บทความ

“ผ่อนส่งแต่ไม่ใช่เช่าซื้อ”


การทำมาหากินในเมืองหลวงเกี่ยวกับรถรานั้นมีจำนวนมากมายมหาศาลพาหนะอย่างหนึ่งที่ใช้ขนส่งมวลชนได้อย่างคล่องแคล่วตามตรอกซอกซอยอันคับแคบในกทม.คือ

“รถกระป้อ”

ถ้าจะว่าไปแล้วรถชนิดนี้คนทั่วไปน่าจะเอามาใช้เป็นรถนาคร หรือรถในชุมชนเมืองกันเยอะๆเพื่อลดการแออัดคับคั่งจากการใช้รถขนาดใหญ่ แต่นั่งโด่อยู่แค่คนเดียว ซึ่งเป็นปัญหาที่ไทยเรายังแก้ไม่ตก

นานๆ ทีจะมีรายการกระดี้กระด้า ออกกฎบังคับไม่ให้รถนั่งคนเดียวผ่านย่านนั้นย่านนี้ แล้วก็เลิกรากันไปตามประสาไทยๆ อีกเช่นเดิม

สรุปแล้วรถกระป้อแทบทั้งหมดกลายเป็นรถรับจ้าง แม้กระทั่งต่างจังหวัด

ที่เอ่ยถึงรถกระป้อขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในเมืองกรุงอันได้แก่

“รถกระป้อเถื่อน”

ไม่มีทะเบียน เป็นรถเถื่อนจริงๆ

อย่าเข้าใจผิดคิดว่ารถเหล่านี้จะหลบๆ ซ่อนๆ กลับกลายเป็นรถที่กร่างมาก เอามารับส่งผู้โดยสารอย่างหน้าตาเฉย

เท่านั้นไม่พอ เมื่อมีเหตุเฉี่ยวชรถอื่น รถกระป้อเถื่อนเหล่านี้กลายเป็นรถเส้นใหญ่ มีตำรวจให้ความคุ้มครองอย่างเต็มที่

แน่นอนรถกระป้อเหล่านี้ส่งส่วยให้แก่เจ้าหน้าที่อย่างไม่ต้องสงสัย และแน่นอนอีกที ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิกเช่นกัน

คงไม่เหลือความสามารถตำรวจตงฉินหรือผู้รักษากฎหมายบ้านเมืองหรือรัฐบาล
ที่จะไปสำรวจตรวจตราดูว่าท้องที่ไหนเลี้ยงกระป้อเถื่อนเอาไว้ ให้สมกับที่รัฐบาลนี้ประกาศอยู่ปาวๆ ว่า “ปฏิรูประบบราชการ”

ไม่เห็นเหรอ การปล่อยให้มีอะไรเถื่อนๆ มากเกินไปถึงเวลาก็มีคนเถื่อนมาพังบาร์เบียร์กลางเมืองหลวงจนราบเป็นหน้ากลอง ขายหน้าเขาไปทั้งโลก

เอาละครับหันมาว่ากันด้วยเรื่องคดีความให้หายเซ็งดีกว่า

การซื้อรถในระบบผ่อนส่งชาวบ้านมักจะเข้าใจผิด คิดว่าเหมือนกันหมดหรือมีอยู่วิธีเดียวที่เราเรียกว่า

“เช่าซื้อ”

อันที่จริงไม่ใช่อย่างนั้นหรอก การซื้อรถผ่อนส่งมีอยู่สองแบบคือ “เช่าซื้อ” ขนานแท้ ซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางทางการสมัยรัฐมนตรีจุรินทร์ พยายามตีกรอบกำหนดแบบสัญญาเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคให้มากที่สุดขณะที่บริษัทขายรถก็โวยว่ามันไม่ดียังโง้นยังงี้เรื่อยมา

อีกอย่างคือ “ซื้อรถแบบมีเงื่อนไข” ไม่ใช่เช่าซื้อ เป็นการซื้อรถที่คนซื้อไม่ได้จ่ายเงินสดคราวเดียวแต่แบ่งจ่ายหรือผ่อนชำระ ผ่อนจึงจะโอนรถให้ ชาวบ้านดูเผินๆ เหมือนการเช่าซื้อรถเปี๊ยบ แต่ในแง่กฎหมายมันต่างกัน

ที่แตกต่างอย่างสำคัญชาวบ้านเสียเปรียบอย่างแรงคือ เมื่อรถเกิดการสูญหายหรือเป็นอะไรไปโดยเหตุสุดวิสัยผู้ซื้อต้องรับผิดกับผู้ขายอย่างเต็มๆ ตามสัญญาที่ผู้ขายเขียนมัดไว้ทุกราย

แต่ถ้าเป็นการเช่าซื้อ หากรถสูญหายโดยเหตุสุดวิสัย ผู้เช่าซื้อสบาย ไม่ต้องรับผิดในตัวรถนอกเสียจากค่างวดที่ค้างชำระและที่เกี่ยวเนื่องกับค่างวดที่ค้างเท่านั้น

ในการเช่าซื้อขนานแท้ เมื่อผู้ขายรู้แง่มุมของกฎหมาย ก็พยายามเอาเปรียบ
เขียนสัญญามัดคอให้ผู้เช่าซื้อรับผิดชอบเมื่อรถสูญหายอยู่ดี

ผู้เช่าซื้อที่อ่อนแต้มหรือไม่รู้เท่าทันก็จ่ายไป แต่ถ้ารู้แง่กฎหมายที่ว่ามา ก็เฉยเสียไม่ต้องจ่าย ให้บริษัทฟ้องร้องขึ้นมาเมื่อความปรากฏ ศาลจะตัดสินให้ผู้เช่าซื้อไม่ต้องรับผิด การเช่าซื้อมีข้อดีอย่างมากตรงนี้เอง

สรุปแล้วไม่จำเป็นไม่อยากได้รถเขามาจริงๆ อย่าไปซื้อรถแบบผ่อนส่งที่ไม่ใช่การเช่าซื้อนะตัวเอง

เรามาดูคดีความเพื่อให้เกิดความชัวร์กันซะเลย “นายโอเค” แกเป็นคนไทยเรานี่แหละ แต่เห่อฝรั่งไปหน่อยจึงตั้งชื่อโอเควันหนึ่งอยากได้รถมาใช้แต่ไม่มีเงินสด จึงกำเงิน 4 หมื่นบาทไปซื้อผ่อนรถมาคันหนึ่ง ราคาตีไว้เกือบ 2 แสนบาท

การซื้อรถ นายโอเค ไม่ได้รู้เรื่องว่าอะไรคือเช่าซื้อ อะไรคือซื้อผ่อนส่ง เขาเอาสัญญาอะไรมาให้เซ็นก็เซ็นลงไปด้วยอารามอยากได้รถมาขับ

รถแต่งจ๊าบไปหน่อย ขโมยบ้านเราเยอะไปหน่อย กฎหมายเอาผิดพวกลักขโมยอ่อนไปหน่อย นายโอเคผ่อนชำระได้แค่งวดเดียว รถโดนขโมย ตามหาจนเหงือกแห้งก็ไม่เจอ

ยังดีที่บริษัทเกณฑ์ให้ทำประกันไว้ส่วนหนึ่ง บริษัทขายรถได้เงินประกันไป 1 แสนบาท
แล้วแบมือเรียกร้องเงินค่ารถอีกส่วนหนึ่งจาก นายโอเค เมื่อ นายโอเค ไม่ยอมจ่ายเพราะได้ใช้รถอยู่แป๊บเดียวบริษัทจึงยื่นฟ้อง บังคับให้จ่ายค่ารถที่ยังขาด 5 หมื่นกว่าบาท

นายโอเค ซึ่งโดนฟ้องเป็นจำเลยที่ 1 เซ็งหรือไม่มีเงินจ้างทนาย จึงไม่สู้คดี นอนอยู่บ้านเฉยๆ

ขณะที่ “นส. เอวกลม” ผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ไม่อยากเอากระดูกมาแขวนคอ จึงจ้างทนายสู้คดี ขอให้ยกฟ้องอ้างว่ารถถูกขโมยไปจริงๆ เป็นเหตุสุดวิสัย บริษัทเรียกร้องให้ชำระค่ารถไม่ได้ เพราะเป็นการเช่าซื้อถ้าจะต้องรับผิดก็ไม่ถึง 2 หมื่นบาท

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่าเป็นการซื้อรถแบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่การเช่าซื้อ นายโอเค
กับพวกต้องรับผิดจ่ายค่ารถในส่วนที่บริษัทยังได้ไม่ครบ แต่ตัดสินให้จ่ายเพียง 17,670 บาท
เมื่อนำเงินที่ได้จากกี่ประกันภัย เงินที่ นายโอเค จ่ายตอนออกรถ เงินที่ผ่อนชำระ 1 งวด
มาหักออกจากราคารถที่ควรจะเป็น

นายโอเค กับ นส. เอวกลม ได้คืบจะเอาศอก จ่ายไม่ถึง 2 หมื่นไม่พอใจ ยื่นอุทธรณ์ขึ้นไป ขอให้ยกฟ้องโดยอ้างว่าเป็นเรื่องเช่าซื้อ รถหายโดยเหตุสุดวิสัย ผู้ซื้อไม่ต้องจ่าย

ขณะที่บริษัทขายรถก็อุทธรณ์เพราะฟ้องทั้งที ศาลให้แค่หมื่นเศษๆ มันน้อยนิดเกินไป ยืนยันว่าราคารถที่ขายเกือบ 2แสนบาท ไม่ใช่แสนหกหมื่นกว่าบาทอย่างที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นด้วยกับโจทก์ จึงพิพากษาแก้ บังคับให้จำเลยทั้งสองจ่าย 54,570 บาท พร้อมดอกเบี้ย

นายโอเค กับ นส. เอวกลม ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ยื่นฎีกาขึ้นไป โต้แย้งเต็มที่
ขอให้ยกฟ้องหรืออย่างมากเท่าที่ศาลชั้นต้นตัดสิน

ศาลฎีกาเหม่อมองดูคดีนี้ด้วยความอ่อนเพลีย แต่ก็กัดฟันพิจารณาและชี้ขาดออกมาว่า

สัญญาที่ทำไว้ระบุว่าเป็นรถอีซูซุ ราคา 199,900 บาท นายโอเค จ่ายก่อน 4 หมื่น ที่เหลือจ่ายเดือนละ 5,330 บาทรวม 30 งวด ผ่อนได้งวดเดียวรถถูกขโมย บริษัทประกันจ่ายให้บริษัทผู้ขาย 1 แสนบาทจำเลยทั้งสองถูกทวงถามถูกฟ้องให้จ่ายอีก 54,570 บาท โดยยึดเอาค่ารถ 199,900 บาท มาเป็นฐานในการคำนวณขณะที่จำเลยอ้างว่าเป็นการเช่าซื้อ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาดูแล้ว เห็นว่า สัญญาที่ทำกันไว้ไม่ใช่เช่าซื้อแน่นอน แต่เป็นการซื้อขายโดยมีเงื่อนไข ให้แบ่งจ่ายหรือผ่อนส่งในสัญญายังเขียนมัดคอคนซื้อไว้ด้วยว่า ถ้ารถสูญหายเสียหายผู้ซื้อต้องรับผิดแม้รถโดนลักไปไม่ได้เป็นความผิดของจำเลยก็ตาม

แต่จำเลยไม่ต้องตกใจ ราคารถเท่าไรศาลต้องดูจนแน่ใจ เมื่อคนของบริษัทมาให้การว่ารถคันนี้ซื้อสดราคา 163,000บาท ราคารถที่แท้จริงจึงไม่ใช่ 199,900 บาท ตามที่ฟ้องมา ต้องเอาราคารถที่แท้จริงมาคำนวณ เมื่อหักเงินที่ นายโอเคจ่ายไปก่อน 4 หมื่น ค่างวดอีก 1 งวด และเงินประกันอีก 1 แสน การที่ศาลชั้นต้นให้จำเลยจ่ายแค่ 17,670 บาท
พร้อมดอกเบี้ยถูกต้องแล้ว

ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ ให้เป็นไปตามที่ศาลชั้นต้นว่าไว้

เห็นชัดอย่างที่ผมเคยพูดไว้เสมอคือ ศาลไทยเมตตาคนผ่อนรถไม่น้อยอย่างเช่นคดีนี้ศาลจะเอาราคารถที่เป็นจริงมาคำนวณ ไม่เอาราคาเงินผ่อนที่บวกดอกเบี้ยเข้าไป นายโอเค กับ นส.เอวกลม จึงไม่โดนหนัก

อันที่จริงก็ยุติธรรมแล้ว เพราะรถโดนลักไป นายโอเค ไม่ได้ใช้รถ เสียเงินไปฟรีๆ ไม่น้อยไม่สมควรแบกรับภาระดอกเบี้ยอีกต่อไป

ถ้าบริษัทขายรถจะร้องว่าไม่ยุติธรรมต้องร้องไปยังรัฐบาลที่ไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนบริษัทจึงต้องพลอยรับกรรมไปด้วยอย่างที่เห็น

จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 155/2535



------------------------------
เรื่องโดย : จอมยุทธ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน พฤษภาคม ปี 2546
คอลัมน์ : ร่มไม้ชายศาล
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/4bH5J

Follow autoinfo.co.th