บทความ

อีโค-คาร์…รถสำหรับคนเมือง


เป็นที่น่ายินดีสำหรับโครงการ “อีโค-คาร์” (ECO-CAR) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเมืองไทย โดยรัฐบาลชุดนี้มอบหมายให้ ดร. วัชระ พรรณเชษฐ์ หรือ “เสี่ยโด่ง” ผู้ช่วย รมต.กระทรวงอุตสาหกรรมผู้มีความรู้และประสบการณ์ในเรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นอย่างดีรับหน้าที่เป็น “พ่องาน”หลังจากที่เคยเสนอโครงการนี้มาตั้งแต่สมัย “มิตซูบิชิ แชมพ์” ยังครองตลาดผู้มีรายได้เบี้ยน้อยหอยน้อยแต่รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร โครงการนี้จึงได้นำกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้งและมีความเป็นไปได้สูงที่ “อีโค-คาร์” จะเกิดขึ้นอีกไม่น่าจะนานเกิน 2 ปีเนื่องจากบริษัทรถยนต์หลายค่ายที่ประกอบกิจการในเมืองไทยมีรถประเภทนี้อยู่ในมือเพียงแต่รอการกำหนดกฎเกณฑ์และคำจำกัดความของ “อีโค-คาร์”ซึ่งรถที่อยู่ในขอบข่ายนี้จะได้สิทธิพิเศษในเรื่องต่างๆ จากรัฐบาล

บริษัทรถยนต์แทบจะทุกค่ายให้ความสนใจเพราะตลาดรถที่มีราคาประมาณ 3แสนบาทนั้นเป็นตลาดใหญ่ทีเดียว ขนาด ฮอนดา แจซซ์ ซึ่งเริ่มต้นที่ 5 แสนกลางๆ ไปจนถึง 6 แสนกว่ายังขายดิบขายดีจนผลิตแทบไม่ทัน หรือในอดีตช่วงที่ ฮอนดา ผลิต ซีวิค 3 ประตูออกมาจำหน่ายในราคาแค่ 3 แสนกว่าบาท ก็กลายเป็นรถที่ขายดีมากผมคิดว่าในยุคนี้ถ้านำกลับมาผลิตอีกครั้งในราคาไม่เกิน 4 แสน แม้รูปร่างและเครื่องยนต์อุปกรณ์ทุกชิ้นยังเหมือนเดิมไม่ได้ปรับปรุงอะไร ก็ยังมียอดขายที่ไม่เลวทีเดียวแต่ผลกำไรต่อหน่วยไม่มากมายอะไร ทำให้บริษัทรถยนต์ไม่ค่อยสนใจสู้ไปขายรถราคาเป็นล้านกำไรทีละหลายแสนดีกว่า

อีโค-คาร์ จะเป็นตัวพิสูจน์ได้ดีว่าตลาดระดับ 3-4 แสนบาท ผ่อนเดือนละประมาณ 4-5,000 บาทยังมีความต้องการอยู่มาก แถมยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงให้แก่ประเทศชาติปีละไม่น้อยทีเดียวและยังช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องภายในประเทศให้มีการขยายและเติบโตอย่างรวดเร็วจากโครงการนี้ เนื่องจากมีแผนส่งออกไปยังประเทศใกล้เคียงในระยะยาวอีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้ข่าวดีจากนายกรัฐมนตรีว่าจะทุ่มงบกว่า 7แสนล้านในการเร่งแก้ไขปัญหาจราจรให้เสร็จทันก่อนที่เมืองไทยจะไม่มีคนจนในอีก 5 ปีข้างหน้าเนื่องจาก ยิ่งเศรษฐกิจดี ปัญหาการจราจรก็เพิ่มขึ้น ถ้าจะแก้ไขโดยวิธีค่อยๆ ลงทุนประชาชนก็ทุกข์ไปเรื่อยๆ จึงตัดสินใจจะแก้แบบทีเดียวแม้จะต้องใช้เงินเป็นจำนวนมหาศาลโดยจะเริ่มขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าและรถใต้ดินอีกราว 250 กม. จากที่มีอยู่เพียงแค่ 43.7 กม.ขยายทางด่วนสายต่างๆ สะพานข้ามแม่น้ำ สะพานลอยและอุโมงค์ข้ามแยก เพิ่มขึ้นอีกหลายแห่งเมื่อแล้วเสร็จคงจะดีไม่น้อย แต่ในช่วงก่อสร้างเราคงจะ “อ่วมอรทัย” ทีเดียว

นอกจากนี้ยังได้อนุมัติโครงการทางรถไฟรางคู่เส้นทาง ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-ท่าเรือแหลมฉบัง 70 กม.เพื่อช่วยให้ท่าเรือแหลมฉบังมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการขนถ่ายสินค้าและโครงการเส้นทางลัดลงสู่ภาคใต้ จากสมุทรสาคร-แหลมผักเบี้ย-ชะอำ 92 กม.ก็ได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2550

เมื่อการจราจรคล่องตัว คนเริ่มหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน รถส่วนตัวก็หันมาใช้ “อีโค-คาร์” ที่มีขนาดเล็กลง ประหยัดขึ้นเราคงจะมีความสุขในการขับรถในเมืองและมีทางเลือกที่จะไม่ต้องขับรถด้วยตนเองมากขึ้นถึงที่หมายเร็วขึ้น จ่ายเงินในการเดินทางน้อยลง มีเวลามากขึ้นแทนที่จะต้องสูญเปล่าไปบนท้องถนนอย่างน้อยกลางเดือนสิงหาคมนี้ เมื่อรถใต้ดินเริ่มเปิดให้บริการชีวิตพวกเราก็คงจะลดความน่าเบื่อจากปัญหารถติดไปได้บ้างเพราะ ไม่ต้องมาเจอกับพวก”มนุษย์ปาด” ที่เห็นแก่ตัวและไม่มีมารยาทในการใช้รถ

แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ …ก็ยังดีครับ



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2547
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Uv6Ws

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th