บทความ

คน+เทคโนโลยี


ตอนที่ท่านผู้อ่านอ่านหนังสือฉบับนี้ ป่านนี้คงพอจะรู้กันแล้วว่า ยอดการขายรถยนต์ในบ้านเรามันโตพรวดพราดแบบก้าวกระโดดขึ้นมาถึงห้าแสนคันได้แล้ว

ก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับบรรดาผู้ผลิต ผู้ค้ารถยนต์ ทั้งที่ค้าในประเทศและส่งไปขายเมืองนอกเมืองนา ที่ประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า

ก็คงจะมีอยู่ไม่กี่รายหรอกที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในเมื่อเศรษฐกิจบ้านเรามันรุ่งโรจน์โชติช่วงอย่างนี้

แต่เมื่อเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น สิ่งสำคัญสุดของบ้านเราตอนนี้ กลับไปอยู่ที่ บุคลากร หรือ คนนั่นแหละครับ

ประกาศใช้กันมาเป็นปี แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ 9 แต่เพิ่งตื่นตัวทำแผนแม่บทเพื่อการพัฒนาประชากร ที่ตอนนี้กำลังมีเรื่องวิตกกันว่า สัดส่วนของประชากรในวัยเด็ก อายุ 0-14 ปีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประชากรวัยทำงาน อายุระหว่าง 15-59 ปีจะยังคงเพิ่มอีกระยะหนึ่ง

แต่ที่กลัวกันก็คือ อีก 6 ปีข้างหน้า ประชากรสูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจำเป็นต้องเสริมสร้างคุณภาพพื้นฐานให้มั่นคง สามารถเผชิญสิ่งท้าทายใหม่ๆในสังคมยุคปัจจุบันและอนาคตได้อย่างเข้มแข็งและมีภูมิคุ้มกัน

สาเหตุที่เกิดขึ้นก็เพราะในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่เป็นข้อจำกัดที่มีผลกระทบต่อการมีบุตรและการเว้นช่วงการมีบุตร และการที่ผู้หญิงไทยมีสัดส่วนที่เป็นโสดสูงขึ้นทำให้การรักษาระดับภาวะเจริญพันธุ์ให้อยู่ในระดับทดแทนทำได้ยากมาก

รวมทั้งปัญหาในด้านการดูแลสุขภาพพื้นฐานยังไม่เพียงพอโดยเฉพาะประชากรในชนบทที่ห่างไกลจากแสงสีทั้งหลายการเรียนรู้ที่นำไปสู่การดำเนินชีวิตที่เหมาะสมยังมีน้อยและการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่นำไปสู่การประกอบอาชีพในอนาคตยังไม่เพียงพอ
รวมทั้งการนำแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานแทนแรงงานไทยในบางอาชีพ ก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

เอ…เขียนมาเนี่ย กล่าวหาผู้มีหน้าที่ในรัฐบาลชุดเก่าหรือเปล่า ท่าทางจะโดนกันหลายคนเลยเชียวละ

แต่ก็ยังดีที่มีการริเริ่มจัดทำแผนแม่บท โดยมีวิสัยทัศน์ที่ว่า ประชากรไทยใน 20 ปีข้างหน้าจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม โดยมีอัตราเพิ่มประชากรโครงสร้างและการกระจายตัวประชากรที่เหมาะสม มีอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดีมีสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็ง มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพมีการใช้และรักษาทรัพยากรที่พอเหมาะทั้งในเขตเมืองและชนบทเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

แต่ก็มีข้อควรระวังของประชากรเมืองไว้ด้วยว่าถ้าไม่จำเป็นอย่าพยายามข้ามสะพานลอยที่ไม่มีไฟแสงสว่าง โดยเฉพาะในช่วงที่แดดยังไม่ออกหรือหลังพระอาทิตย์ตก เพราะเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายจะไม่สามารถให้ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่านได้เพียงพอ

ทำได้เพียงแค่เอากระจกบานเบ้อเริ่มขึ้นไปติดไว้บนสะพานให้มองข้างหลังว่ามีใครเดินตามมาหรือเปล่าเท่านั้นเอง … ตลก

เป้าหมายในปี 2549 สภาพัฒน์ ฯ เลยตั้งเอาไว้ 3 ประการ ดังนี้1.รักษาระดับอัตราเจริญพันธุ์ให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 1.8 2.
ประชากรทุกกลุ่มวัยมีอนามัยการเจริญพันธุ์ที่ดีอย่างน้อยร้อยละ 80ของเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดในแต่ละพื้นที่ 3. ลดอัตราการย้ายถิ่นของประชากรจากเขตชนบทไปสู่เขตเมือง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องมีความเชื่อมโยงกับแผนแม่บทอื่นๆ อาทิ แผนพัฒนาการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระยะที่ 9 (ปี 2545-2549) แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 9 (ปี 2545-2549) แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติในช่วงแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 9 (ปี 2545-2549)แผนพัฒนาแรงงานในช่วงแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 9 และยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้การพัฒนาประชากรโดยรวมดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นี่ เขียนหนังสือเดี๋ยวนี้ต้องตามให้ทันยุคสมัย เดี๋ยว พณหัวเจ้าท่านจะหาว่าคนเขียนหนังสือไม่อ่านหนังสือ แล้วจะกลายเป็นประชากรสูงอายุตกยุคไล่ตามเทคโนโลยีไม่ทัน

วนมาถึงเทคโนโลยี ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับประชากรไทยตาดำๆว่าต่อไปนี้ภาครัฐจะได้ร่วมสร้างดาวเทียมอเนกประสงค์ขนาดเล็ก เป็นดวงแรกของรัฐบาลแล้ว

ส่วนของเอกชนน่ะ ลืมๆ เสียบ้างก็ได้

เจ้าดาวเทียมดวงนี้ ตกลงใจสร้างกันมาตั้งแต่ปี 40 โดยประเทศไทยเราจะเป็นผู้สร้างอุปกรณ์สื่อสารระบบ KA-BAND อิหร่านสร้างระบบ TELEMETRY TRACKING AND COMMAND SUBSYSTEM (TT&C SUBSYTEM) และจีนสร้างอุปกรณ์ส่วนที่เหลือทั้งหมด

โดยมีค่าใช้จ่ายที่ไทยจะต้องรับผิดชอบ ประกอบด้วย ค่าจัดสร้างอุปกรณ์ KA-BAND 52.425 ล้านบาทค่าส่งดาวเทียม 13.106 ล้านบาท ค่าติดตามและควบคุม 8.338 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายร่วมสร้าง73.919 ล้านบาท ค่าสร้างสถานีอุปกรณ์รับ-ส่ง ค่าผู้เชี่ยวชาญ 50,000 ล้านบาท รวม 123.919 ล้านบาท

การถ่ายทอดเทคโนโลยีและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการนี้จะมีการแลกเปลี่ยนผู้ชำนาญการและผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม
เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยงานด้านเทคนิคและวิทยาศาสตร์และยังจะเป็นการทดสอบการใช้อุปกรณ์สื่อสารย่านความถี่ K-BAND
กับดาวเทียมวงโคจรต่ำเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งหากเกิดผลสำเร็จแล้วลิขสิทธิ์และสิทธิประโยชน์ของการคิดค้นหรือนวัตกรรมจากการผลิตนี้ จะเป็นของประเทศไทยโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะเป็นเจ้าของสิทธิประโยชน์นี้แต่เพียงผู้เดียวและหากรัฐบาลมีแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนของย่านความถี่นี้ขึ้นก็สามารถกระทำได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการคิดค้นจากต่างประเทศ

ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์อย่างมาก จากการเรียนรู้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารทั้งระบบภาคพื้นดินและอวกาศ รวมทั้งเทคโนโลยีด้านอวกาศที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาบุคลากรของประเทศด้านเทคโนโลยีอวกาศให้ทัดเทียมกับประเทศในภูมิภาคนี้
รวมทั้งรองรับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

สิ่งสำคัญคือการพัฒนาอุตสาหกรรมพื้นฐานต่างๆ โดยรัฐเป็นผู้นำสนับสนุนและส่งเสริมให้เปลี่ยนจากประเทศผู้ซื้อไปสู่ประเทศที่สามารถวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสามารถทำการผลิตเพื่อสนองความต้องการภายในประเทศและเพื่อสู้กับต่างประเทศต่อไปในอนาคต

ฟังแล้วดูดีไหมครับ การก้าวไปสู่การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ทำให้สามารถพึ่งตนเองได้และพร้อมที่จะเข้าสู่การผลิตทางอุตสาหกรรมต่างๆ ได้มากขึ้น

แต่เรื่องที่เล่ามาสองเรื่องนี่ ดูรู้สึกจะสวนทางกันสักหน่อยไหมครับเรื่องแรกประชากรสูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น แต่เรื่องที่สองนี่เทคโนโลยีล้วนๆ แล้วสภาพัฒน์ ฯจะสามารถทำให้ประชากรสูงวัย มาเข้าใจเรื่องเจ้าดาวเทียมอเนกประสงค์วงโคจรต่ำได้ถ้วนถี่หรือไม่

หรือว่าจะคอยให้บริษัทเอกชน มาเช่าช่วงใช้พัฒนาระบบโทรคมนาคมของตัวเองโดยไม่ต้องส่งดาวเทียมด้วยตัวเอง

เอ๊ะ นี่จะกระทบใครมั่งหรือเปล่าเนี่ย กระผมเปล่าตั้งใจนะครับ



------------------------------
เรื่องโดย : มือบ๊วย
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2547
คอลัมน์ : โค้งอันตราย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/wBH7V

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัพเดทล่าสุด
26 Sep 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
2,549,000
3.
1,749,000
4.
2,249,000
5.
4,590,000
6.
1,999,000
7.
3,990,000
8.
3,065,000
9.
2,790,000
10.
5,490,000
11.
1,354,000
12.
3,399,000
13.
750,000
14.
1,129,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th