รวม 389,100 คัน

ปี 2541 คนไทยเรายังตกใจไม่หาย กับสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่กระเตื้องขึ้น การขายรถในประเทศของเราจึงยังคง “ดิ่งลงเหว” ต่อไปอีก เหลือเป็นยอดแค่ 144,065 คัน แต่ยอดส่งออกกลับเพิ่มขึ้นอีกเป็น 66,700 คัน และมียอดผลิตรวม 158,130 คัน

ตั้งแต่จากปีนั้นเป็นต้นมา ทั้งยอดการ “บริโภค” ในประเทศ การส่งออก และตัวเลขการผลิตโดยรวมของเรา ก็ตั้งหน้าตั้งตาเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด คิดเป็นอัตราก้าวหน้าทีเดียว

ดูเรื่องการ “บริโภค” ในประเทศก่อน…คนไทยเราแห่ซื้อรถเพิ่มขึ้นเริ่มจากปี 2542 ถึง 2546 คิดเป็นตัวเลขคือ 218,330/262,189/296,985/409,300 และ 533,176 คัน

การส่งออกก็แจ๋วขึ้นเหมือนกัน เริ่มจาก 130,000 คันในปี 2542 เป็น 152,836/175,293/180,554 และ 235,022 คันในปี 2546

ส่วนยอดการผลิตรวมนั้นก็พุ่งขึ้นเช่นกัน จากตัวเลข 327,233 คันในปี 2542 เพิ่มเป็น 411,721/459,418/584,951 และไปจบที่ 750,512 คันในปี 2546 ซึ่งถ้าพิจารณาตามยอดผลิต ปีที่แล้ว เราติดอันดับผู้ผลิตรถมากที่สุดในโลกตำแหน่งที่ 15 ตามหลัง เบลเยียม/อินเดีย/อิตาลี/เมกซิโก

ส่วน 10 อันดับแรกนั้นได้แก่ สหรัฐ ฯ/ญี่ปุ่น/เยอรมนี/จีน/ฝรั่งเศส/เกาหลี/สเปน/แคนาดา/อังกฤษและบราซิล

มองผ่านๆ เราก็น่าจะยินดี “ชูคอ ยืดอก” ได้หรอก เวลาใครมาเรียกเราว่า “เมืองหลวงยานยนต์แห่งเอเชีย” แต่พอเหลือบไปเห็นชื่อ ญี่ปุ่น/จีน/เกาหลี และอินเดีย ที่เป็น “ก้าง” เขี้ยวๆ ขวางคอเราอยู่

แค่คิดจะกลืนน้ำลาย ก็ยังลำบากเลยครับ !!!



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2547
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/jlBm4

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
27 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th