บทความ

โพร์เช คาร์เรรา จีที


โพร์เช คาร์เรรา จีที

ยอดรถสปอร์ทซูเพอร์คาร์เมืองเบียร์

ที่งานมหกรรมยานยนต์ปารีสเมื่อปลายปี 2000 และบนแท่นหมุนขนาดยักษ์ในบูธของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทเมืองเบียร์ มีรถแนวคิดคันหนึ่งปรากฏตัวให้สาธารณชนได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก พร้อมกับป้ายชื่อ โพร์เช คาร์เรรา จีที (PORSCHE CARRERA GT)

รายงานมหกรรมยานยนต์ปารีส ใน “ฟอร์มูลา” ฉบับเดือนธันวาคม 2543 กล่าวถึงรถแนวคิดคันนี้ว่า “รถสปอร์ทระดับ ซูเพอร์คาร์ ซึ่งจะออกจำหน่ายในปี 2003 เพื่อสู้กับรถระดับเดียวกันอย่าง เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลอาร์ (MERCEDES-BENZ SLR) และ แฟร์รารี เอฟ 60 (FERRARI F60) ซึ่งจะออกจำหน่ายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน นับเป็นรถตลาดที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ โพร์เช เพราะติดตั้งเครื่องยนต์ วี 10 สูบ 5.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงถึง 558 แรงม้า และสามารถทำความเร็วได้ถึง 330 กม./ชม.นั่นเทียว”

สองปีครึ่งหลังจากนั้น คือที่งานมหกรรมยานยนต์เจนีวาครั้งล่าสุด เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี่เอง รถชื่อเดียวกันปรากฏตัวให้เห็นอีกครั้งหนึ่ง ในรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างในบางจุด และคราวนี้ไม่ได้อยู่ในฐานะ CONCEPT CAR หรือ “รถแนวคิด” หากเป็น PRODUCTION CAR หรือ “รถตลาด” ที่กำหนดสนนราคาค่าตัวไว้สูงลิบ คือมองป้ายราคาก็ต้องแหงนคอตั้งบ่า

ย้อนหลังไปเมื่อกลางปี 1998 หลังจากคว้าชัยชนะในการแข่งรถมาราธอน 24 ชั่วโมง ที่ เลอ มองส์ (LE MANS) ในฝรั่งเศส ด้วยรถแข่งไร้เทียมทาน โพร์เช จีที-1 (PORSCHE GT-1) และไม่คิดที่จะลงแข่งอีกแล้วในปีถัดมา สิ่งที่ โพร์เช ถามตัวเองในขณะนั้นคือ แล้วจะทำอะไรดีล่ะ ? ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองเบียร์ ใช้เวลาไม่นานนักในการค้นหาคำตอบ

ที่เห็นๆ กันอยู่ในขณะนั้นก็คือ ผู้ผลิตสัญชาติเดียวกันหลายๆ รายกำลังย่างเท้าเข้าสู่ธุรกิจของรถสปอร์ทระดับ “ซูเพอร์คาร์” โฟล์คสวาเกน กำลังง่วนอยู่กับการพัฒนารถสปอร์ทเครื่องยนต์ดับเบิลยู 12 สูบ โฟล์คสวาเกน นาร์โด (VOLKSWAGEN NARDO) ในขณะที่ค่าย “สี่ห่วง” ก็กำลังหายใจเข้าหายใจออกเป็น เอาดี อวุส (AUDI AVUS) และค่าย “ดาวสามแฉก” ก็กำลังมือไม่ว่างอยู่กับ เมร์เซเดส-เบนซ์ เอสแอลอาร์ (MERCEDES-BENZ SLR)

หันมาดูต้นทุนที่มีอยู่แล้วในมือ ประสบการณ์ในวงการรถแข่ง ก็พิสูจน์แล้วว่ามีอยู่เพียบเครื่องยนต์หายใจอากาศธรรมดา วี 10 สูบ 5.5 ลิตร ที่เพิ่งออกแบบขึ้นใหม่เพื่อใช้กับรถแข่ง ก็สามารถปรับแต่งให้ใช้กับรถถนนได้ไม่ยากเลย ที่สำคัญที่สุดก็คือ กลุ่มลูกค้าจำนวนพันจำนวนหมื่นที่ภักดีต่อยี่ห้อ โพร์เช

จะมีอะไรอีกเล่า ที่น่าทำยิ่งกว่ารถสปอร์ทระดับ “ซูเพอร์คาร์” สักหนึ่งแบบ ทั้งหลายทั้งปวงนี่เอง คือที่มาของโครงการออกแบบและพัฒนา โพร์เช คาร์เรรา จีที (PORSCHE CARRERA GT) รถตลาดที่เร็วที่สุด ทรงพลังที่สุด และมีเทคโนโลยีก้าวล้ำนำยุคที่สุดในประวัติศาสตร์ครึ่งศตวรรษ ของยอดผู้ผลิตรถสปอร์ท ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ โพร์เช

ยอดผู้ผลิตรถสปอร์ทของเมืองเบียร์ เลือกใช้สตูดิโอซึ่งตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกาเป็นสถานที่ออกแบบและพัฒนา ส่วนวิศวกรที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ คือ นาย มิชาเอล ฮูลเชร์ (MICHAEL HOLSCHER) ซึ่งในอดีตก่อนหน้านั้น เคยมีผลงานในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ เมร์เซเดส-เบนซ์ 500 อี (MERCE DES-BENZ 500E) เอาดี อาร์เอส 2 (AUDI RS2) และ โอเพล ซาฟีรา (OPEL ZAFIRA) มาก่อนแล้ว เขาใช้เวลาทำงานเพียงสองปีเศษ โดยมีอดีตแชมพ์โลกแรลลี วัลเทร์ เริร์ห์ล (WALTER RORHL) และนักทดสอบรถชื่อดังของ โพร์เช คือ โรลันด์ คุสส์มอลล์ (ROLAND KUSSMALL) เป็นมือซ้ายและมือขวาที่มีส่วนร่วมเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในขั้นตอนของการพัฒนา

ข้อมูลเกี่ยวกับ เครื่องยนต์กลไก สมรรถนะความเร็ว และตัวถังซึ่งทำจากพลาสติคสังเคราะห์เสริมไฟเบอร์กลาสส์ เคยบอกไปครั้งหนึ่งแล้วใน “ข่าวรอบโลก” ฉบับเดือน เมษายน 2546 จะไม่ฉายซ้ำอีกครั้งในที่นี้ ขอบอกเพิ่มเติมแต่เพียงว่า โพร์เช ตั้งใจจะบรรจุรถสปอร์ท “ซูเพอร์คาร์” แบบนี้ไว้ในสายการผลิตเพียง 3 ปี และจำกัดจำนวนผลิตไว้แค่ 1,500 คัน โดยที่ในปีแรกนี้ อัตราการผลิตจะอยู่ที่ระดับ 2 คัน/วัน และจะเพิ่มเป็น 2.7 คันโดยเฉลี่ยในปี 2004

ส่วนสนนราคาค่าตัวที่จะซื้อขายกันในยุโรป ราคาซึ่งยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ กำหนดไว้แล้วว่าอยู่ที่ระดับ 390,000 เหรียญยูโร หรือเท่ากับประมาณ 19.5 ล้านบาทไทย เมื่อคิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินอย่างหยาบๆว่า ต้องมีเงินไทยอยู่ในกระเป๋า 50 บาท จึงจะแลกได้ 1 เหรียญยูโร ราคานี้นับว่าไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงของค่าย “ม้าลำพอง” คือ แฟร์รารี เอนโซ (FERRARI ENZO) ซึ่งมีค่าตัวสูงถึง 600,000 เหรียญยูโร หรือประมาณ 30.0 ล้านบาทไทย



------------------------------
เรื่องโดย : ชูศักดิ์ ชมจินดา
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2546
คอลัมน์ : ระเบียงรถใหม่
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/1QWyn

บทความที่เกี่ยวข้อง

SUZUKI SWIFT
CITROEN C3 AIRCROSS
SEAT IBIZA
VOLKSWAGEN POLO
BMW 1-SERIES SEDAN
BMW 1-SERIES
อัพเดทล่าสุด
23 Oct 2017

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
489,000
2.
1,199,000
4.
2,490,000
5.
479,000
6.
939,000
7.
24,500,000
8.
34,000,000
9.
23,795,000
12.
18,900,000
13.
18,999,000
14.
3,199,000
15.
3,399,000
16.
2,549,000
17.
4,499,000
18.
2,299,000
19.
3,199,000
20.
3,299,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th