บทความ

ปรีดาไม่ยืนยาว ข่าวร้ายมาเยือน


คนในวงการเพิ่งจะฉีกยิ้มแก้มแทบปริ เมื่อเห็นตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ในไตรมาสแรกของปีนี้ พุ่งพรวดโตขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึงร้อยละ 35.5 คือเพิ่มจาก 61,737 เป็น 83,661 คัน…มองเห็นยอดรวมปลายปีรำไร ๆ อยู่ที่แถว 330,000 คัน

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ได้ออกมาตอกย้ำให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดส่งออก และตลาดในประเทศด้านยานยนต์ ที่กระเตื้องขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยแสดงตัวเลขดัชนีอุตสาหกรรมยานยนต์ประจำเดือนมีนาคมว่า เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 47.9 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

กรมสรรพสามิตยืนยันซ้ำอีกว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีก่อนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ (ตค.44-มีค.45)ทางกรม ฯ สามารถจัดเก็บภาษีทางด้ารถยนต์ได้สูงกว่าประมาณการประมาณร้อยละ 19.0 หรือคิดเป็นเงินถึง 2,805 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นเพราะรถยนต์ขายได้มากขึ้น และราคาเฉลี่ยของรถต่อคันก็สูงขึ้นด้วย

แต่ไม่ทันที่ความปรีดาจะยืนยาว ข่าวร้ายก็มาเยือน !

เมื่อท่านผู้ช่วยขุนคลังคนเก่งออกมาประกาศ “วิสัยทัศน์” ว่า เร็ว ๆ กำลังจะปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น…สองปีก่อน ก็เห็นเพิ่งปรับกันไปหนหนึ่งไม่ใช่หรือ นี่ก็เท่ากับเป็นการประจานซิว่า ไอ้คนคิดคนก่อนมันเป็นควาย งี่เง่า ไม่มีสมอง และไม่เป็นธรรม ใช่หรือไม่ ?!?

ข่าวไม่ได้บอกชัดว่า ท่านจะปรับอะไร ตรงไหน เท่าไหร่ แต่เท่าที่เห็นท่านยกตัวอย่าง รถอเนกประสงค์เอมพีวี (MULTI-PURPOSE VEHICLE) อย่าง สปอร์ทไรเดอร์ รวมรถกระบะดัดแปลงไทยรุ่ง ฯ กับรถกิจกรรมกลางแจ้ง เอสยูวี (SPORT UTILITY VEHICLE) พวก ซีอาร์-วี เชโรคี ฟรีแลนเดอร์เอกซ์ 5 เอกซ์พลอเรอร์ ทรูเพอร์ แอลเอกซ์ 470 ฯลฯ กำลังทำท่าว่าจะ “ซวย” เพราะท่านคิดจะ”อัพ” ภาษีขึ้นไปเทียบชั้นกับรถเก๋ง…แล้วข่าวก็บอกต่อไปว่า คลังมีแนวโน้มที่จะปรับภาษีสรรพสามิตของรถกระบะขึ้นจากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 5 ด้วย

ในทางกลับกัน เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้เกิดในสังคม ท่านผู้นี้มีความคิดว่า เราน่าจะปรับภาษีรถเก๋งที่มีขนาดเครื่องยนต์เกิน 2,400 ซีซี ให้ลดลง หมายความว่า ต่อไปรถเก๋งขนาดใหญ่ กับรถสปอร์ทหรูหรา พาหนะของ “เศรษฐีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน” จะมีราคาถูกลง

ผมจะไม่ขอวิจารณ์ความคิดของท่านผู้ช่วย ฯ ท่านนี้ว่าดี หรือเหมาะสมอย่างไร หรือไม่ และไม่อยากจะบอกว่า ใครเป็นคนได้ หรือเสียในเรื่องนี้ ขอให้ท่านผู้เจริญ ประเมินกันเอาเองเถอะครับ

ผมอยากทำแค่ขอวิงวอนให้ท่านเจ้าของความคิด ได้โปรดคำนึงถึงผลกระทบอันพึงมี ต่อความเชื่อมั่นของเหล่าผู้ผลิตรถยนต์รายเล็กใหญ่ ที่เราไป “เกลี้ยกล่อม” ให้เขามาลงทุนสร้างโรงงานในเมืองไทยว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรกับนโยบาย “หลักปักขี้เลน” ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา สามวันดี สี่วันไข้ แบบนี้

เวลาพวกเขาปรับตัว เลิกผลิตรถรุ่นใดรุ่นหนึ่ง หมายถึงการขาดทุนค่าแม่แบบนับเป็นร้อยเป็นพันล้านนะครับ

มันไม่ง่าย และถูก เหมือนเวลาที่ท่านคิด “เสก” อะไร ให้เป็นไปดังใจหรอก !



------------------------------
เรื่องโดย : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มิถุนายน ปี 2545
คอลัมน์ : ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/Bgcxr

Follow autoinfo.co.th