บทความ

MINI DRIVING EXPERIENCE


บริษัท บีเอมดับเบิลยู (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ มินี จากประเทศอังกฤษ
จัดอบรมเพิ่มทักษะและแนะนำเทคนิคการบังคับรถขับสนุกอย่าง มีนี
เพื่อความปลอดภัยและสามารถรีดสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ โดยใช้ชื่อรายการว่า “MINI
DRIVING EXPERIENCE” ผู้อบรม คือ รินโก ชง (RINGO CHONG)
นักแข่งและผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ แสดงให้เห็นถึงความสามารถของอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆ ที่ บีเอม ฯ
ติดตั้งเข้ามาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ โดยใช้ สนามทดสอบยาง บริดจ์สโตน โพรวิง กราวน์ด
(BRIDGESTONE PROVING GROUND) สระบุรี เป็นสนามฝึก

ก่อนลงมือขับในช่วงเช้า ผู้ฝึกสอนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ เครื่องยนต์ และระบบรองรับ ของ มีนี
พร้อมกับชมเทคนิคการขับรถรุ่นนี้ ในภาพยนตร์เรื่อง อิตาเลียน จอบ และท่านั่งที่ถูกต้องสำหรับรถแบบ
มีนี ซึ่งเน้นย้ำที่ระยะห่างของผู้ขับ เช่น ศีรษะห่างจากหลังคา 1 กำมือ เท้าสามารถกดแป้นเบรคได้สุด
โดยไม่งอเข่า และเมื่อจับพวงมาลัย แขนต้องไม่ตึงจนหมุนพวงมาลัยไม่ครบรอบ

เมื่อทุกคนพร้อมประจำตำแหน่งในรถก็ เริ่มต้น “อุ่นเครื่อง”
ด้วยการขับวนรอบสนามและเลี้ยวรถตามช่องที่กำหนด เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับรถ
และพร้อมเข้าสู่บทเรียนแรก

หลังจากเครื่องร้อนได้ที่ ผู้ฝึกสอนสาธิตให้เราเห็นถึง
ประสิทธิภาพของระบบเบรคแบบป้องกันล้อลอคตาย หรือ เอบีเอส
ฐานล้อที่กว้างสุดปลายตัวรถทั้งหน้า/หลัง และจุดเด่นของโครงสร้าง มีนี คือ
จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าซีดานทั่วไป และการเฉลี่ยน้ำหนักที่ด้านหน้า/หลังเท่ากัน
รวมทั้งข้อดีของระบบขับเคลื่อนล้อหน้า และระบบส่งกำลังแบบ CVT ให้ชม
เริ่มจากการเบรคที่ความเร็ว 80 กม./ชม. ขนาดยาง 175/65/15 ที่หลายคนคิดว่าเล็ก ทำหน้าที่ได้ดี
แม้จะต้องเบรคและเปลี่ยนช่องทางอย่างกะทันหันและรุนแรง

เคล็ดลับง่ายๆ ในการควบคุมรถขณะเบรค คือ ให้มองช่องทางที่เราต้องการจะไป
เพราะสายตาจะควบคุมมือหมุนพวงมาลัยโดยอัตโนมัติ ซึ่งใช้ได้กับรถทุกรุ่น
และใช้ได้ดีกับรถที่มีพวงมาลัยแม่นยำอย่าง มีนี

บทเรียนต่อมาเป็นเรื่องของการควบคุมรถในทางลื่น และทางโค้ง
ผู้ขับควรหมุนพวงมาลัยด้วยวงเลี้ยวที่คงที่
การเปลี่ยนรัศมีในทันทีจะมีผลอย่างมากต่อการทรงตัวของรถในขณะเข้าโค้ง
และใช้คันเร่งแต่งแทนการเปลี่ยนรัศมีวงเลี้ยว ด้วยการเพิ่มและลดความเร็ว
แต่ถ้าเข้าแรงเกินไปจะเกิดอาการลื่นไถล เราสามารถแก้ไขได้ ด้วยการผ่อนคันเร่งเพื่อให้ล้อหน้า
ซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนจับผิวถนนดีขึ้น และหมุนพวงมาลัยไปในทิศทางที่จะไป เท่านี้ก็ไปได้สวย

เครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว 1.6 ลิตร 115 แรงม้า กับอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 9.8 วินาที
ทำให้หลายคนหัวหมุนหลุดโค้ง หรือไม่ก็ล้อปั่นฟรี จนเสียเวลาไปมาก

หลักการเข้าโค้งแบบ “เข้าช้า ออกเร็ว” ยังคงนำมาใช้ได้ แต่ต้องไม่ลืมว่า ควรลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง
เพื่อควบคุมรถให้นิ่ง และเข้าโค้งด้วยความเร็วที่พอเหมาะและคงที่
โดยขับให้ชิดด้านในของโค้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และค่อยๆ เพิ่มความเร็วเมื่อรถ “ตั้งลำ” ได้แล้ว
จะเป็นการขับที่รวดเร็ว ควบคุมรถง่าย และปลอดภัย แต่สิ่งหนึ่งที่ได้จากการอบรมในครั้งนี้
คือการเลือกใช้เกียร์ที่เหมาะสมจะช่วยการขับ มีนี สนุกยิ่งขึ้น

ปิดท้ายการอบรมด้วย การโชว์ลีลาขับรถแบบในภาพยนตร์เรื่อง อิตาเลียน จอบ
ที่ต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวและการฝึกซ้อมเป็นพิเศษ ทั้งถอยหลังกลับ
และการใช้เบรคมือควบคุมรถ



------------------------------
เรื่องโดย : ธนสาร เสาวมล
ภาพโดย : ธนสาร เสาวมล
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มกราคม ปี 2548
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/tyehI

Follow autoinfo.co.th