บทความ

เตรียมรถไว้ลุยร้อน


ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน รถยนต์ที่ใช้งานมานาน มักมีปัญหาในช่วงนี้ เนื่องจากอุณหภูมิภายนอกสูง และ”อากาศ” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการระบายความร้อนเครื่องยนต์ เป็นอากาศร้อนทำให้ประสิทธิภาพในการถ่ายเทลดลง เพราะฉะนั้นการเตรียมรถเพื่อต้อนรับหน้าร้อน
จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ขั้นตอนการเตรียมรถหน้าร้อน ไม่ใช่เรื่องยาก สำหรับคนทั่วไปสำคัญอยู่ที่การสังเกตและตรวจสอบสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์และระบบแอร์ ซึ่งชอบสร้างปัญหาให้รถยนต์ของท่าน ในช่วงฤดูร้อนนี้

ระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์

หม้อน้ำ

“หม้อน้ำ” คืออุปกรณ์บรรจุน้ำถ่ายเทความร้อนเครื่องยนต์ โดยปกติหม้อน้ำที่อยู่ในสภาพดี ไม่ควรมีคราบน้ำ หรือคราบสนิม อยู่ภายนอก ถ้าเกิด คราบสนิม คราบน้ำ หรือคราบน้ำยาหล่อเย็นบริเวณขอบ หรือ ครีบระบายความร้อน สันนิษฐานได้ว่า “หม้อน้ำรั่ว” แต่ถ้าไม่แน่ใจให้ลองทำความสะอาดบริเวณที่เกิดรอย และสังเกตคราบที่เกิดขึ้นว่ามีอีกหรือไม่ ถ้ามี ต้องแก้ไขหากเป็นหม้อน้ำทองแดง สามารถนำไปเชื่อมอุดได้ แต่หม้อน้ำอลูมิเนียม คงต้องเปลี่ยนใหม่

สำหรับท่านที่มีความรู้เรื่องช่างอยู่บ้างถ้าตรวจสอบพบว่ามีน้ำรั่วบริเวณท่อน้ำภายในครีบระบายความร้อน สามารถใช้คีมปากแหลมค่อย ๆแซะครีบระบายความร้อน บริเวณจุดที่รั่ว เพื่อเปิดทางให้ถึงตัวท่อน้ำด้านในจากนั้นใช้คีมตัดท่อน้ำที่รั่วแล้วบีบพับปลายท่อน้ำทั้งสองข้างเพื่อปิดทางไม่ให้น้ำรั่วซึมออกมาอีกและหม้อน้ำยังมีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนต่อไปได้โดยไม่รั่วซึมเพราะท่อน้ำในหม้อน้ำส่วนใหญ่มีตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป เมื่อปิดไปท่อหนึ่งก็ยังมีท่ออื่นทำหน้าที่หล่อเย็นต่อไป หลังจากนั้นจึงขับรถไปยังร้านซ่อมหม้อน้ำ เพื่อจัดการแก้ไข

กรณีที่หม้อน้ำอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยรั่วซึม ให้สังเกตน้ำในหม้อน้ำ และถังพักน้ำว่ามีสนิมปนอยู่หรือไม่ ถ้ามี ควรถ่ายน้ำทิ้ง และล้างหม้อน้ำด้วยน้ำยาล้าง ซึ่งมีคุณสมบัติ ชะล้างคราบสนิมและสิ่งอุดตันต่างๆ และควรเติมน้ำยาหล่อเย็นหลังการล้าง เพื่อลดการเกิดสนิมและสิ่งอุดตัน

ฝาหม้อน้ำ

หลังจากดูหม้อน้ำ ก็ต้องดู “ฝาหม้อน้ำ” โดยเปิดฝาหม้อน้ำออกขณะเครื่องเย็นและพลิกดูแผ่นยางกันน้ำ และตรวจดูสปริงต้านแรงดัน ว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ถ้าเกิดรอยฉีกขาดของแผ่นยางกันน้ำ หรือสังเกตว่าสปริงอ่อนตัวลง ต้องเปลี่ยนฝาหม้อน้ำใหม่ยิ่งถ้าใช้รถมานาน ไม่เคยเปลี่ยนฝาหม้อน้ำเลย ก็ควรเปลี่ยน

การเปลี่ยนฝาหม้อน้ำ ต้องตรวจดูค่าแรงกดของสปริง ควรได้มาตรฐานของโรงงานผู้ผลิตเพราะถ้าอ่อนเกินไปจะทำให้ความดันในระบบต่ำ จุดเดือดของน้ำในระบบก็จะต่ำลงด้วย

ท่อยาง

ท่อยาง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง หม้อน้ำและเครื่องยนต์ สามารถสังเกตโดยการบีบท่อยางถ้าท่อยางมีลักษณะ แข็ง กรอบ บวม หรือ มีรอยร้าว บนผิว ควรเปลี่ยนใหม่ทันทีและจุดเชื่อมต่อระหว่างส่วนที่เป็นท่อโลหะ กับท่อยาง ให้สังเกตดูรอยรั่วซึม ถ้ามีต้องถอดออกมาทำความสะอาดผิวโลหะ ถ้าพบเศษตะกรัน หรือเศษสนิมบริเวณผิวให้ใช้กระดาษทรายขัด เพื่อให้เกิดความเรียบเวลาสวมท่อยางจะไม่เกิดช่องว่างให้น้ำรั่วออกมาได้ ส่วน เข็มขัดรัดท่อ ควรอยู่ในสภาพที่ดีไขเข้า/ออกสะดวก ไม่ฝืด และรัดได้แน่น

พัดลม และเซนเซอร์ควบคุมพัดลม

พัดลม ที่พูดถึงคือ พัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์ ติดตั้งบริเวณด้านหลัง หรือ ด้านหน้าหม้อน้ำ(สำหรับรถยนต์บางยี่ห้อ) พัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์ แบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ พัดลม เครื่องยนต์แบบไม่มี ฟรีคลัทช์ พัดลม เครื่องยนต์แบบมี ฟรี คลัทช์ และ พัดลมไฟฟ้า ซึ่งใช้ เซนเซอร์ควบคุมแต่รถยนต์ในปัจจุบัน เลิกใช้ระบบพัดลม แบบไม่มี ฟรีคลัทช์ แล้ว เพราะเสียงดังมากขณะใช้รอบเครื่องยนต์สูง

สิ่งที่เราต้องสังเกต สำหรับ พัดลม เครื่องยนต์ แบบ ไม่มี ฟรีคลัทช์ และแบบมี ฟรีคลัทช์คือดูสภาพใบพัด และสายพาน ถ้าสายพานเริ่มล่อน หรือมีรอยฉีกขาด กรอบ ให้เปลี่ยนใหม่ส่วนใบพัดให้สังเกตสภาพของใบ ถ้ามีรอยแตกหัก ให้เปลี่ยน ส่วน พัดลมเครื่องยนต์ รุ่นที่มี ฟรีคลัทช์ให้สังเกตเพิ่มเติม ว่า ฟรีคลัทช์ ยังทำงานเป็นปกติหรือไม่ ถ้า ฟรีคลัทช์เริ่มเสื่อมสภาพและความหนืดน้อยลง มีผลทำให้รอบใบพัดหมุนช้า การระบายความร้อนเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพลดลงตามไปด้วย

ส่วน พัดลมไฟฟ้า แบบมี เซนเซอร์ควบคุม ให้สังเกตเสียงพัดลมขณะหมุน ถ้ามีเสียงดังอาจเกิดจากลูกปืนพัดลมหมดสภาพ ต้องทำการเปลี่ยนลูกปืนใหม่ เพื่อป้องกันใบพัดลอคทำให้มอเตอร์ไหม้ และควรตรวจสภาพใบพัด ถ้ามีรอยแตกหัก ควรเปลี่ยนใหม่

สิ่งหนึ่งที่ ต้องใช้เวลาสังเกตคือ ระยะการทำงานของพัดลมไฟฟ้าสามารถบอกความผิดปกติของเซนเซอร์ควบคุมพัดลมไฟฟ้าได้
โดยสังเกตการทำงานของพัดลมไฟฟ้าตั้งแต่เริ่มจนหยุดในหนึ่งครั้ง และสังเกตครั้งต่อไปถ้าอุณหภูมิภายนอกปกติไม่มีการเปลี่ยนแปลง ควรทำงานในเวลาใกล้เคียงกันจังหวะต่อเนื่องของการทำงานใกล้เคียงกัน (การทดสอบต้องปิดแอร์ เพื่อไม่ให้พัดลมแอร์เป่า)ถ้ามีการทำงานแบบ เดี๋ยวติด เดี๋ยวดับ ไม่เป็นระยะที่แน่นอน บางทีทำช้า บางทีทำเร็ว ให้สันนิษฐานว่าเซนเซอร์อุณหภูมิ ไม่ปกติ ควรเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้เกิดความแม่นยำซึ่งมีผลในการรักษาอุณหภูมิเครื่องยนต์ให้คงที่

อีกประการหนึ่ง ถ้าน้ำในหม้อน้ำเต็ม แต่เครื่องยนต์ร้อน อาจเกิดจากสาเหตุพัดลมไฟฟ้าระบายความร้อนหม้อน้ำไม่ทำงาน ให้ลองตรวจสอบสายไฟและปลั๊กเสียบเซนเซอร์ควบคุมพัดลม บริเวณหม้อน้ำ ถ้าลองขยับแล้วพัดลมทำงาน แสดงว่าปลั๊กเสียบหลวม หรือสกปรก แต่ถ้าขยับแล้ว พัดลมไม่ทำงาน แสดงว่าพัดลมไฟฟ้าอาจชำรุดรีเลย์หรือเซนเซอร์ควบคุมพัดลมอาจเสีย หรือสายไฟขาด ก็ได้

วาล์วน้ำ

วาล์วน้ำ เป็นอุปกรณ์ ซึ่งมีหน้าที่เปิดให้น้ำผ่านเข้าไประบายความร้อนเครื่องยนต์ เมื่ออุณหภูมิของน้ำถึงจุดที่กำหนด เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิของเครื่องยนต์ถ้าอุณหภูมิเครื่องยนต์ต่ำวาล์วน้ำจะปิด เพื่อไม่ให้เกิดการระบายฉะนั้นลองคิดดูถ้าอุณหภูมิเครื่องยนต์สูง แต่วาล์วน้ำยังปิดอยู่จะเกิดอะไรขึ้น

เราควรเปลี่ยนวาล์วน้ำตามระยะเวลาที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ กำหนด เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายถ้าเราไม่ทราบ และคิดว่าใช้รถมานานแล้วยังไม่เคยเปลี่ยน ก็ควรเปลี่ยน เพราะ วาล์วน้ำไม่เปิดอาจมีผลทำให้ฝาสูบโก่งได้ เนื่องจากไม่มีน้ำมาระบายความร้อน บางทีวาล์วน้ำเปิดแต่เปิดไม่หมดก็ทำให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน

เซนเซอร์วัดอุณหภูมิเครื่องยนต์

เซนเซอร์วัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ แจ้งผลทางหน้าปัดให้ผู้ขับทราบถึงความร้อนของเครื่องยนต์ขณะทำงาน บางครั้งเมื่อใช้ไปนานๆ อาจมีการเสื่อมสภาพถ้าเข็มทำงานไม่ปกติ ควรรีบแก้ไข โดยการเปลี่ยนเซนเซอร์ใหม่

ปั๊มน้ำ

ทำหน้าที่ส่งน้ำจากหม้อน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ โดยใช้ใบพัดสร้างแรงดันน้ำเข้าสู่ระบบการสังเกตถึงความผิดปกติของปั๊มน้ำ ให้ตรวจดูรอยรั่วของ ปะเก็น ว่ามีน้ำรั่วซึมออกมาหรือไม่ถ้ามีต้องเปลี่ยนปะเก็น ต่อไปคือ ลูกปืนวาล์วน้ำ ถ้ามีเสียงดัง ต้องเปลี่ยนใหม่

หลังตรวจสอบระบบระบายความร้อนเครื่องยนต์ เรียบร้อย ก็มั่นใจได้ว่ารถของท่านจะทำงานในช่วงหน้าร้อนนี้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องต่อไป ก็ต้องดูระบบแอร์

ระบบปรับอากาศ

สังเกตและตรวจสอบระบบระบายความร้อนของรถแล้ว ต้องสังเกตระบบระบายความร้อนของคนบ้างเพราะหน้าร้อน เป็นช่วงที่แอร์ ทำงานหนักที่สุด อุปกรณ์ต่างๆ ควรอยู่ในสภาพพร้อมถ้ารถติดอยู่กลางแดด แล้วเกิดแอร์เสีย ก็เท่ากับว่า เรานั่งอยู่ในเตาอบพลังงานแสงอาทิตย์ถ้าไม่อยากประสบปัญหา ต้องหมั่นสังเกต ระบบแอร์ ซึ่งแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ดังนี้

พัดลมระบายความร้อนแผงคอนเดนเซอร์แอร์

ควรฟังเสียงพัดลมระบายความร้อนแผงคอนเดนเซอร์แอร์ ว่ามีเสียงลูกปืนดังหรือไม่สภาพใบพัดต้องปกติดี ไม่มีรอยแตกหัก ถ้าพัดลมไม่ทำงาน อาจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น มอเตอร์ไหม้สายไฟขาด ฟิวส์ขาด ลีเลย์เสีย ถ้าพบว่าพัดลมไม่ทำงานต้องรีบแก้ไข

รถยนต์หลายรุ่น จะแยกพัดลมระบายความร้อนแผงคอนเดนเซอร์แอร์ กับพัดลมระบายความร้อนเครื่องยนต์ออกจากกัน ยกเว้นบางยี่ห้อที่ใช้พัดลมระบายความร้อนร่วมกันโดยอาศัยการควบคุมรอบใบพัด

สำหรับ รถยนต์ที่แยกพัดลมระบายความร้อนออกจากกันพัดลมระบายความร้อนแผงคอนเดนเซอร์แอร์ จะทำงานเมื่อเปิดแอร์และหยุดทำงานขณะที่แอร์ตัดและปิดแอร์

ส่วนรถยนต์ที่ใช้พัดลมระบายความร้อนร่วมกัน ขณะเปิดแอร์ พัดลมจะเดินรอบเบาตลอดเวลาเพื่อระบายความร้อนแผงคอนเดนเซอร์แอร์ และแผงหม้อน้ำ แต่ถ้าอุณหภูมิ หม้อน้ำขึ้นสูงจะเปลี่ยนรอบให้แรงขึ้นเพื่อระบายความร้อนหม้อน้ำ และเปลี่ยนเป็นรอบเบาอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิลดลงสู่ระดับปกติ แต่ถ้าอุณหภูมิเครื่องยนต์ไม่ร้อน และไม่เปิดแอร์ หรือ แอร์ตัดพัดลมจะไม่ทำงาน

แผงคอนเดนเซอร์

แผงคอนเดนเซอร์ (แผงที่อยู่ติดกับหม้อน้ำ) มีคราบโคลน เศษซากแมลงติดอยู่ตามครีบระบายความร้อนหรือไม่ ถ้ามีให้ฉีดน้ำทำความสะอาด เพื่อให้อากาศผ่านได้สะดวกช่วยให้การระบายความร้อนมีประสิทธิภาพ แต่ถ้ามีคราบน้ำมันบนแผงคอนเดนเซอร์ให้สันนิษฐานว่าอาจมีการรั่วซึมของน้ำยาแอร์ แต่ถ้าไม่แน่ใจให้ลองใช้น้ำผสมผงซักฟอกใช้ฟองน้ำชุบแล้วเช็ดบริเวณที่มีคราบน้ำมัน หรือบริเวณที่เราสงสัย ถ้ามีฟองดันออกมา แสดงว่า “รั่ว”และต้องรีบแก้ไข

ท่อน้ำยาแอร์

สังเกตท่อน้ำยาแอร์ ส่วนที่เป็นท่อยาง ว่ามีรอยฉีกขาด หรือแตกร้าว หรือไม่ ถ้ามี ควรเปลี่ยนใหม่ส่วนวิธีการทดสอบสามารถใช้แบบเดียวกับที่กล่าวมาข้างต้น โดยเช็ดบริเวณข้อต่อ และรอยฉีกขาดเพื่อหารอยรั่ว

น้ำยาแอร์

เราสามารถสังเกตน้ำยาแอร์ในระบบได้ จากการดูฟองน้ำยาที่ช่องกระจก บนกระป๋อง ดรายเออร์ถ้ามีฟองจำนวนมากขณะเปิดแอร์ แสดงว่าน้ำยาขาด ต้องเติมใหม่ แต่การเติมน้ำยาจนไม่มีฟองเลยก็เป็นอันตรายต่อระบบ เพราะ ตามปกติเมื่ออากาศร้อน น้ำยาแอร์จะมีการขยายตัวถ้าไม่มีพื้นที่ให้ขยายตัว อาจทำให้ท่อต่างๆ รั่วหรือเกิดระเบิดเพราะแรงดัน

คอมเพรสเซอร์แอร์

คอมเพรสเซอร์แอร์ ของรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมานาน มักจะมีเสียงลูกปืนดังบางทีมีอาการคลัทช์แอร์จับไม่อยู่ หรือกำลังอัดของคอมเพรสเซอร์ตกซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้ระบบแอร์มีปัญหาและไม่เย็น ยิ่งเข้าหน้าร้อนคอมเพรสเซอร์ต้องทำงานหนัก อาจเกิดความเสียหายได้ ควรรีบแก้ไข ในส่วนของอาการถ้ามีเสียงลูกปืนดัง ควรบอกช่างให้เปลี่ยนลูกปืน เพื่อป้องกัน คอมเพรสเอร์ลอค ส่วนอาการคลัทช์แอร์ลื่น หรือคลัทช์จับไม่อยู่ ควรเปลี่ยนชุดคลัทช์ ใหม่ อุปกรณ์พวกนี้สามารถเปลี่ยนได้ไม่จำเป็นต้องชื้อ คอมเพรสเซอร์ใหม่ทั้งลูก แต่ถ้ากำลังอัดคอมเพรสเซอร์ตกจำเป็นต้องเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ใหม่

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ น้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์แอร์ เวลาเติมน้ำยาแอร์ใหม่ควรบอกช่างให้ใส่น้ำมันคอมเพรสเซอร์ด้วย เพื่อช่วยหล่อลื่นลูกสูบภายใน ป้องกันปัญหากำลังอัดตกและลูกสูบติด

แผงคอยล์เย็น

แผงคอยล์เย็น ส่วนใหญ่ติดตั้งอยู่ภายในหน้าปัดรถ เราไม่สามารถมองเห็นได้สำหรับรถที่ใช้งานมานานอาจประสบปัญหาแผงคอยล์เย็นตัน เนื่องจากฝุ่นผงเข้าไปอุดตันถ้าพบว่าแรงลมน้อยลงกว่าเดิม เมื่อเปิดพัดลมแอร์แรงสุด ให้ล้างตู้แอร์ซึ่งปัจจุบันมีวิธีการล้างหลายวิธี โดยการถอดแผงคอยล์เย็นออกมาทำความสะอาดหรือใช้ระบบล้างแบบไม่ถอด ซึ่งเป็นวิธีการใหม่

สวิทช์เทอร์โมสตัทแอร์

การตรวจสอบทำได้ง่าย เพียงแค่ปรับสวิทช์เทอร์โมสตัท ไล่จากน้อยไปหามาก ถ้าปรับมากสุดแอร์ไม่ควรตัด ส่วนน้อยสุด แอร์จะตัดบ่อย ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ แสดงว่าสวิทช์เทอร์โมสตัท มีปัญหาแต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบระบบที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด ว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยและทำงานเป็นปกติ

เตรียมรถไว้สำหรับหน้าร้อน มีส่วนช่วยให้การเดินทางของท่านและครอบครัวมีความสุขโดยเฉพาะเดือนเมษายน มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ท่านจะได้เดินทางด้วยความสบายใจไม่ต้องไปเสียกลางทาง อย่าลืมว่าช่วงวันหยุดสงกรานต์ ไม่ค่อยมีช่างนะครับ เขาก็ไปเที่ยวเหมือนกัน



------------------------------
เรื่องโดย : พีรพล วัยโรจนวงศ์
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน เมษายน ปี 2547
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Ro8ZU

Follow autoinfo.co.th