บทความ

มาเซราตี กวัตตโรโปร์เต


มาเซราตี กวัตตโรโปร์เต
สุดยอดรถหรูติดเครื่องหมายตรีศูล

หากนับเดือนนับปีแบบไทยๆ ตอนที่ “ฟอร์มูลา” ฉบับนี้เริ่มปรากฏตัวตามแผง ปีลิงก็เพิ่งย่างก้าวเข้ามาแค่สี่เดือนเศษ ต้องรออีกสิบเอ็ดเดือนกว่าๆ จึงจะถึงปีไก่ แต่ตอนนี้สัตว์ปีกอย่างไก่ก็อวดฤทธิ์อวดเดชเข้าให้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงปีไก่

“ระเบียงรถใหม่” ในเดือนนี้มีเรื่องราวของรถแบบใหม่ๆ มาเล่าสู่กันฟังถึง 7 ชุด ทั้งหมดเป็นผลงานของผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป โดยแยกออกได้เป็นรถจากเมืองมะกะโรนี 5 ชุด และจากเมืองน้ำหอม 2 ชุด เริ่มต้นที่มาเซราตี กวัตตโรโปร์เต (MASERATI QUATTROPORTE) ผลงานชิ้นใหม่ล่าสุดของผู้ผลิตรถยนต์เมืองมะกะโรนี เจ้าของเครื่องหมายการค้า “ตรีศูล” หรือ “สามง่าม” ขึ้น
อยู่กับว่า ชอบภาษาแขก หรือภาษาไทย

ชื่อ QUATTROPORTE ในภาษาอิตาลี ซึ่งแปลว่า 4 ประตู ในภาษาไทย ไม่ใช่ชื่อใหม่เพราะในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา เจ้าของเครื่องหมายการค้า “สามง่าม” เคยผลิตรถชื่อนี้ออกจำหน่ายมาแล้วถึง 4 รุ่น

มาเซราตี 4 ประตู รุ่นแรก ซึ่งบรรดาเกจิอาจารย์ยกนิ้วว่าเป็นรุ่นที่มีรูปทรงงดงามที่สุด มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 1963-1971 และมียอดผลิตรวม 760 คัน รถรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ วี 8 สูบ 260 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม.

รถรุ่นที่สอง ซึ่งตามมาในปี 1975 อยู่ในตัวถังทรงเหลี่ยมออกแบบโดยสำนัก แบร์โตเน(BERTONE) และใช้เครื่องยนต์ วี 6 สูบ 190 แรงม้า ร่วมกับรถ ซีตรอง เอสเอม(CITROEN SM) ยังค้นไม่พบว่าด้วยสาเหตุอะไร ที่เขียนๆ กันไว้ก็ไม่ค่อยชัดเจนนักเพราะปรากฏว่ารถรุ่นนี้มียอดผลิตแค่ 5 คัน

รถรุ่นที่สาม และนับเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในด้านยอดขาย (2,100 คัน)อยู่ในตลาดยาวนานกว่าหนึ่งทศวรรษ คือระหว่างปี 1978-1990 เป็นผลงานออกแบบของพระอาจารย์ จูจาโร (GIUGIARO) ติดตั้งเครื่องยนต์ วี 8 สูบ 4.9 ลิตร ที่ให้กำลังสูงถึง 320 แรงม้า

ส่วนรุ่นที่สี่ ซึ่งมีขายในตลาดระหว่างปี 1996-2002 และมียอดผลิตรวมทั้งสิ้นประมาณ1,500 คัน เป็นผลงานของ มาร์เชลโล กานดินี (MARCELLO GANDINI) นักออกแบบชื่อดังที่วงการรถยนต์ในยุโรปรู้จักกันดี

สำหรับรถรุ่นล่าสุดที่เห็นอยู่นี้ ปรากฏตัวต่อสายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมยานยนต์ฟรังค์ฟวร์ทครั้งที่ 60 เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา และมีกำหนดออกตลาดในยุโรปเดือนมีนาคม 2004 นี้ ด้วยค่าตัวระดับ 4 ล้านบาทไทย จะขาดหรือเกินก็ไม่มาก

เป็นรถที่ค่าย “สามง่าม” อวดโอ่ว่า ออกแบบเพื่อให้เป็นรถสปอร์ทซีดาน 4 ประตูระดับหรูที่มีสมรรถนะการขับขี่ไม่เป็นรองยอดรถอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ อี 55 (MERCEDES-BENZ E55)และ บีเอมดับเบิลยู เอม 5 (BMW M5) แต่มีห้องโดยสารที่กว้างขวางและตกแต่งหรูหราไม่เป็นรองรถสุดหรูอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาสส์(MERCEDES-BENZ S-CLASS) และ บีเอมดับเบิลยู ซีรีส์-7 (BMW 7-SERIES) นั่นเทียว

ตัวถัง 5 ที่นั่ง ยาว 5.052 ม. กว้าง 1.895 ม. สูง 1.438 ม. และมีค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.35 ของ มาเซราตี กวัตตโรโปร์เต รุ่นที่ 5 เป็นผลงานของสำนักปินินฟารีนา (PININFARINA) ซึ่งนับแต่ปี 1953 ที่ฝากฝีมือในการออกแบบ มาเซราตีเอ 6 จีซีเอส (MASERATI A6 GCS) มาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ไม่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับค่าย “สามง่าม” อีกเลย จนกระทั่งครั้งนี้

เป็นรถวางเครื่องหน้า/ขับล้อหลัง ด้วยพลังจากเครื่อง DOHC วี 8 สูบ 4,244 ซีซีบลอคเดียวกับที่ใช้ในรถ มาเซราตี คูเป/สไปเดอร์ (MASERATI COUPE/SPIDERแต่ปรับแต่งเป็นพิเศษ ทำให้กำลังสูงสุดพุ่งขึ้นเป็น 400 แรงม้า ส่วนระบบเกียร์ เป็น
เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ CAMBIOCORSA ซึ่งมีแป้นเปลี่ยนจังหวะเกียร์ติดตั้งอยู่ 2ข้างของแกนพวงมาลัย

สมรรถนะความเร็วตามตัวเลขของผู้ผลิต แรงจัดทั้งตีนต้นตีนปลาย อัตราเร่ง 0-100กม./ชม. ทำได้ใน 5.2 วินาที ส่วนความเร็วสูงสุดอยู่ที่ระดับ 275 กม./ชม.



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2547
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/NptlN

Follow autoinfo.co.th