บทความ

เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท


สนามแข่งที่จะใช้เป็นแทรคดวลวงล้อระดับสุดยอดของโลกซึ่งใช้ชื่อว่า “เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท”
(SEPANG INTERNATIONAL CIRCUIT หรือ SIC ) สร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือนธันวาคม 1998
โดยการสนับสนุนทุกรูปแบบจากคณะรัฐบาล มาเลเซีย สนามแข่งแห่งนี้ตั้งอย่ห่างจากใจกลางเมือง กัวลาลัมเปอร์
เพียง 40 นาที ห่างจากสนามบินนานาชาติ กัวลาลัมเปอร์เพียง 3.5 กม. ใช้เวลาในการเดินทางโดยเครื่องบินจาก
สิงคโปร์ เพียง 35 นาที ถ้าบินจาก กทม. จะใช้เวลาประมาณ 2 ชม.

เซปัง เอฟ วัน เซอร์กิท ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 3 พันล้านบาท ก่อสร้างยาวนานถึง
15 เดือน ออกแบบโดยชาวเยอรมัน และก่อสร้างโดยกลุ่ม FOCA (THE FORMULA ONE CONSTRUCTORS
ASSOCIATION) ซึ่งเคยมีผลงานในการสร้างสนามแข่ง นืร์บวร์กริงก์ (NURBURGRING) ที่ เยอรมนี สนามแข่ง
เอวัน-ริง (A1-RING) ออสเตรเลีย และที่
เอสโตริล (ESTORIL) ประเทศ โปรตุเกส

รูปแบบสนามคล้ายกับการนำครึ่งวงกลม 2 วง ซึ่งมีขนาดไม่เท่ากันมาประกบ และเชื่อมกันด้วยทางตรงยาวถึง 2
ช่วงด้วยกัน โดยได้ความคิดมาจากรูปทรงของตัว “แพคแมน” นอกจากนี้ยังมีโค้งรูปแบบต่างๆ
ที่จะพิสูจน์ฝีมือของนักแข่งถึง 15 โค้งด้วย แบ่งออกเป็นโค้งซ้าย 5 โค้งขวา 10 มีทางตรงให้ทำความเร็วกันถึง 8
ช่วงด้วยกัน โดยรถแข่งจะวิ่งวนตามเข็มนาฬิกา ตัวสนามมีความยาวทั้งสิ้น 5.542 กม. ทางวิ่งกว้าง 16 ม.
ช่วงทางตรงมีความยาว 927.50 ม. สามารถทำความเร็วได้ถึง 300 กม./ชม.
จัดว่าเป็นสนามแข่งที่ใช้ความเร็วได้สูงมากทีเดียว และเป็นสนามแข่งแห่งเดียวในโลกที่อัฒจันทร์ใหญ่มี 2 ด้าน
ซึ่งอยู่ในช่วงทางตรงทั้ง 2 ช่วง ซึ่งในแต่ละด้านจะสามารถชมการแข่งขันได้เกือบครึ่งรอบทีเดียว

อัฒจันทร์ใหญ่ด้านหนึ่งสามารถมองเห็นรถแข่งขณะเข้าไปในพิทเพื่อทำการ เปลี่ยนยาง เติมน้ำมัน ซ่อมฉุกเฉิน ฯลฯ
ในระหว่างแข่งขันด้วย เฉพาะแกรนด์สแตนด์สามารถจุผ้ชมได้กว่า 30,000 คน มีหลังคาที่ออกแบบได้อย่างสวยงาม
มีลักษณะคล้ายการนำใบกล้วยมาเรียงต่อกันเพื่อบังแดดให้ผู้ชม นอกจากนี้ยังมีอัฒจันทร์ย่อยๆ ตั้งอยู่ตามโค้งต่างๆ
รอบสนามแข่ง มีพื้นที่ให้แก่ผู้รักความเร็วมารวมตัวกันได้กว่าแสนคน โดยติดตั้งบอร์ดขนาดใหญ่ควบคุมด้วย
อีเลคทรอนิคส์แสดงตำแหน่งรถแข่งระหว่างการแข่งขันให้ผ้ชมทราบความเคลื่อนไหวชนิดวินาที/วินาที
นอกจากนี้ยังมีห้องควบคุมการถ่ายทอดโทรทัศน์ที่ทันสมัยไปยังทั่วโลก
ห้องสำหรับผู้สื่อข่าวที่สามารถรองรับนักข่าวและช่างภาพจากทั่วโลกได้เกือบ 1,000 คน ห้องอาหาร ห้องพยาบาล
รวมทั้งร้านขายของที่ระลึก มีที่จอดรถที่รองรับได้ถึง 20,000 คัน
นอกจากนี้ภายในสนามแข่งยังมีโรงแรมชั้นหนึ่งมาตรฐานโลกไว้บริการผู้เข้าชมอีกด้วย

ในปีนี้ ทางผู้จัดได้ใช้ “เปลวไฟ” เป็นสัญลักษณ์แทนความร้อนแรงของการแข่งขัน และใช้คำว่า “HOTTEST”
แทนความเร็วอันสูงสุดเกินกว่าที่กีฬาอื่นๆ ในโลกจะสามารถทำได้ นอกจากนี้ทาง เอสไอซี ยังได้จัดทำเวบไซท์
www.malaysiangp.com.my โดยจะมีการส่งข้อมูลผ่าน SMS
เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในสนามแข่งให้แก่ผู้ชมอีกด้วย

สนามแข่งแห่งนี้นอกจากจะใช้แข่งขันรถ ฟอร์มูลา 1 แล้ว ยังใช้แข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ขนาด 500 ซีซี ชิงแชมพ์โลก
ทัวริงคาร์นัดสำคัญ แข่งรถประเภท เลอ มองส์ 1,000 กม. และกีฬาแข่งรถประเภทต่างๆ ภายใน มาเลเซีย ด้วย
บริเวณรอบสนามแข่ง เอฟ 1 ยังมีสนามแข่งโกคาร์มาตรฐานที่มีความยาวถึง 1.13 กม. สนามขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ
คลับสำหรับชุมนุมนักแข่งรถ พิพิธภัณฑ์รถโบราณ โรงเรียนสอนขับรถแข่ง ฯลฯ เซปัง เอฟ วัน เซอร์กิท
จึงเป็นเสมือน “ศูนย์รวมของมอเตอร์สปอร์ท” ตามคำขวัญของสนามแข่งที่ว่า “HOME OF MOTORSPORT”

ในปีที่ผ่านมา มาเลเซีย กรองด์ปรีซ์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นการแข่งรถเอฟ วัน
ที่มีความตื่นเต้นที่สุดสนามหนึ่งเลยทีเดียว เมื่อท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งกลับกลายเป็นเมฆดำของมรสุม
และมีฝนตกลงมาแค่ในบางส่วนของสนามแข่ง ทำให้นักแข่งและทีมงานต้องวางแผน และใช้
ประสการณ์ของพวกเขาอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ

ในช่วง 15-17 มีนาคมนี้ สนามแข่ง “เซปัง เอฟ วัน เซอร์กิท” จะได้มีโอกาสต้อนรับนักแข่งระดับโลกอีกครั้ง
ไม่ว่าจะเป็น มิคาเอล และ ราล์ฟ ชูมาเคร์/มนโตยา/ เดวิด คุลธาร์ด/บาร์ริเชลโล
จากการที่สนามแข่งแห่งนี้มีทางตรงยาวถึง 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงที่ยาวที่สุดมีระยะทางเกือบ 1 กม.
รถที่แรงค่อนข้างได้เปรียบ รถแข่งทีม แฟร์รารี/แมคลาเรน และวิลเลียมส์ คงจะได้โชว์สมรรถนะกันแบบสุดๆ
นอกจากนี้ยังมีตัวสอดแทรกที่มองข้ามไม่ได้ เช่น ชากส์ วิลล์เนิฟ/ ฟเรนท์เซน ตรุลลี ฯ

รายการ “F1 PETYRONAS MALAYSIAN GRAND PRIX 2002″ จึงนับเป็นการแข่งฟอร์มูลา 1
ที่ตรึงใจผู้ที่มีความเร็วอีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอน

ผู้ที่สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมโดยสั่งจองผ่านเวบไซท์ โทรศัพท์ โทรสาร รวมถึง อี-เมล์
ดูรายละเอียดได้จาก www.malaysiangp.com.my บัตรเข้าชมจะมีราคาตั้งแต่ 27 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,160
บาท ในที่โล่งกลางแจ้ง ที่ผ้ชมสามารถขับรถเข้าไปตั้งแคมพ์ข้างสนามแข่งในบริเวณที่จัดไว้
จนถึงแกรนด์สแตนซึ่งมีราคาตั้งแต่ ประมาณ 9,290-20,100 บาท รวมถึงบัตรราคาสูงสุด
ซึ่งเป็นห้องปรับอากาศที่หรูหราในราคาประมาณ 172,000 บาท โดยจะสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ทั้ง 3 วัน

พบกันที่สนามแข่ง “เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิท” กลางเดือนมีนาคมนี้ครับ



------------------------------
เรื่องโดย : อัฐฒา นายเรือ
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน มีนาคม ปี 2545
คอลัมน์ : พิเศษ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/iVcse

Follow autoinfo.co.th