บทความ

ปิศาจความเร็ว เหล่ารถฝีเท้าจัดที่กำลังทำลายสถิติเดิม เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่


รู้หรือไม่ ? ปี 1977 ซูเพอร์คาร์ แพนเธอร์ 6 สร้างความประหลาดใจให้คนทั่วโลก เพราะมันมี 6 ล้อ !

โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์มีความต้องการก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อยุคก่อนนี้ตอนที่ยังควบม้า เราไม่เคยฝันว่าจะเคลื่อนที่ได้เร็วเท่าปัจจุบัน แต่ด้วยความเข้าใจด้านวิศวกรรม และกลศาสตร์ ในช่วง 2ศตวรรษที่ผ่านมา ทำให้เราสามารถเดินทางเป็นกิโลเมตรได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที

 

รถยนต์เหล่านี้ คือ ปิศาจแห่งความเร็ว ซึ่งเป็นผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และการประกอบอย่างพิถีพิถัน ที่สุดเกี่ยวกับซูเพอร์คาร์เหล่านี้ คือ การก้าวตามเทคโนโลยี อย่างกระชั้นชิด

 

คเรก กเลนเดย์ บรรณาธิการ กินเนสส์ เวิร์ลด์ เรคอร์ดส์ กล่าวว่า “สถิติความเร็ว สะท้อนถึงวิวัฒนาการด้านเทคโนโลยีของพวกเรา และการเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น”

 

ทีม บลัดฮาวน์ด เอสเอสซี (ซูเพอร์โซนิคคาร์) พยายามใช้สถิติความเร็ว เพื่อเข้าถึงวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม เราจะเห็นได้ว่าในโลกของการออกแบบรถยนต์ มีความพยายามในการนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใช้ โดยเฉพาะการเรียนรู้ของเครื่องจักร ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ ตัวอย่างเช่น ในการแข่งขันฟอร์มูลา วัน พวกมันช่วยค้นหาข้อมูลสนาม และการขับขี่ ฯลฯ ทั้งระหว่างการซ้อม และแข่งขัน

 

เรามาดูยานพาหนะที่น่าทึ่งเหล่านี้กัน ซึ่งจะทำให้ได้เห็นถึงเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แต่ต้องตามให้ทันนะ เพราะพวกมันเคลื่อนที่เร็วมาก !?!

 

รถยนต์เหล่านี้เป็นผลผลิตของความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบที่เต็มไปด้วยจินตนาการ และการประกอบอย่างพิถีพิถัน

 

ปัจจัยความเร็ว

นักออกแบบ และวิศวกร ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง เมื่อต้องการสร้างรถยนต์ความเร็วสูง ?

รูปทรง

ด้านอากาศพลศาสตร์ เป็นปัจจัยที่สำคัญ เบื้องหลังการสร้างสถิติความเร็ว การออกแบบที่ดีที่สุด จะช่วยลดแรงต้านอากาศ และการไหลของอากาศ เมื่อขับด้วยความเร็วสูง

 

ระบบส่งกำลัง

ส่วนสำคัญรถยนต์ คือ ระบบส่งกำลังที่ประกอบด้วย เครื่องยนต์ เพลาขับ และส่วนประกอบต่างๆ เข้าด้วยกัน หน้าที่เบื้องต้น คือ ทำให้รถมีแรงขับเคลื่อน

 

วัสดุ

ความแข็งแกร่ง และน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการสร้างรถยนต์ การผสมวัสดุระหว่างอลูมิเนียม, ไททาเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ที่น้ำหนักเบา และทนทานเป็นที่นิยมอย่างมาก

 

ระบบอีเลคทรอนิคส์

ไม่มีปิศาจความเร็วคันไหน ขับเคลื่อนได้โดยไม่มีระบบอีเลคทรอนิคส์ ระบบจะสื่อสารระหว่างส่วนต่างๆ ภายในรถ และสามารถให้ข้อมูลจำเป็นเมื่ออยู่ในการแข่งขันได้

 

ล้อ

เป็นจุดที่สัมผัสกับถนน การยึดเกาะถูกควบคุมด้วยหน้าสัมผัสยาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า มีแรงเสียดทานที่เหมาะสม เพื่อความเร็วสูงสุด

 

เบรค

รถยนต์ความเร็วสูง หากไม่มีเบรคที่ดี การเข้าโค้งจะเป็นเรื่องยากทันที ระบบจานเบรค และระบบระบายความร้อน จึงถูกใช้ในรถอย่างแพร่หลาย

 

ทีมแข่ง ฟอร์มูลา วัน หลายทีม เคลือบรถด้วย เซอร์โคเทค เซรามิค (ZIRCOTEC CERAMIC) สารเซรามิค เคลือบผิววัสดุ ที่สามารถป้องกันอุปกรณ์เสียหายจากความร้อน แม้จะมีอุณหภูมิสูงถึง 1,400 องศาเซลเซียส

 

ขอบคุณ เอสเอสซี ที่ทำให้รู้ว่ารถยนต์สามารถแล่นเร็วเหนือกว่าเสียงได้

 

ฟอร์มูลา วัน

จากการออกแบบตัวรถที่แยบยล ตลอดไปจนถึงนักแข่งที่กล้าหาญ เปิดเผยสิ่งที่ดีที่สุดของการแข่งรถสมัยใหม่

แน่นอนว่าความเร็วเป็นเรื่องสำคัญในโลกของ ฟอร์มูลา วัน แต่สิ่งอื่นที่อาจไม่ค่อยเห็นกันนั่นคือ ทีมแข่ง ทุกๆ ทีมจะสร้างชิ้นส่วนใหม่ๆ และออกแบบตัวรถให้ดีกว่าฤดูกาลที่ผ่านมา ทุกแผนกมีความสำคัญ และทุกคนต้องทำงานกันอย่างรวดเร็ว เพื่อผลิตรถแข่งให้เสร็จทันฤดูกาลแข่งขันใหม่

 

สำหรับผู้จัดงาน กีฬามอเตอร์สปอร์ทเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทีมต้องทำงานอย่างรวดเร็ว และชาญฉลาด เพื่อปรับปรุงรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จึงจำเป็นต้องจำกัดงบประมาณไม่ให้พุ่งสูงเกินไป เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมเล็กๆ สามารถร่วมแข่งขันได้ ปกติแล้วปัญหานี้จะถูกแก้ด้วย การออกเอกสารกำกับเป็นร้อยๆ หน้า ก่อนเริ่มฤดูกาลแข่งขัน เพื่อให้แต่ละทีมรู้ขอบเขตในการทำงาน ว่าสามารถออกแบบ และสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง ทั้งขนาดเครื่องยนต์ มิติตัวถัง และองค์ประกอบต่างๆ ล้วนถูกควบคุมอย่างเคร่งครัด กฎนั้นครอบคลุมมากกว่าเรื่องตัวรถ เพราะต้องคิดเผื่อตอนทดลองขับจริง และคำนึงถึงส่วนประกอบอื่นๆ อีกมาก ผลคือ บรรดานักออกแบบ และวิศวกรต้องปรับตัวให้เข้ากับขอบเขตของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โชคดีที่พวกเขาสามารถพิสูจน์ตัวเอง และเอาชนะความท้าทายนี้ได้ ผลลัพธ์ยานยนต์สุดพิเศษอย่างที่เห็น

 

ปัจจุบัน ทีมบริษัทใหญ่ของ ฟอร์มูลา วัน หลอมรวมความก้าวหน้าของด้านวัสดุ วิศวกรรม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน อุโมงค์ลม และการทดสอบเสมือนจริง การคำนวณพลวัตของเหลว เป็นแนวหน้าของการสร้างสรรค์รถแข่ง เนื่องจากสามารถวัดด้านอากาศพลศาสตร์ของชิ้นส่วนใหม่ๆ และประเมินผลได้

 

หลังจากเลือกแบบได้แล้ว ทีมงานส่วนใหญ่จะประกอบตัวรถด้านในก่อน ส่วนตัวถังด้านนอกทำจากแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ ผลิตด้วยเครื่องมือทันสมัย น้ำหนักเบากว่าวัสดุปกติถึง 5 เท่า และทนทานกว่าถึง 10 เท่า การประกอบครั้งสุดท้าย รวมแล้วมีชิ้นส่วนกว่า 16,000 ชิ้น แต่ละชิ้นถูกออกแบบ และผลิตขึ้นโดยเฉพาะ ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลากว่า 6 เดือน ทำให้ได้รถแข่งความเร็วสูง ไปโลดแล่นในสนามแข่งขัน

 

บรรดานักออกแบบ และวิศวกร ต่างต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

 

ฤดูกาลแข่งขันปี 2018 จะได้เห็นอุปกรณ์ ฮาโล (HALO) สำหรับป้องกันนักแข่งเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

รถแข่งรุ่นล่าสุด
เจาะลึกรถแข่ง ฟอร์มูลา วัน ฤดูกาลแข่งขันปี 2018

สปอยเลอร์หน้า

ผู้ออกแบบสามารถปรับขนาดของสปอยเลอร์ด้านหน้า เพื่อเปลี่ยนทิศทาง และแรงกดของกระแสลม

 

การออกกำลังกายของนักแข่ง

การเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาน้อยกว่า 2 วินาที แล้วกลับมาที่จุดเดิมภายในเวลาที่เท่ากัน เป็นการสร้างแรงกดดันให้ร่างกายมนุษย์ นักแข่ง ที่เร่งความเร็วในทางตรง และเบรคเพื่อเข้าโค้ง จะเผชิญกับแรงอัดระดับ 7G (G FORCE) ซึ่งสูงกว่าการเล่นรถไฟตีลังกา หรือเท่ากับที่นักบินอวกาศบนยานอพอลโลได้รับ เมื่อร่อนลงสู่ชั้นบรรยากาศโลก

 

ยิ่งกว่านั้น ยังต้องอดทนกับความร้อนในห้องเครื่อง จึงไม่ต้องบอกว่านักแข่งต้องแข็งแรงขนาดไหนเพื่อชนะการแข่งขัน เช่น นักแข่งทุกคนจะต้องฝึกซ้อมความแข็งแรงเกี่ยวกับหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจ ต้องมีกล้ามเนื้อคอ และอกที่แข็งแรงเพื่อรองรับแรงอัด

 

รถแข่ง ฟอร์มูลา วัน ต้องมีแรงกดอากาศมากพอ เพื่อให้รถไม่ตีลังกา

 

HALO อุปกรณ์ป้องกันนักแข่ง

คอคพิทนักแข่งแบบใหม่ที่มีระบบป้องกันนักแข่ง สามารถป้องกันชิ้นส่วนที่กระเด็นมาจากรถคันอื่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

FINS ครีบดักลม

รูปร่างเหมือนครีบปลาฉลามขนาดใหญ่ ติดตั้งหลังรถที่ใช้แข่งขันในปี 2017 ไม่มีในฤดูกาลนี้ แต่จะมีครีบที่เล็กกว่า เพื่อทำให้การไหลเวียนของอากาศดีขึ้น

 

สปอยเลอร์หลังปรับได้

สปอยเลอร์หลังปรับองศาได้ สามารถควบคุมเพื่อลด/เพิ่ม แรงฉุดจากอากาศ และองศาจะเปลี่ยนเมื่อต้องการเร่งแซง

 

เครื่องยนต์ไฮบริด

เครื่องยนต์เทอร์โบ 6 สูบ ทำงานร่วมกันกับมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งเก็บพลังงานจากการปล่อยไอเสีย และเบรค

 

ยางรถ

นักแข่งสามารถเลือกใช้ยางที่มีทั้งหมด 7 ชนิด ได้ในฤดูกาลนี้ รวมถึงยางแบบ ไฮเพอร์ซอฟท์ ซึ่งต่างจากปกติ ช่วยให้รถทำความเร็วได้ดีขึ้น

 

โครงรถ

โครงรถของ ฟอร์มูลา วัน ออกแบบให้อากาศไหลผ่านตัวรถ เพื่อให้เกิดแรงกดอากาศให้ตัวรถอยู่ติดกับพื้น

 

แพดเดิล ชิฟท์

นักแข่งสามารถใช้เพียงนิ้วเดียวกดที่แผ่นแพดเดิล ชิฟท์ ที่ปรับแต่งให้นุ่มนวล เพื่อควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็ว

 

จานเบรค

การหมุนของจานเบรค จะถูกหยุดด้วยแรงบีบของผ้าเบรค 2 แผ่น ที่ประกบอยู่ เพื่อลดความเร็ว การออกแบบจานเบรคด้วยการเพิ่มรูระบายอากาศประมาณ 1,400 รู จะช่วยลดความร้อนของจานเบรคขณะทำงาน

 

ฟอร์มูลา อี

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมจากเครื่องยนต์แบบเดิมไปสู่เครื่องยนต์ไฮบริด และมอเตอร์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับการตอบรับอย่างมาก ฟอร์มูลา วัน เพิ่งมีการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเพิ่มกำลังให้กับตัวรถ แต่ ฟอร์มูลา อี ไปไกลกว่านั้น เนื่องจากเป็นรถแข่งที่ไร้มลพิษ

 

รถ ฟอร์มูลา อี แตกต่างจาก ฟอร์มูลา วัน รถ ฟอร์มูลา อี มีโครงสร้าง และแบทเตอรีที่เหมือนกัน หมายความว่า นักออกแบบ และวิศวกรต้องมุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์ของตนในระบบส่งกำลัง และการปรับปรุงที่สำคัญในจุดนี้ ทำให้รถทำความเร็วได้มากกว่า 225 กม./ชม. ซึ่งยังห่างไกลจาก ฟอร์มูลา วัน ที่ทำได้ 375 กม./ชม. แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว ฟอร์มูลา อี เพิ่งเปิดตัวในปี 2014 และอาจจะได้ลงแข่งขันกับรถยนต์ระบบไฮบริดในเร็วๆ นี้

 

เทคโนโลยีของ ฟอร์มูลา อี ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่เปิดการแข่งขันในปี 2014

 

พโรดัคชันคาร์ ที่ยอดเยี่ยม

รถยนต์ทุกคัน ประกอบด้วยมืออย่างเชี่ยวชาญ ขับเคลื่อนได้คล่องแคล่ว แต่คันไหน จะเจ๋งที่สุด

 

ไฮเพอร์คาร์

รถยนต์ที่สามารถวิ่งบนถนนได้อย่างถูกกฎหมาย และสะกดทุกสายตา ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า

ไฮเพอร์คาร์ เป็นตัวแทนของรถยนต์ที่ยอดเยี่ยม และเป็นที่ต้องการอย่างมากเหมือนเพชร เนื่องจากหาได้ยาก ไฮเพอร์คาร์ ยอดนิยมมักจะผลิตจำนวนน้อย เพียงหลักร้อย สำหรับนักออกแบบ รถยนต์เหล่านี้แสดงถึงความท้าทายในการสร้างสรรค์ การทำสิ่งที่คาดหวังไว้ในอดีตให้เป็นจริง และเป็นแรงบันดาลใจให้เราคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้กับรถสปอร์ทที่ถูกกฎหมาย ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลายบริษัท เช่น บูกัตตี, เฮนเนสซีย์ และ โคนิกเซกก์ ได้จับมือกับ แฟร์รารี, แอสตัน มาร์ทิน, ลัมโบร์กินี เพื่อทำงานร่วมกัน

 

สิ่งที่ทุกคนสงสัย คือ คันไหนเร็วที่สุด คำถามนี้คงไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2010 รถ บูกัตตี เวย์รน 16.4 ซูเพอร์สปอร์ท ได้รับการบันทึกว่า เป็นรถที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุด จาก กินเนสส์ เวิร์ลด์ เรคอร์ดส์ โดยสามารถทำความเร็วได้ 431.072 กม./ชม. แต่สถิตินี้เคยเกือบจะถูกถอดออกในปี 2013 เนื่องจากบริษัทคู่แข่งตำหนิว่า รถที่ทำสถิตินี้มีอุปกรณ์บางส่วนที่หายไปเมื่อเทียบกับรถยนต์ธรรมดา และมันก็ถูกส่งกลับคืนไปยัง บูกัตตี เพื่อตรวจสอบ

 

เฮนเนสซีย์ เพอร์ฟอร์มานศ์ หนึ่งในหัวหน้าผู้เป็นปรปักษ์กับ บูกัตตี สามารถจะเอาชนะสถิติอันทรงเกียรตินี้ในปีถัดไปเมื่อ รถ เวนอม จีที ของพวกเขา สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 435.3 กม./ชม. แต่ก็มีข้อถกเถียงที่ว่า ข้อมูลด้านเทคโนโลยีของ เวนอม จีที จัดอยู่ในกลุ่ม พโรดัคชันคาร์ แต่ด้วยความที่เป็น ไฮเพอร์คาร์ ที่ถูกกฎหมาย ความเร็วของมันจึงไม่สามารถปฏิเสธได้

 

กระนั้น สถิติก็ถูกทำลายลงในปี 2017 เมื่อบริษัทจากประเทศสวีเดน โคนิกเซกก์ ได้เปิดตัว โมเดล อเกรา อาร์เอส เพื่อทดสอบเกือบๆ 18 กม. ที่ถนนไฮเวย์ในเนวาดา และสามารถสร้างสถิติความเร็ว 447.2 กม./ชม.

 

การถกเถียงเรื่องนี้ จบลงหรือยัง ยังไม่จบทั้งหมด โมเดลล่าสุดจาก บูกัตตี ชื่อว่า ชีรน สปอร์ท ได้เปลี่ยนจุดโฟคัสไปที่การเข้าโค้งที่ดีขึ้น จนทำเวลาได้ดีกว่า โพร์เช จีทีทู อาร์เอส ทำให้มีสถิติเวลาต่อรอบ เร็วที่สุดในสนามนืร์บวร์กริง โนร์ดชไลเฟ ที่ประเทศเยอรมนี

 

ความนิยมชมชอบใน ไฮเพอร์คาร์ แต่ละคันล้วนมาจากความสามารถด้านวิศวกรรม ที่ทำให้เราตื่นตาตื่นใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้เรา ได้ติดตามตอนต่อไปว่า พวกเขาจะรังสรรค์อะไรออกมาอีกในอนาคต

 

รู้หรือไม่ แอสตัน มาร์ทิน เอเอม-อาร์บี 00 เป็นรถยนต์ที่แพงที่สุด ด้วยราคา 3.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 124.8 ล้านบาท)

 

คอร์เบลลาที มิสไซล์

ไฮเพอร์คาร์ที่แปลก เปิดตัวในรูปแบบ รถต้นแบบสีด้าน ในงาน “มหกรรมยานยนต์เจนีวา” รูปร่างของรถ คล้ายกับสปอร์ทคาร์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่อยู่ภายใน ที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคต โดยใช้เครื่องยนต์ เมอร์คิวรี เรซิง วี 8 ขนาด 9.0 ลิตร ทีม คอร์เบลลาที เชื่อว่าตัวต้นแบบมีกำลังสูงสุดถึง 1,800 แรงม้า แรงบิด 239.6 กก.-ม. สามารถทำความเร็วได้ 500 กม./ชม. เป้าหมายตอนนี้ คือ นำรถต้นแบบลงทดสอบในปี 2019 และหากบรรลุเป้าหมายในการทำความเร็ว มิสไซล์ จะได้รับการตั้งชื่อ และคาดว่าเราจะได้เห็นความคืบหน้าหลายอย่าง เกี่ยวกับไฮเพอร์คาร์คันนี้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

 

เฮนเนสซีย์ เวนอม เอฟ 5

นับเป็นคู่แข่งซูเพอร์คาร์ที่สูสีของ บูกัตตี รถ เฮนเนสซีย์ เวนอม โด่งดังด้านความเร็ว เอฟ 5 เป็นตัวแทนของรถยนต์ซีรีส์ เวนอม ได้อย่างดี ทำความเร็วสูงสุด 484 กม./ชม. และอัตราเร่งจาก 0-300 กม./ชม. ภายในเวลา 10 วินาที

 

บูกัตตี ชีรน

ตั้งแต่เปิดตัว ชีรน สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดาคนรักรถ ทั้งความสวย พละกำลัง และการใช้งาน ชีรน ผสมผสานความเร็วของซูเพอร์คาร์เข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์สุดหรู เป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งของ พโรดัคชันคาร์ ขุมพลังถึง 1,500 แรงม้า และความเร็วสูงสุด 420 กม./ชม.

 

โคนิเซกก์ อเกรา อาร์เอส

อีกหนึ่งซูเพอร์คาร์ ที่ภาคภูมิใจในตัวเอง เนื่องจากเป็นรถที่สามารถวิ่งได้บนถนน และยังเป็นแชมเพียนในสนามแข่งอีกด้วย อเกรา อาร์เอส มีช่องเก็บของ หลังคาถอดได้ และเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ วี8 ที่ปรับแต่งให้ใช้กับเชื้อเพลิงทั่วไป และมีกำลังสูงสุดถึง 1,160 แรงม้า

 

วิศวกรรมของ บลัดฮาวน์ด เอสเอสซี
โครงการยิ่งใหญ่ เพื่อทำลายสถิติความเร็วบนพื้นดิน

บลัดฮาวน์ด เอสเอสซี ซูเพอร์โซนิคคาร์ เป็นอีกหนึ่งความเพ้อฝันที่น่าประทับใจ ขุมพลังที่ติดตั้งในยานพาหนะตัวนี้ คือ เครื่องยนต์เจท ซึ่งมักอยู่ในเครื่องบินขับไล่ และจรวด ระบบเผาไหม้ความร้อนเป็น 2 เท่าของภูเขาไฟ พลังงานขนาดนี้ อาจจะมากเกินไป แต่ก็สมน้ำสมเนื้อกับเป้าหมายสูงสุด นั่นคือ การวิ่งด้วยความเร็ว 1,600 กม./ชม. หรือเทียบเท่า 1.3 มัค

 

บนอากาศ นักบินไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องแรงเสียดทานที่เกิดจากล้อที่หมุนกับพื้นมากกว่า 10,000 ครั้ง/นาที หรือเศษขยะเล็กๆ เช่น ก้อนหิน ที่อาจจะกลายเป็นหายนะกับตัวรถได้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องจัดการกับแรงต้านอากาศที่พื้น แต่นี่เป็นอุปสรรคทั้งหมดที่วิศวกรของ บลัดฮาวน์ด ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเอาชนะสิ่งนี้

 

ล้ออลูมิเนียมอัลลอยแข็งแกร่ง สามารถทนต่อแรงเสียดทานที่ก่อให้เกิดความร้อนได้ และยังมีตัวถังที่ทนทาน ทำขึ้นจากเหล็ก ไททาเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์ ที่แข็งแกร่ง และเป็นเกราะป้องกันชั้นดี นอกจากนี้เครื่องยนต์เจท ยังถูกออกแบบติดตั้งเข้าด้วยกัน เพื่อเอาชนะแรงต้านอากาศ

 

อากาศพลศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญที่แชมพ์เปียนความเร็วทางบกอย่าง ริชาร์ด โนเบิล ค้นพบ หลังจากขับ ธรัสต์ 2 ในปี 1983 ทำความเร็วที่ 1,019.468 กม./ชม. และยังสามารถทำความเร็ว 1,047.40 กม./ชม. ได้อีกด้วย หลังจากนั้น เขาค้นพบว่า เพียงแค่ขับความเร็ว 11 กม./ชม. รถก็ยกลอยขึ้นจากพื้น ซึ่งมันทั้งอันตราย และยากที่จะทำความเร็วได้สำเร็จ แต่วิศวกรของ บลัดฮาวน์ด ใช้เวลาหลายปีในการคิดค้นรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบของ เอสเอสซี

 

ในปี 2018 ทีมงานจะพยายามทำภารกิจต่อไปหลังจากการสำรวจที่ แฮคสกรีน แพน ในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ทะเลทรายแห้ง ประกอบด้วยโคลน และเกลือ เป้าหมายของพวกเขา คือ ทำความเร็ว 804.7 กม./ชม. ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลังจากประสบความสำเร็จในครั้งนี้ สถิติความเร็วของยานพาหนะทางบกจะไม่ถูกทำลายอีกครั้ง

 

ธรัสต์ เอสเอสซี ครองสถิติความเร็วทางบกสูงสุดถึง 20 ปี

 

ตำรวจในดูไบ ขับซูเพอร์คาร์บนถนน โดยมี บูกัตตี เวย์รน นำหน้า

 

รถ เทสลา โรดสเตอร์ ของ เอลอน มัคส์ กลายเป็นรถที่เร็วที่สุดในอวกาศ จากการเปิดตัวในจรวด ฟอลคอน เฮวี

 

การเร่งความเร็วได้ถึง 1.3 มัค ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ

 

โครงสร้างอสูร
บลัดฮาวน์ด เอสเอสซี ทำความเร็วเฉียดนรก 1,600 กม./ชม. ได้ด้วยองค์ประกอบใดบ้าง

ห้องคนขับ

ประกอบด้วย แอร์, ที่นั่ง, จอ, พวงมาลัย และระบบสำรองข้อมูล

 

ตัวถังแบบโมโนคอก

ส่วนหัวของรถประกอบด้วย ไททาเนียม ที่อยู่ด้านล่างติดกับคาร์บอนไฟเบอร์ ที่สามารถทนต่อแรงกดได้ 10 ตัน/ตรม.

 

ระบบเบรค

จานเบรคทำจากเหล็ก สำหรับล้อหน้าเท่านั้น สามารถชะลอความเร็วของ บลัดฮาวน์ด จากประมาณ 320 กม./ชม. จนหยุดนิ่ง

 

ครีบหางเสือ

ยกสูงขึ้น 2 เมตร ประกอบด้วย ชิ้นส่วนอลูมิเนียม 100 ชิ้น ครีบหางเสือ จะทำให้รถมีความเสถียร แม้ขับด้วยความเร็วเหนือเสียง

 

เครื่องยนต์เจท

เครื่องยนต์ EJ200 ให้แรงขับเคลื่อน 90 กิโล-นิวตัน ความจริงแล้วถูกสร้างมาสำหรับเครื่องบินขับไล่

 

พาราชูท ร่มเบรค

เมื่อยานพาหนะช้าลง ถึง 1,000 กม./ชม. พาราชูทจะทำงาน เพื่อสร้างแรงฉุด 90 ตัน

 

เครื่องยนต์จรวด

จรวดไฮบริด 3 ตัว ขับเคลื่อน โดยเชื้อเพลิง ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนถึง 212 กิโลนิวตัน

 

ล้อ

ล้ออลูมิเนียมอัลลอยที่แข็งแกร่ง แต่ละล้อมีน้ำหนัก 95 กก. ใช้วิ่งบนทะเลทรายด้วยความเร็วสูงถึง 1,600 กม./ชม.

 

ลมเบรค

เมื่อเริ่มขั้นตอนการเบรค ระบบลมเบรคจะสร้างแรงฉุดเพิ่มขึ้นอีก 6 ตัน

 

พลังงานเสริม

ในรถยนต์ส่วนมาก เช่น แจกวาร์ ซูเพอร์ชาร์จ เครื่องยนต์ วี 8 จะเป็นแหล่งพลังงานขั้นต้น แต่ใน บลัดฮาวน์ด มันมีไว้สำหรับขับเคลื่อนปั๊มจรวด ออกซิไดซ์

 

ตำรวจดูไบ มีฝูงซูเพอร์คาร์ถึง 16 คัน ซึ่งรวมถึง แฟร์รารี และเบนท์ลีย์

 

สถิติความเร็วทางบก

15 ตุลาคม 1997 แอนดี กรีน สามารถสร้างสถิติการเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าเสียงเป็นครั้งแรก ด้วยยานพาหนะทางบก ในทะเลทราย บแลค รอค เนวาดา เขาขับรถ ธรัสต์ เอสเอสซี ด้วยความเร็ว 1,227.985 กม./ชม. เท่ากับ 1.02 มัค โดยใช้เครื่องยนต์ โรลล์ส-รอยศ์ สเปย์ 202 เจท 2 เครื่อง สถิตินี้ยืนยาวมานานกว่า 20 ปี โซนิคบูม 222 กิโลนิวตัน ของ ธรัสต์ ทำให้ผู้คนเข้าใจว่าเกิดแผ่นดินไหว แต่ กรีน ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ เขากำลังเตรียมทำลายสถิติของตัวเองด้วยการขับ บลัดฮาวน์ด เอสเอสซี

 

5 สถิติ เร็วที่สุดในโลก

1. รถพลังไฟฟ้าที่เร็วที่สุด

ปี 2016 เจโนเวชัน จีเอกซ์อี สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 304.94 กม./ชม.

 

2. รถตำรวจที่เร็วที่สุด

ตำรวจดูไบซื้อ บูกัตตี เวย์รน เข้าร่วมฝูงรถไลล่าซูเพอร์คาร์ ที่ทำผิดกฎหมาย โดยสมาชิกใหม่ของพวกเขาสามารถทำความเร็วได้ 407 กม./ชม.

 

3. รถธรรมดาที่มีอัตราเร่งเร็วที่สุด

ในปี 2013 รถซูเพอร์คาร์ เฮนเนสซีย์ เวนอม จีที อัตราเร่งบนถนนจาก 0-300 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 13.63 วินาที

 

4. รถแกสชีวภาพที่เร็วที่สุด

ทีมงานประเทศเยอรมนีนำรถ เอาดี เอ 4 มาวิ่งด้วยแกสชีวภาพ ทำความเร็วได้สูงสุด 364.6 กม./ชม.

 

5. รถที่วิ่งเร็วที่สุดในอวกาศ

จรวด ฟอลคอน เฮวี ของ สเปศ เอกซ์ ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ภายในบรรทุกรถ เทสลา โรดสเตอร์ ทำความเร็วได้ถึง 40,140 กม./ชม. เทียบกับเมื่ออยู่บนโลก



------------------------------
เรื่องโดย : HOW IT WORKS MAGAZINE
ภาพโดย : HOW IT WORKS MAGAZINE
นิตยสาร FORMULA ฉบับเดือน กรกฏาคม ปี 2561
คอลัมน์ : เรื่องเด่นจาก GADGET/HOW IT WORKS
ลิงค์สำหรับแชร์ : https://autoinfo.co.th/j9C4E
อัพเดทล่าสุด
8 Oct 2018

Buyer's Guide | คู่มือซื้อรถ

Model Start Price (THB)
2.
2,090,000
3.
2,229,000
4.
779,000
5.
3,590,000
7.
1,316,000
8.
1,749,000
9.
1,699,000
11.
3,299,000
12.
5,399,000
13.
6,799,000
14.
3,249,000
15.
4,980,000
16.
53,500,000
18.
3,600,000
19.
13,500,000
20.
6,799,000
  • MAIN SEARCH
  • EASY SEARCH
Make
Model
Price
Engine
More Option >
วัตถุประสงค์ในการใช้รถ (ประเภทรถ)
งบประมาณ
พฤติกรรมการขับรถ

Follow autoinfo.co.th