บทความ

ภัยก่อการร้าย


หลังเหตุการณ์ตึกเวิร์ลด์เทรดของสหรัฐอเมริกาถูกถล่มเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 ด้วยเครื่องบินโดยสาร โลกทั้งโลกต่างตะลึงกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ทุกประเทศเฝ้าติดตามข่าวความเคลื่อนไหวทุกวินาทีเรียกว่าแทบจะไม่หลับไม่นอนกันเลยทีเดียวในช่วงนั้น ภาพเหตุการณ์ผ่านไปปีเศษแล้วแต่ก็ยังคงตรึงตราทุกคนในโลกอย่างไม่รู้ลืม คนทั้งโลกต่างก็สรุปตามที่สหรัฐอเมริกาแจ้งว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นคือการก่อการร้าย ทั้งที่ยังไม่สามารถจับมือใครดมได้เลย ด้วยหลักฐานยังไม่สาวไปไม่ถึงผู้บงการ เพียงแต่คาดเดาเอาว่าน่าเป็นฝ่ายไหนหรือน่าจะเป็นใครเท่านั้น

 

วันนี้เราคงจะไม่ได้มาสืบสาวหาตัวผู้ก่อการร้ายเพราะไม่ใช่หน้าที่ของเรา แต่เรากำลังมาดูกันว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นให้บทเรียนอะไรบ้าง และมันมากระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของเราอย่างไร บางคนอาจมองว่าไม่เห็นจะกระทบอะไรเลย เพราะมันอยู่ไกลกันสุดขอบฟ้า และประเทศไทยเราก็ไม่ได้ประกาศเป็นศัตรูกับฝ่ายใด เราก็อยู่ของเราอย่างปกติสุขไม่เห็นต้องไปเดือดร้อนอะไรกับเหตุการณ์ครั้งนั้น

 

แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้โลกมันไม่ได้ใหญ่โตจนแยกเขตภัยได้เหมือนแต่ก่อน โลกปัจจุบันเป็นโลกที่ไร้พรมแดนเชื่อมต่อถึงกันได้เพียงแค่กะพริบตาจนดูเหมือนว่าโลกมันแคบและเล็กนิดเดียว เราติดต่อสื่อสารกับประเทศทั่วโลกเพียงเสียววินาที เราค้าขายกับทุกประเทศได้ทันทีด้วยปลายนิ้วคลิค เราสัญจรไปมาหาสู่กับประเทศต่างๆ เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น และปัจจุบันกำลังฮิทที่คนรวยเขานั่งยานอวกาศไปในชั้นบรรยากาศนอกโลกโคจรรอบโลกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

 

ในด้านของโรคภัยไข้เจ็บก็เช่นกันเชื้อโรคร้ายสามารถจะแผ่ขยายจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งซึ่งอยู่กันคนละมุมโลกเพียงข้ามวันข้ามคืนเท่านั้น รวมถึงการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาทุกมุมโลก ปัจจุบันการก่อการร้ายถือว่าเป็นลัทธิหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศใดประเทศหนึ่งด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง หรืออาจไม่สามารถหาเหตุผลเลยก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของความขัดแย้งในเรื่องของเชื้อชาติ เขตแดน ศาสนา ลัทธินิยม ผลประโยชน์ ซึ่งอาจจะกระทำโดยกลุ่มคนในท้องถิ่น หรือโดยกลุ่มคนต่างชาติ หรือทั้งคนในท้องถิ่นและต่างชาติร่วมกันกระทำขึ้นก็ได้

 

พูดมาเสียยืดยาวแล้วการก่อการร้ายมันไปเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์ตรงไหน เกี่ยวแน่นอนครับ ถ้าเรายังจำภาพของตึกเวิร์ลด์เทรดถูกถล่มได้ เราจะเห็นความเสียหายของรถยนต์บริเวณใกล้เคียงเสียหายนับร้อยนับพันคันทั้งที่จอดในอาคาร รอบๆ อาคารและที่วิ่ง อยู่บนท้องถนนใกล้กับที่เกิดเหตุ ความเสียหายของรถยนต์เหล่านั้นบริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวนมากมายมหาศาล

 

ในการก่อการร้ายแทบทุกประเทศ รถยนต์มักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบรรทุกระเบิด หรือใช้ในการพุ่งชนสิ่งกีดขวาง และรถยนต์หลายคันถูกเผา ถูกทุบทำลายเสียหายจำนวนมาก บทเรียนของการก่อการร้ายที่มีมากขึ้นทุกวันแบบไม่เลือกที่ไม่เลือกเวลานี้เองทำให้บริษัทประกันภัย ต้องหาทางลดความเสี่ยงโดยการยกเว้นไม่คุ้มครองภัยก่อการร้าย ซึ่งการยกเว้นไม่คุ้มครองภัยก่อการร้ายนี้เริ่มประกาศใช้อย่างเป็นจริงเป็นจังในประเทศไทยก็เมื่อหลังเหตุการณ์ตึกเวิร์ลด์เทรดถูกถล่มนี่เอง

 

แต่เดิมกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เป็นจะให้ความคุ้มครองภัยทุกชนิดที่เกิดขึ้นและทำให้รถยนต์คันเอาประกันเกิดความเสียหาย โดยบริษัทประกันภัยจะยกเว้นไม่คุ้มครองภัยบางประเภทที่เกิดด้วยเหตุรุนแรงอันไม่อาจควบคุมได้ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเป็นโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม ซึ่งได้แก่ ภัยดังต่อไปนี้

 

ภัยสงคราม การรุกราน การกระทำของชาติศัตรู การสู้รบหรือการปฏิบัติการที่มีลักษณะสงคราม (จะได้ประกาศสงครามหรือไม่ก็ตาม)

 

ภัยสงครามกลางเมือง การแข็งข้อของทหาร การกบฏ การปฏิวัติ การต่อต้านรัฐบาลการยึดอำนาจการปกครองโดยกำลังทหารหรือโดยประการอื่น ประชาชนก่อความวุ่นวายถึงขนาดหรือเท่ากับการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล

 

ภัยวัตถุอาวุธปรมาณู

 

ภัยการแตกตัวของประจุ การแผ่รังสี การกระทบกับกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงปรมาณู หรือจากกากปรมาณูอันเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงปรมาณู และสำหรับจุดประสงค์ของสัญญาข้อนี้ การเผาไหม้นั้นรวมถึงกรรมวิธีใดๆ แห่งการแตกตัวปรมาณู ซึ่งดำเนินติดต่อกันไปด้วยตัวของมันเอง

 

และในวันนี้บริษัทประกันภัยได้มีเงื่อนไขยกเว้นเพิ่มอีกประการหนึ่งคือ การยกเว้นภัยก่อการร้าย โดยจะติดเอกสารแนบท้ายข้อยกเว้นภัยก่อการร้ายในกรมธรรม์ทุกฉบับ มีเนื้อหาดังนี้

 

” ถ้าข้อความใดในเอกสารนี้ขัดแย้งกับข้อความที่ปรากฏในกรมธรรม์ประกันภัย หรือสลักหลังใดๆ ให้เป็นที่ตกลงกันว่ากรมธรรม์ประกันภัยนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสีย ความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ก็ตามไม่ว่าจะเป็นสาเหตุโดยตรง หรือโดยอ้อม เป็นผลมาจากหรือเกี่ยวเนื่องมาจากการกระทำก่อการร้ายไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุ หรือเหตุการณ์ซึ่งส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง หรือมีลำดับเหตุการณ์เป็นอย่างไร สำหรับความสูญเสียนั้น

 

โดยจุดประสงค์ของข้อยกเว้นนี้ การกระทำก่อการร้ายให้หมายความรวมถึงการกระทำซึ่งใช้กำลังหรือความรุนแรงและ/หรือ มีการข่มขู่โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นการกระทำเพียงลำพัง การการะทำแทน หรือที่เกี่ยวเนื่องกับองค์กรใด หรือรัฐบาลใด ซึ่งกระทำเพื่อผลทางการเมือง ศาสนา ลัทธินิยมหรือจุดประสงค์ที่คล้ายคลึงกัน รวมทั้งเพื่อต้องการส่งผลให้รัฐบาล และหรือสาธารณชนหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของสาธารณชนตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก หวาดกลัว

 

ข้อยกเว้นนี้ไม่คุ้มครองความสูญเสีย ความเสียหาย ค่าใช้จ่ายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุโดยตรง หรือโดยอ้อมเป็นผลมาจากหรือมีส่วนเกี่ยวเนื่องกับการกระทำใดๆ ที่ต้องกระทำเพื่อควบคุม ป้องกัน หยุดยั้ง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการกระทำก่อการร้าย

 

ในกรณีที่ส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อยกเว้นนี้ไม่สามารถใช้บังคับได้ ให้ถือว่าส่วนที่เหลือยังคงมีผลบังคับ ”

 

อ่านข้อความในเอกสารข้อยกเว้นดังกล่าวข้างต้นแล้วค่อนข้างจะเข้าใจยากสักหน่อย เพราะเป็นภาษากฏหมายและอาจจะเป็นการแปลมาจากภาษาอังกฤษซึ่งเป็นต้นแบบของการออกข้อยกเว้นนี้เนื่องจากเป็นการออกใช้ในลักษณะสากลกับกรมธรรม์ทุกประเภท

 

กล่าวโดยสรุปคือถ้าความเสียหาย หรือความสูญเสีย หรือทำให้เกิดค่าใช้จ่ายใดๆ เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ที่เอาประกันภัย ไม่ความจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการควบคุม ป้องกัน หรือ ยับยั้งเหตุการณ์ที่เกิดจากการก่อการร้ายก็ตามกรมธรรม์ประกันภัยระยนต์ทุกประเภทจะไม่คุ้มครองความเสียหายนั้น

 

เช่น เกิดการก่อการร้ายผู้ก่อการร้ายบุกจี้รถโดยสารประจำทางซึ่งมีผู้โดยสารนั่งอยู่เต็มคัน บังคับให้คนขับขับพุ่งเข้าชนสถานทูต ถ้ารถนั้นพุ่งชนประตูและรั้วสถานทูตเสียหาย รถนั้นก็เสียหาย อีกทั้งมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายไปจำนวนหนึ่ง อย่างนี้ถือว่าเข้าข้อยกเว้นภัยก่อการร้ายตามความดังกล่าวข้างต้นแล้ว บริษัทประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการก่อการร้ายในครั้งนั้น

 

ในกรณีนี้อาจมีบางคนสงสัยว่ากรมธรรม์ประกันภัยตาม พรบ. จะต้องมารับผิดชอบในความเสียหายส่วนของคนบาดเจ็บและตายหรือไม่ ปรากฏว่ากรมธรรม์ตามพรบ.ก็มีเอกสารสลักหลังยกเว้นการก่อการร้ายนี้ด้วย ดังนั้นกรมธรรม์ประกันภัยตาม พรบ. ก็ไม่ต้องรับผิดชอบเช่นกัน

 

อย่างไรก็ตามการเกิดเหตุการณ์ลักษณะใดจึงจะถือว่าเป็นภัยก่อการร้ายนั้น คงต้องมีหลักฐานที่ปรากฏโดยแจ้งชัดว่าเป็นการก่อการร้ายจริงๆเท่านั้นบริษัทประกันภัยจึงจะยกเอาข้อยกเว้นภัยก่อการร้ายมาปฏิเสธความรับผิดชอบได้ แต่หากเหตุการณ์นั้นไม่ถึงขั้นก่อการร้าย บริษัทประกันภัยยังคงต้องรับผิดตามเงื่อนไขกรมธรรม์อยู่ เช่น การที่มีคนสติไม่ดีมาขูดขีดรถเสียหายอย่างนี้ไม่ใช่การก่อการร้ายบริษัทประกันภัยจะยกเอาข้อยกเว้นภัยก่อการร้ายมาปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

 

หรือกรณีมีผู้ไม่ประสงค์ดีมาทุบกระจกรถแตกเพื่อมุ่งหวังต่อทรัพย์อย่างนี้ก็ไม่ใช่ภัยก่อการร้ายแน่นอน บริษัทประกันภัยยังคงต้องรับผิดชอบตามเงื่อนไขกรมธรรม์

 

ดังนั้นหากเกิดความเสียหายใดๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงการกระทำมุ่งร้าย ไม่ถึงขนาดการก่อการร้ายบริษัทประกันภัยจะยกเหตุการณ์นั้นๆ มาเพื่อปฏิเสธความรับผิดของตนไม่ได้ อย่าไปหลงกลบริษัทประกันภัยที่ชอบใช้เล่ห์กลต่างๆ ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อลูกค้า

 

ถ้าเห็นว่าการปฏิเสธนั้นไม่ชอบมาพากลแนะนำให้โทรศัพท์ปรึกษากรมการประกันภัย หมายเลข 1186 ดีกว่านะครับ.



------------------------------
เรื่องโดย : กฤชกมล
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน ธันวาคม ปี 2545
คอลัมน์ : ประกันภัย
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/MT83Q

Follow autoinfo.co.th