บทความ

รถยนต์ฝรั่ง


ปัจจุบันรถยนต์ ญี่ปุ่น ครองตลาดเมืองไทยเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งต่างกับสมัยเมื่อประมาณ 50 ปีมาแล้ว ที่
รถยนต์ฝรั่งเป็นเจ้าถนนครองตลาดในเมืองไทย

รถยนต์ฝรั่งในสมัยนั้นมีทั้งรถยนต์ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา แต่เป็นรถยนต์ ยุโรป มากกว่ารถยนต์
อเมริกา

รถยนต์ ยุโรป สมัยนั้นก็ได้แก่รถ เฟียต รุ่น 110 ซึ่งเมืองไทยนิยมมากยี่ห้อหนึ่ง รถยนต์ยี่ห้อนี้เป็นของ
อิตาลี เป็นรถยนต์มีเครื่องยนต์ 4 สูบ ประหยัดน้ำมัน มีระบบกันกระเทือนแข็งแรง ที่สำคัญก็คือมีการพ่น
น้ำยากันสนิม เป็นรถยนต์ 4 ประตู ขึ้นลงได้สะดวก ข้อเด่นอีกอย่างหนึ่งก็คือมีกระจกหลังกว้าง ทำให้
ท้ายรถมีความสวยงาม รถยนต์ยี่ห้อนี้ บริษัท กรรณสูต จำกัด ถนนศาลาแดง เป็นผู้แทนจำหน่าย

รถยนต์ ยุโรป ที่ครองตลาดในเมืองไทยไม่แพ้รถ เฟียต ยังมีอีก 3 ยี่ห้อ คือ รถยนต์ยี่ห้อ ออสติน
รถยนต์ยี่ห้อ สแตนดาร์ด และรถยนต์ยี่ห้อ ทไรอัมพ์ เมย์เฟลาเวอร์ ซึ่งเป็นรถยนต์ของ อังกฤษ รถยนต์
ยี่ห้อ ออสติน รุ่น 1070 เป็นรถยนต์เก๋ง 4 ประตู บริษัท ดีทแฮล์ม จำกัด เป็นผู้แทนจำหน่าย

รถยนต์ยี่ห้อ สแตนดาร์ด แวนการ์ด เป็นรถยนต์เก๋ง 4 ประตู ท้ายรถออกแบบได้สวยน่าดู และรถยนต์
ยี่ห้อ ทไรอัมพ์ เมย์เฟลาเวอร์ เป็นรถเก๋ง 4 ประตู ทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ บริษัท เซอร์วิการาจ (1938) จำกัด
ถนนมหาชัย สามยอด เป็นผู้แทนจำหน่าย

ส่วนรถยนต์ขนาดใหญ่ซึ่งคนไทยถือว่าเป็นรถติดอันดับหนึ่งในเรื่องคุณภาพและราคาคือรถยนต์ยี่ห้อ
เมร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งขณะนั้นได้แก่รุ่น 1962

รถยนต์ยี่ห้อ เมร์เซเดส-เบนซ์ นี้ได้ชื่อว่าเป็นรถที่แข็งแรง ทนทาน สวยงาม กะทัดรัด คล่องแคล่ว
เกาะถนน และกินน้ำมันน้อย แต่ราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่นๆ

รถยนต์ยี่ห้อนี้ บริษัท ธนบุรีพานิช จำกัด ถนนราชดำเนิน เป็นผู้แทนจำหน่าย

อีกยี่ห้อหนึ่งก็คือ รถยนต์ยี่ห้อ เฮนรี เจ ซึ่งเป็นรถยนต์ยี่ห้อใหม่เพิ่งจะเกิดเป็นรถยนต์ที่หรูหราตามสไตล์
อเมริกันคือเป็นรถยนต์ขนาดใหญ่ มี 4 ประตู เป็นรถยนต์ที่ได้รับเหรียญชนะเลิศในการประกวดรถ
ประเภทสวยงาม

ในโฆษณาของรถยนต์ยี่ห้อนี้ กล่าวว่า เป็นรถที่วิ่งได้รวดเร็ว ทันใจ ไวเหมือนประหลอดค่าโสหุ้ยน้อย
ใหม่ และทันสมัยที่สุด ซึ่งยังไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อนแล้ว

รถยนต์ยี่ห้อ เฮนรี เจ นี้ บริษัท ยนตรภัณฑ์ จำกัด ถนนสี่พระยา เป็นผู้แทนจำหน่าย

สมัยนั้นรถยนต์ที่มีคนนิยมมากอีกชนิดหนึ่งก็คือรถ จีพ

รถ จีพ นี้มีกำเนิดที่ สหรัฐอเมริกา เป็นรถอเนกประสงค์ ที่ใช้ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทหาร
สัมพันธมิตรใช้ทั้งสนามรถใน ยุโรป และเอเชีย

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง โดยฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นผู้มีชัยชนะเหนือ เยอรมนี และญี่ปุ่น รถ จีพ
สหประชาชาติจึงแพร่หลายไปทั่วโลก รวมทั้งในเมือง ไทย ด้วย

รถ จีพ สหประชาชาติเข้ามาเมืองไทยเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองยุติ ซึ่งฝ่าย ญี่ปุ่น ประกาศยอมแพ้โดย
ไม่มีเงื่อนไขในปี 2488 หลังจากนั้นอีก 2-3 วัน ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งประกอบด้วยทหาร อังกฤษ
ทหาร อเมริกัน ทหาร อินเดีย และทหารกุรข่า โดยเครื่องบินลำเลียง ดาโกตา จำนวนมหาศาล
บินมาลงที่สนามบินดอนเมือง แทบจะทุกวินาที เพื่อทำการปลดอาวุธทหาร ญี่ปุ่น

เมื่อทหารสหประชาชาติ ถึงสนามบินดอนเมือง ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครันแล้วก็ได้ตั้งกระบวน ซึ่ง
ประกอบไปด้วยรถ จีพ สหประชาชาติทั้งเล็กและใหญ่ วิ่งเข้าสู่พระนครโดยทันที

ขณะนั้นผู้เขียนซึ่งยังเป็นเด็กอายุประมาณ 14-15 ปี ได้ออกมาดูที่ริมถนนราชวิถี บริเวณทุ่งพญาไท ได้
เห็นกระบวนรถทหาร ญี่ปุ่น ประชาชาติวิ่งมาตามถนนเป็นกระบวนถี่ยิบ แต่ละกระบวนมีรถ จีพ
สหประชาชาตินำกระบวน 4-5 คัน ตามด้วยรถยนต์ทหารขนาดใหญ่เป็นจำนวนหลายสิบคัน บรรทุกทหาร
และสัมภาระมาเต็มคันรถ มีทหารฝรั่งหน้าขาวๆ และนิโกรหน้าดำๆ ตลอดจนทหารกุรข่า ตัวเล็กๆ ขนาด
เท่าคนไทย ถืออาวุธปืนยิงเร็วครบมือ พร้อมที่จะยิงต่อสู้ได้ทุกเวลา

นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้เห็นรถ จีพ สหประชาชาติ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเป็นรถอะไร เพราะไม่เคยเห็นมา
ก่อนในเมือง ไทย ตอนหลังจึงได้รู้ว่านี่คือรถ จีพ ที่ใช้กำลังขับเคลื่อน 21 เพลา

เมื่อทหารสหประชาชาติเข้าควบคุมกองทหาร ญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ในที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพ ฯ แล้ว ก็มีแต่รถ จีพ
สหประชาชาติเก่านั้นที่วิ่งเพ่นพ่านไปทั่วเมือง

และปีต่อมา เมื่อทหารสหประชาชาตินำตัวทหาร ญี่ปุ่น ส่งกลับประเทศ ญี่ปุ่น แล้ว ทหารสหประชาชาติจึง
ได้ถอนตัวกลับออกไปจากเมืองไทย

หลังจากนั้นก็ได้มีรถ จีพ สหประชาชาติถูกขายทอดตลาดออกมาสู่ประชาชน โดยพ่อค้าในเมืองไทยประมูล
ซื้อมาจาก อินเดีย และพม่ามลายู ตลอดจนในเมืองไทย แล้วมาซ่อมให้อยู่ในสภาพใช้การได้

นี่คือรถ จีพ ต้นแบบที่เกิดขึ้นในโลกแห่งยานยนต์

ต่อมาก็ได้มีบริษัทสร้างรถยนต์ใน ยุโรป และอเมริกาสร้างรถ จีพ ขึ้นมาใหม่ เป็นรถที่มีประตูปิดเปิด มี
หลังคา และด้านข้างรถคลุมมิดชิด กันแดดกันฝนได้ร้อยเปอร์เซนต์ ซึ่งต่างกับรถ จีพ แม่แบบที่เปิดโล่ง
กันแดดกันฝนไม่ได้

รถ จีพ ที่สร้างใหม่ดังกล่าวก็ได้แก่รถ จีพ วิลลีส์ และรถ จีพ แลนด์ โรเวอร์ ซึ่งก็ได้รับความนิยมจาก
ผู้ใช้ทั่วโลกเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศที่ถนนหนทางส่วนใหญ่เป็นถนนที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือประเทศ
ที่เป็นที่ราบสูง เป็นภูเขาเป็นป่าดงพงไพร เพราะรถ จีพ ดังกล่าวเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์
ดีเซล ที่ส่งกำลังขับทั้งเพลาหน้าและเพลาหลัง (4 วีลดไรฟ) สามารถวิ่งไปได้ทุกสภาพถนน และ
ภูมิประเทศที่ทุรกันดาร

แต่ถ้าเป็นการวิ่งตามถนนในเมืองในพื้นที่ราบ ซึ่งไม่ว่าเป็นต้องใช้พลังขับเคลื่อน 2 เพลา ก็ยังมีรถ จีพ
เพลาท้ายเพลาเดียวให้เลือกใช้ด้วย ในราคาที่ถูกกว่ารถ จีพ 2 เพลา

ส่วนรถบรรทุก ในสมัยนั้นรถยนต์ยี่ห้อ ดอดจ์ ซึ่งมีเกียร์พิเศษช่วยในการตกหลุม เป็นรถของอเมริกาที่ตก
เข้ามาใหม่ เป็นรถที่แข็งแรง บรรทุกได้มากกว่าอัตราปกติ รถยี่ห้อนี้จำหน่ายทั้งเงินสดและเงินผ่อน

นี่คือสภาพรถยนต์ฝรั่งครองตลาดในเมือง ไทย ก่อนที่รถ ญี่ปุ่น จะครองตลาดในเมืองไทยในเวลาต่อมา
จนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้



------------------------------
เรื่องโดย : เทพชู ทับทอง
ภาพโดย : -
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2545
คอลัมน์ : บทความ
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/vdJeC
อัพเดทล่าสุด
10 Apr 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
1.
6,799,000
2.
3,249,000
4.
53,500,000
6.
3,600,000
7.
4,539,000
8.
13,339,000
9.
2,999,000
10.
1,749,000
11.
1,800,000
13.
499,000
14.
979,000
15.
990,000
16.
4,090,000
17.
1,699,000
18.
3,299,000
19.
5,399,000
20.
13,500,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th